วันที่ 23 ก.พ.2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระมหาอนันต์ นิมมโล (เปรียญธรรม 8 ประโยค) เป็น พระราชวชิรปัญญารังษี ตรีปิฎกวิภูษิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นราช สถิต ณ วัดเกษมาคม จังหวัดกาฬสินธุ์ มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 4 รูป

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ.2569 ประกาศ ณ วันที่ 22 ก.พ.2569

พระราชวชิรปัญญารังษี (อนันต์ นิมมโล) เป็นพระเถระผู้เปี่ยมด้วยวิริยอุตสาหะ มีประวัติและปฏิปทาที่งดงามทั้งในด้านการศึกษาปริยัติธรรมและการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน

ปัจจุบันสิริอายุ 82 ปี พรรษา 61 ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ และเจ้าอาวาสวัดเกษมาคม ต.หลักเมือง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์

มีนามเดิมว่า อนันต์ โพนกองเส็ง เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 27 พ.ค.2487 ที่บ้านเลขที่ 186 หมู่ที่ 1 ต.หลักเมือง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ บิดา-มารดาชื่อ นายคำ และนางเปรื่อง โพนกองเส็ง ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา

พ.ศ.2497 สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนพิพัฒน์ราษฎร์บำรุง หลังจบชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนออกมาช่วยงานครอบครัวทำไร่ทำนา

อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 22 ก.ค.2507 ณ วัดเกษมาคม ต.หลักเมือง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ โดยมีพระครูวิบูลธรรมาคม วัดเกษมาคม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระมหาทองการ โกวิโท วัดเกษมาคม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาเคน กิตติโสภโณ วัดเกษมาคม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า นิมมโล มีความหมายว่า ผู้ปราศจากมลทิน

พระมหาอนันต์ นิมมโล

มุมานะศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม พ.ศ.2510 สามารถสอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอกตามลำดับ ที่สำนักเรียนวัดบรบือสราราม อ.บรบือ จ.มหาสารคาม พ.ศ.2523 สอบไล่ได้เปรียญธรรม 8 ประโยค ที่สำนักเรียนวัดเทพธิดารามวรวิหาร แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ

ทำหน้าที่ครูสอนพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและบาลี ก่อนเดินทางกลับสู่บ้านเกิดเพื่ออุปัฏฐากดูแลพระอุปัชฌาย์ที่อาพาธ และได้รับภาระปกครองวัดเกษมาคม สืบมาจนถึงปัจจุบัน

ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2537 เป็นเจ้าคณะตำบลหลักเมือง พ.ศ.2539 เป็นพระอุปัชฌาย์ในเขตตำบลหลักเมือง พ.ศ.2549 เป็นรองเจ้าคณะอำเภอกมลาไสย พ.ศ.2556 เป็นเจ้าคณะอำเภอกมลาไสย

พ.ศ.2565 เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์

พ.ศ.2567 ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์

ให้ความสำคัญกับการขัดเกลาจิตใจ เดินทางออกธุดงค์ตามป่าเขาทั่วภาคอีสาน และได้รับความเมตตาให้เข้าศึกษาข้อวัตรปฏิบัติจากบูรพาจารย์สายกัมมัฏฐานหลายรูป อาทิ หลวงปู่หล้า เขมปัตโต วัดบรรพตคีรี (ภูจ้อก้อ) จ.มุกดาหาร, หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง จ.หนองคาย, หลวงปู่สุธัมม์ ธัมมปาโล วัดเทพกัญญาราม จ.สกลนคร เป็นต้น

ด้วยความเป็นพระเถระที่มีวัตรปฏิบัติดี ดำรงตนอยู่ในพระธรรมวินัย ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา มีผลงานปรากฏเป็นที่ประจักษ์ จึงได้รับการยกย่องเชิดชูมากมาย

ส่วนงานเผยแผ่พระพุทธศาสนานั้น จัดกิจกรรมเผยแผ่พระพุทธศาสนาประจำปีในเทศกาลวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา มีการจัดปฏิบัติธรรม มีคณะครูอาจารย์จากสถานศึกษาต่างๆ ร่วมกิจกรรม

อีกทั้งยังเผยแผ่หลักธรรม ทั้งงานอบรมพระภิกษุ-สามเณร บวชเนกขัมมจาริณี อบรมเรื่องการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานและอยู่ปริวาสกรรม

เป็นผู้โอบอ้อมอารี วาจาไพเราะ ถ่อมตน และมีเมตตากับทุกคน

ก่อนหน้านี้อาการอาพาธด้วยโรคหลอดเลือดในสมองและโรคหัวใจ แต่ยังคงปฏิบัติศาสนกิจอย่างไม่ขาดสาย เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน โดยยึดหลักพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ส่งเสริมการเรียนการสอนปริยัติธรรม และเปิดพื้นที่วัดให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสำหรับพุทธศาสนิกชน

สมณศักดิ์ล่าสุด วันที่ 23 ก.พ.2569 ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชวชิรปัญญารังษี

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี และคณะ เชิญสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร ถวาย ณ วัดท่าสะแบง ต.มะบ้า อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด

สร้างความปลาบปลื้มแก่บรรดาคณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์ชาวเมืองกาฬสินธุ์เป็นยิ่งนัก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน