พระปลัดเดชา อาสโภ เจ้าอาวาสวัดไทยสะสาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์อำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางมาแสวงบุญประเทศอินเดีย-เนปาล แห่งที่ 17 พร้อมด้วยนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนาเมื่อเร็วๆ นี้ ณ วัดไทยสะสาราม เมืองสะสาราม รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย

ในการนี้ มีคณะพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล คณะสงฆ์ และพุทธศาสนิกชน รวมทั้งผู้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนไปประกอบศาสนกิจ ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ประเทศอินเดีย-เนปาล กว่า 70 รูป/คน ร่วมพิธีเปิดศูนย์โดยพร้อมเพรียง
ทั้งนี้ คณะร่วมถวายผ้าป่าสามัคคีบำรุงวัด ด้วยยอดปัจจัยรวม 18,070 บาท 5,880 รูปี 2 ริงกิต

พระปลัดเดชาปรารภว่า วัดไทยสะสาราม เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2558 ภายในวัดได้ก่อสร้างศาสนสถานตามแบบอย่างวัดในพระพุทธศาสนา โดยมีคณะที่ปรึกษา คณะผู้ดำเนินการโครงการ นำโดยพระปลัดเดชา อาสโภ เจ้าอาวาสวัดไทยสะสาราม ภายใต้การกำกับดูแลของหัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนชาวไทยและนานาชาติร่วมเป็นผู้อุปถัมภ์ และประสานงานในภารกิจสำคัญดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

การจัดตั้งวัดไทยสะสารามมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในดินแดนพุทธภูมิ อำนวยความสะดวกแก่พุทธศาสนิกชนชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาจาริกแสวงบุญ รวมทั้งเป็นศูนย์ประสานงานด้านการศึกษาในประเทศอินเดียและเนปาล ตลอดจนเพื่อร่วมเฉลิมฉลองมหามงคลธรรมาภิสมัยพุทธชยันตี 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และน้อมถวายเป็นพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลสมัย

ในการที่วัดไทยสะสาราม ได้รับการจัดตั้งให้เป็นศูนย์อำนวยความสะดวกแก่ผู้แสวงบุญ เพื่อรองรับพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมายังดินแดนพุทธภูมิ ในนามคณะสงฆ์ของวัดไทยสะสาราม ภายใต้การกำกับดูแลของหัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล ทางวัดพร้อมทำหน้าที่ดูแลอำนวยความสะดวก และประสานการปฏิบัติศาสนกิจต่างๆ ให้แก่ผู้แสวงบุญอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้การเดินทางมาสักการะสังเวชนียสถานและสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สะดวก และเปี่ยมด้วยศรัทธาอย่างสมบูรณ์ที่สุด

ด้านนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า ปัจจุบันกองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ได้สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์อำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางไปประกอบศาสนกิจ ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ภายใต้ความร่วมมือระหว่างพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล กับ กรมการศาสนา รวมทั้งสิ้น 17 แห่ง

ประกอบด้วยศูนย์อำนวยความสะดวกฯ ที่อยู่ในสาธารณรัฐอินเดีย ได้แก่ 1.วัดไทยพุทธคยา 2.วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ 3.วัดไทยสารนาถ 4.วัดไทยเชตวันมหาวิหาร 5.วัดสิทธารถราชมณเฑียร 6.วัดไทยนวราชรัตนาราม 7.วัดนวมินทรธรรมิกราช 8.วัดไทยเกสรียา 9.วัดพระรามอโยธยา 10.วัดลัฏฐิวันสวนตาลหนุ่ม 11.วัดพระธรรมทูตไทยาราม 12.วัดไทยอชันตา-เอลโลรา และศูนย์อำนวยความสะดวกฯ ที่อยู่ในสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล 13.วัดไทยลุมพินี 14.วัดไทยรามคาม 15.วัดพระราชวังกบิลพัสดุ์ 16.วัดไทยนิโครธาราม และแห่งที่ 17.วัดไทยสะสาราม ประเทศอินเดีย

อธิบดีกรมการศาสนากล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดศูนย์อำนวยความสะดวกดังกล่าว มีบทบาทสำคัญในการดูแลและอำนวยความสะดวกแก่คณะสงฆ์ รวมทั้งพุทธศาสนิกชนที่เดินทางไปยังดินแดนพุทธภูมิ ณ สังเวชนียสถานและสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา เพื่อให้การเดินทางและการประกอบศาสนกิจเป็นไปอย่างถูกต้อง เหมาะสม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพระพุทธศาสนาต่อไป