วันพุธที่ 18 มี.ค.2569 น้อมรำลึกครบรอบ 144 ปี ชาตกาล “หลวงพ่อซ้ง อินทสโร” หรือ พระปลัดซ้ง อดีตเจ้าอาวาสวัดดอนตาเพชร ต.ดอนตาเพชร อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ซึ่งได้รับการเล่าขานถึงวิทยาคม

พระเกจิอาจารย์ที่ชาวเมืองกาญจน์ ให้ความนับถือมากอีกรูปหนึ่ง มีเมตตากรุณาแก่ชาวบ้านยิ่ง

มีนามเดิมว่า ซ้ง สงวนศักดิ์ เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 มี.ค.2425 เป็นคนบ้านทุ่งสมอ ต.ทุ่งสมอ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี บิดา-มารดา ชื่อนายพุก และนางเย็น สงวนศักดิ์ มีพี่น้องร่วมมารดาเดียวกัน 11 คน เป็นบุตรคนที่ 10

บิดาถึงแก่กรรมตั้งแต่ยังเล็ก โยมมารดาจึงต้องรับภาระเลี้ยงดูพวกบุตรแต่ผู้เดียว เมื่ออายุ 10 ปีเศษ ได้นำไปฝากท่านอาจารย์รอด วัดทุ่งสมอ เพื่อศึกษาเล่าเรียนหนังสือไทยและขอม ตามประเพณีของไทยในครั้งนั้น เพราะตามชนบทยังไม่มีโรงเรียน ต้องนำไปฝากวัดให้พระสอน

เล่าเรียนหนังสือไทยและขอมกับอาจารย์รอด จนอ่านออกเขียนได้

ต่อมามารดาย้ายภูมิลำเนาไปอยู่บ้านเพ็ญพาด ต.พังตรุ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี จึงขอลาอาจารย์ติดตามมารดาออกจากวัดไป เพื่อช่วยทางบ้านประกอบอาชีพ

แต่อยู่บ้านเพ็ญพาดไม่นานเท่าใด ครอบครัวก็ต้องอพยพจากบ้านเพ็ญพาดไปอยู่บ้านดอนตาเพชร ต.พนมทวน อีกครั้ง

อริยะโลกที่ 6

อายุ 22 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดทุ่งสมอ ต.ทุ่งสมอ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี มีพระครูสิงคีคุณธาดา (หลวงปู่ม่วง จันทสโร) วัดบ้านทวน เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูวัตตสารโสภณ (หลวงพ่อดอกไม้) วัดดอนเจดีย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระปลัดทา วัดทุ่งสมอ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

จากนั้นไปจำพรรษาที่วัดดอนงิ้ว 3 พรรษา จึงได้ไปสร้างวัดขึ้นใหม่ พร้อมด้วยญาติโยมทั้งหลายที่บ้านดอนตาเพชร อยู่จำพรรษาอีก 6 พรรษาแล้วลาญาติโยมไปศึกษาพระปริยัติธรรมในจังหวัดพระนครและพักอยู่วัดใหม่คณิกาผล ด้วยครั้งนั้นตามหัวเมืองการศึกษาพระปริยัติธรรมยังไม่มี สอบได้ประกาศนียบัตรนักธรรมชั้นตรี เมื่อศึกษาอยู่ 6 ปี จึงกลับมาจำพรรษาที่วัดดอนตาเพชร

ตอนที่จำพรรษาอยู่ที่วัดดอนตาเพชร เห็นว่าที่วัดเก่าคับแคบมาก เพราะมีบ้านและนาอยู่ติดต่อกับวัด จึงย้ายมาตั้งใหม่ซึ่งอยู่คนละฝั่งคลองกับวัด อันมีชัยภูมิเหมาะดีและกว้างขวางมาก ต่อจากนั้นจึงสร้างกุฏิไม้ขึ้น 4 หลัง หลังละ 3 ห้อง

กุฏิพอจะเป็นที่อาศัยจำพรรษาเพียงพอแก่ภิกษุและสามเณร จึงทำรายงานขอร้องต่อคณะสงฆ์ตั้งวัดเป็นสำนักสงฆ์ต่อไป คณะสงฆ์ก็อนุมัติให้โดยดี

มีอุปนิสัยชอบสงบ พอใจในการประพฤติและปฏิบัติธรรม ไม่ค่อยดุหรือว่ากล่าวใครนัก พูดน้อย ชอบปฏิบัติพระกัมมัฏฐานในตอนกลางคืน โดยใช้การจำวัดกลางวันให้มากเท่าที่จะมากได้

ดังนั้น จึงเป็นที่เคารพนับถือของชาวอำเภอพนมทวนทั้งหลาย ตลอดถึงชนทั้งหลายที่ได้เห็นหรือรู้จักกับท่าน

นอกจากนี้ ยังเจียรนัยเพชรเม็ดงามให้กับคณะสงฆ์กาญจนบุรีเป็นจำนวนมาก ดังเห็นได้จากลูกศิษย์ที่ท่านเป็นพระอุปัชฌาย์ให้ มีตำแหน่งเป็นถึงเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรีถึง 2 รูปและเป็นเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาส

อาทิ พระธรรมคุณาภรณ์ (ไพบูลย์ กตปุญโญ) อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี อดีตเจ้าอาวาสวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้), พระเทพเมธากร (ณรงค์ ปริสุทโธ) อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี และอดีตเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ประชุมชนาราม (วัดท่ามะขาม), พระครูนิวิฐชยากร (หมุน อัคคจิตโต) อดีตเจ้าคณะอำเภอพนมทวน และอดีตเจ้าอาวาสวัดพังตรุ เป็นต้น

สร้างความประหลาดใจและประทับใจให้กับชาวดอนตาเพชร เมื่อคราวผูกพัทธสีมา ตกราวปี พ.ศ.2494 ทางวัดได้รับความร่วมมือจากลูกศิษย์ของท่านที่เป็นนายทหารอากาศ นำเครื่องบินมาบริการให้ชาวบ้านได้นั่งเครื่องบินบินรอบบริเวณวัด โดยนำรายได้จากค่านั่งเครื่องบินเข้าร่วมสมทบทุนสร้างอุโบสถ เป็นวัดเดียวของจังหวัดกาญจนบุรีที่สามารถนำเครื่องบินมาให้ชาวบ้านนั่งเป็นงานกุศล

มรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อปี พ.ศ.2499 นับรวมสิริอายุ 73 ปี พรรษา 51

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน