วันพุธที่ 25 ก.พ.2569 น้อมรำลึกครบรอบ 22 ปี มรณกาล “พระครูประดิษฐ์บุญญาทร” หรือ “หลวงปู่บุญจันทร์ กตปุญโญ” อดีตเจ้าอาวาสวัดเทพประดิษฐ์ บ้านหนองสระพัง ต.เขวาไร่ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม

เป็นพระเกจิอาจารย์ ที่มีวัตรปฏิบัติดี สืบสายธรรมจากหลวงปู่ทอง กัลยาณธัมโม วัดบ้านหนองเลา อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของมหาสารคาม

อยู่ในศรัทธาของสาธุชนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน แม้มรณภาพไปนานเกือบสิบปี แต่คุณงามความดียังคงปรากฏอยู่ตราบจนปัจจุบัน

นามเดิม บุญจันทร์ โคตรศรี เกิดเมื่อวันที่ 10 พ.ค.2480 ที่บ้านโสกภารา ต.หนองคูขาด อ.บรบือ จ.มหาสารคาม บิดา-มารดา ชื่อนายบุญศรีและนางบุ่น โคตรศรี

หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนประถมศึกษาในหมู่บ้าน ออกมาช่วยงานครอบครัวทำมาหากิน ทำไร่ทำนาตามวิถีชาวอีสาน

ครั้นเมื่ออายุครบบวช ปี พ.ศ.2500 บิดา-มารดา นำบุตรชาย เข้าพิธีอุปสมบท ที่อุโบสถวัดวังปลาโด ต.วังชัย อ.บรบือ จ.มหาสารคาม โดยมีพระอธิการดาว ถาวโร เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการหลง ถาวรโร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการชื่น ชคโร เป็นพระอนุสาวนาจารย์

อริยะโลกที่ 6

จำพรรษาปฏิบัติศาสนกิจอยู่ที่วัดบ้านเกิดนานกว่าสิบพรรษา ก่อนย้ายมาจำพรรษาศึกษาพระปริยัติธรรม ที่วัดโนนสะอาด ต.เขวาไร่ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม มุมานะศึกษาเล่าเรียนจนสามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ ที่สำนักเรียนวัดเทพประดิษฐ์ ต.เขวาไร่ อ.โกสุมพิสัย

นอกจากนี้ ยังให้ความสนใจด้านวิทยาคม ขณะนั้นหลวงปู่ทอง กัลยาณธัมโม อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้าหนองเลา อ.นาเชือก มีชื่อเสียงในฐานะพระเกจิชื่อดัง จึงขอฝากตัวศึกษาวิทยาคม ซึ่งหลวงปู่ทองได้เมตตาถ่ายทอดวิทยาคมให้จนหมดสิ้น ไม่ว่าจะเป็นคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด เมตตามหานิยม รวมทั้งแนะนำการวิปัสสนากัมมัฏฐาน

ต่อมา วัดเทพประดิษฐ์ บ้านหนองสระพัง ต.เขวาไร่ อ.โกสุมพิสัย ขาดแคลนพระผู้ใหญ่ที่จะนำพาพัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรือง ญาติโยมชาวบ้านหนองสระพัง จึงนิมนต์ให้มาจำพรรษาอยู่วัดแห่งนี้ ซึ่งก็รับนิมนต์มาจำพรรษาปฏิบัติศาสนกิจอยู่วัดแห่งนี้

เนื่องจากเป็นพระที่มีวัตรปฏิบัติเสมอต้นเสมอปลาย มีชื่อเสียงในฐานะพระนักเผยแผ่พระพุทธศาสนา พระนักพัฒนา และเป็นพระเกจิอาจารย์ที่สาธุชนในพื้นที่ให้ความเลื่อมใสศรัทธา

ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2514 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาสวาสวัดเทพประดิษฐ์ พ.ศ.2516 เป็นเจ้าคณะตำบลเขวาไร่และเป็นพระอุปัชฌาย์

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2524 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่ พระครูประดิษฐ์บุญญาทร พ.ศ.2530 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ในราชทินนามเดิม

พ.ศ.2544 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในราชทินนามเดิม

วัตรปฏิบัติที่เคร่งครัดสืบทอดจากหลวงปู่ทอง ผู้เป็นพระอาจารย์ คือ หากปีใดงานในหน้าที่ไม่มีความยุ่งยาก มักจะออกเดินธุดงควัตรไปตามป่าเขาลำเนาไพรหลายแห่งในภาคอีสาน

ตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ปฏิบัติหน้าที่ปกครองพระภิกษุ-สามเณรในวัดอย่างเคร่งครัด เป็นแบบอย่างให้ปฏิบัติตาม รวมทั้งอบรมเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาแก่ญาติโยมอย่างสม่ำเสมอ และให้ความสำคัญการศึกษาพระปริยัติธรรม

รับหน้าที่เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมด้วยตนเอง อีกทั้งมีทุนการศึกษาให้พร้อมกับสนับสนุนให้เรียนสูงยิ่งขึ้น ในยุคนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังแต่ละปีมีพระภิกษุสามเณรเดินทางมาศึกษาเล่าเรียนจำนวนมาก

สำหรับหลักธรรมคำสอนที่พร่ำสอนญาติโยมมาโดยตลอด เป็นเรื่องของความไม่เที่ยงของสังขาร เมื่อเกิดเป็นมนุษย์การดำเนินชีวิตจะต้องไม่ประมาทเพราะความเจ็บความตายแขวนคอทุกย่างก้าว

ล่วงเข้าปัจฉิมวัยด้วยความไม่เที่ยงของสังขาร มีอาการอาพาธหลายโรคแต่ยังคงรับงานนิมนต์อย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย บางครั้งอาการกำเริบหนักท่านยังฝืนสังขารไปตามกิจนิมนต์ที่รับไว้

สุดท้าย มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 25 ก.พ.2547 สิริอายุ 68 ปี พรรษา 48

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน