“พระธรรมมุนี” หรือ “หลวงพ่อแพ เขมังกโร” เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดพิกุลทอง อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี

มีนามเดิมว่า แพ ใจมั่นคง เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 1 ม.ค.2448 ณ บ้านสวนกล้วย เลขที่ 93/3 หมู่ที่ 3 ต.พิกุลทอง อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี

เข้าพิธีอุปสมบท เมื่ออายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ วันพุธที่ 21 เม.ย.2469 ที่อุโบสถวัดพิกุลทอง โดยมีพระมงคลทิพย์มุนี เจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชาวาส กรุงเทพฯ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูสิทธิเดช วัดชนะสงคราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และท่านเจ้าอธิการอ่อน วัดจำปาทอง เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ในปี พ.ศ.2474 เมื่อเจ้าอาวาสวัดพิกุลทองลาสิกขา ทำให้ตำแหน่งว่างลง ชาวบ้านพิกุลทองและชาวบ้านจำปาทองจึงได้นิมนต์ให้มารับตำแหน่งแทน ในเดือนเมษายน 2474

เห็นว่าวัดพิกุลทองเป็นวัดบ้านเกิดเมืองนอน ตอนนี้เสนาสนะชำรุดทรุดโทรมมาก โดยเฉพาะพระอุโบสถซึ่งสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ.2440

เปิดตลับพระใหม่

จึงตัดสินใจสร้างอุโบสถหลังใหม่ ในวันเพ็ญเดือน 3 ตรงกับวันมาฆบูชา เพื่อให้เพียงพอสำหรับพระภิกษุและสามเณรที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น และในวันสำคัญในศาสนา ประชาชนจะได้มีโอกาสเข้าร่วมบำเพ็ญกุศลในพระอุโบสถได้มากขึ้นด้วย

วันพุธที่ 10 ก.พ.2542 ละสังขารอย่างสงบ ณ ห้อง 901 ชั้น 9 อาคารหลวงพ่อแพ เขมังกโร 94 ปี โรงพยาบาลสิงห์บุรี สิริอายุ 94 พรรษา 73

วัตถุมงคลสร้างและปลุกเสกเอาไว้มากมายหลายชนิด ทั้งในนามวัดพิกุลทอง และต่างวัดที่มาขอความอนุเคราะห์ ตลอดทั้งหน่วยงานราชการและเอกชน ล้วนแต่มีพุทธคุณโดดเด่นเป็นที่เลื่องลือมาช้านาน

โดยเฉพาะเหรียญรุ่นแรก จัดสร้างเมื่อปี พ.ศ.2502 ลักษณะกลมรูปไข่รูปเหมือน ปั๊มตัดทีเดียว มีหู จัดสร้างเป็นเนื้อทองแดงและทองแดงกะไหล่ทอง

ด้านหน้า เป็นรูปเหมือนครึ่งองค์หันหน้าตรง ยกขอบเรียบ ขอบโค้งด้านบนรูปเหมือน เขียนคำว่า “หลวงพ่อพระครูศรีพรหมโสภิต”

ด้านหลังไม่มีขอบ ตรงกลางเป็นยันต์อักขระ ใต้ยันต์ เขียนคำว่า “วัดพิกุลทอง”

หลวงพ่อแพยังได้จัดสร้างเหรียญและวัตถุมงคลออกมาอีกหลายรุ่น แต่รุ่นที่ต่างเสาะแสวงหากัน คือ เหรียญรุ่นแรก

ด้วยเพราะมีประสบการณ์มากมายเป็นที่ประจักษ์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน