วันเสาร์ที่ 7 มี.ค.2569 น้อมรำลึกครบรอบ 20 ปี มรณกาล “หลวงปู่จันทร์โสม กิตติกาโม” อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าจันทรังสี บ้านนาสีดา ต.กลางใหญ่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี พระเถระสายวิปัสสนากัมมัฏฐาน ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บูรพาจารย์สายพระป่า
เกิดในตระกูล “ปราบพลพาล” เมื่อวันจันทร์ที่ 12 มิ.ย.2465 บิดา-มารดาชื่อ นายกรม และนางอาน ปราบพลพาล ครอบครัวมีพี่น้องร่วมบิดามารดา 6 คน
วัยเด็กคลุกคลีอยู่กับวัด เพราะบิดาเป็นมัคนายกวัดบ้านนาสีดา อายุ 10 ขวบเข้ารับการศึกษาประชาบาลที่วัดบ้านกลางใหญ่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี
ระยะแรกที่เรียนหนังสือนั้นต้องไปมาระหว่างวัดกับบ้าน กระทั่งจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ต่อมามีพระกัมมัฏฐานเดินรุกขมูลมาพัก จึงเข้าไปปฏิบัติรับใช้อยู่จนกว่าจะออกเดินทางไปที่อื่น

อายุ 15 ปีได้ไปอยู่กับพระอาจารย์เกตุ ขันติโก พี่ชายหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ซึ่งบวชจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าสระวารี อ.บ้านผือ และได้รับการสอนให้เขียนหนังสือขอม
หนึ่งปีผ่านไป ย้ายไปอยู่ถ้ำพระนาผักหอก อ.บ้านผือ กับอาจารย์วารี เรี่ยวแรง
จากนั้นอายุ 17 ปี บิดาเสียชีวิต จึงกลับไปช่วยครอบครัวทำนาทำไร่ จนอายุครบ 20 ปีเข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดอรัญญวาสี อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย เมื่อวันที่ 18 เม.ย.2485 มีพระธรรมไตรโลกาจารย์ (รักษ์ เรวโต) ครั้งดำรงสมณศักดิ์พระครูวิชัยสังฆกิจ เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง เป็นพระกรรมวาจาจารย์
หลังพรรษาแรกผ่านพ้น ออกแสวงหาความวิเวกไปในที่ต่างๆ อาทิ บ้านน้ำอ้อม อ.วังสะพุง จ.เลย และวัดหนองขาม อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ก่อนกลับมาเกณฑ์ทหารในปี พ.ศ.2486
ในปีนั้นได้จำพรรษาที่วัดอรัญญวาสี เข้าเรียนนักธรรมชั้นตรี ปรากฏว่าสอบได้ ทางการจึงยกเว้นไม่ต้องไปเป็นทหาร จึงไปพักกับอาจารย์เกตุที่วัดป่าช้าบ้านสว่าง
พ.ศ.2487 กลับมาจำพรรษาที่วัดอรัญญวาสี เรียนนักธรรมโท ออกพรรษาสอบได้แล้ว ออกรุกขมูลมาตามริมแม่น้ำโขง บุกป่าฝ่าดงมาจนถึงวัดพระพุทธบาทคอแก้ง (เวินกุ่ม) ก่อนจะกลับไปบ้านนาสีดาในปี พ.ศ.2488
พ.ศ.2498 จำพรรษาที่วัดศรีชมชื่น (วัดป่าบ้านนาสีดา) เดินทางไปกราบนมัสการหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ที่วัดอรัญญวาสี อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย และได้รับการฝากให้เป็นศิษย์รับใช้หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
อยู่ปฏิบัติอาจาริยวัตรกับหลวงปู่มั่นเป็นเวลา 2 พรรษา คือปี พ.ศ.2490-2491 ก็กราบลาไปเที่ยววิเวกที่บ้านห้วยหวายกับหลวงปู่อุ่น ชาคโร
พ.ศ.2492 กลับมาอยู่กับหลวงปู่เทสก์ และช่วยงานถวายเพลิงหลวงปู่มั่นจนเสร็จสิ้น ก็เที่ยววิเวกไปกับหลวงปู่หล้า เขมปัตโต วัดภูจ้อก้อ จ.มุกดาหาร และหลวงปู่อรุณ อุตตโม วัดพระบาทนาสิงห์ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย
ต่อมาได้ติดตามหลวงปู่เทสก์ไปเผยแผ่ธรรมที่ภาคใต้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2495-2499 และกลับมาอยู่วัดศรีชมชื่น
ถึงปี พ.ศ.2514 ย้ายออกมาอยู่บริเวณป่าช้าดงบ้านเลา และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2531
หลวงปู่จันทร์โสมมีศักดิ์เป็นหลานแท้ๆ ของหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี จึงได้รับการอบรมบ่มสอนมาตั้งแต่เด็ก แม้บวชเรียนแล้วก็อยู่ในสายตา คอยแนะนำทางที่ถูกให้ประพฤติปฏิบัติ
เหตุการณ์สำคัญในชีวิตคือ การไปใช้ชีวิตกับหลวงปู่เทสก์นานถึง 8 ปี ในการเผยแผ่พระธรรมและกัมมัฏฐานที่ภูเก็ต
สมัยนั้นพระป่ายังไม่แพร่หลาย จึงเกิดปัญหาขัดแย้ง จนถึงขับไล่ไสส่งกัน แต่คณะของหลวงปู่เทสก์ก็ต่อสู้แก้ไขจนสถานการณ์ลุล่วงไปด้วยดี
นอกจากนี้ จากการได้อยู่ปรนนิบัติหลวงปู่มั่นอย่างใกล้ชิดถึง 2 ปี จึงได้รับข้อวัตรปฏิบัติ การสำรวมกาย วาจา ใจ ปฏิปทาและหลักธรรมนานา
สัจธรรมแห่งชีวิต ไม่มีใครหนีได้พ้น ในวัยชราเริ่มมีอาการอาพาธ วันที่ 26 ก.พ.2549 มีอาการปวดท้องเจ็บหน้าอก คณะศิษย์รีบนำตัวส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช
กระทั่งเมื่อวันที่ 7 มี.ค.2549 มีอาการกำเริบหนักขึ้น ปวดท้องแน่นหน้าอก หายใจไม่ค่อยสะดวก คณะแพทย์ได้รีบช่วยกันปั๊มหัวใจรักษาอาการอย่างสุดความสามารถ แต่ไม่สามารถยื้ออาการไว้ได้
ในที่สุด ละสังขารอย่างสงบด้วยโรคหัวใจล้มเหลว สิริรวมอายุ 84 ปี พรรษา 63