วันศุกร์ที่ 27 มี.ค.2569 น้อมรำลึกครบรอบ 100 ปี ชาตกาล “หลวงปู่เพิ่ม อัตตทีโป” หรือ “พระครูประโชติธรรมวิจิตร” ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอบางไทร และอดีตเจ้าอาวาสวัดป้อมแก้ว ต.บ้านกลึง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา พระเกจิที่มากด้วยวิทยาคมอีกรูป

มีนามเดิมว่า เพิ่ม บำรุงสุข เกิดวันที่ 27 มี.ค.2469 ที่บ้านเลขที่ 9 ม.5 ต.บ้านกลึง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีพี่น้องร่วมมารดาและต่างมารดา 7 คน ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา

ในวัยเยาว์ เข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดบางยี่โท อ.บางไทร จนสำเร็จการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 ในปี พ.ศ.2480 หลังจากจบการศึกษา หยุดเรียนหันมาช่วยพ่อแม่ทำนาเลี้ยงชีพ

อายุครบเกณฑ์เข้ารับราชการทหาร อาสาเข้ารับใช้ชาติ เป็นเวลา 2 ปีเต็ม เมื่อปลดประจำการ เข้าอุปสมบท เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2493 ที่พัทธสีมาวัดสีกุก ต.น้ำเต้า อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีพระครูประโชติวุฒิกร (หลวงพ่อโชติ) วัดป้อมแก้ว เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูถาวรธรรมคุณ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ไพโรจน์ วัดเสาธง อ.บางบาล เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ได้รับฉายา อัตตทีโป มีความหมายว่า ผู้มีตนดังประทีป (แสงสว่าง) หรือผู้มีแสงสว่างแห่งตน

ระหว่างการครองสมณเพศในระยะแรก ท่านมิได้ตั้งใจว่าจะศึกษาวิทยาคม แต่ถูกหลวงพ่อโชติบังคับให้ศึกษาติดต่อกัน จนสำเร็จวิชากัมมัฏฐานและการเขียนอักขระขอม

ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม จนกระทั่ง ปี พ.ศ.2489 สอบได้นักธรรมชั้นเอก ที่สำนักเรียนวัดป้อมแก้ว ก่อนย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดป้อมแก้ว และเข้าศึกษาอบรมจากโรงเรียนพระสังฆาธิการ ส่วนภูมิภาครุ่นที่ 1

ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2509 เป็นรองเจ้าคณะตำบลบ้านกลึง พ.ศ.2510 เป็นเจ้าอาวาสวัดป้อมแก้ว

พ.ศ.2511 เป็นเจ้าคณะตำบลบ้านกลึง พ.ศ.2511 เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2541 เป็นเจ้าคณะอำเภอบางไทร

พ.ศ.2549 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอบางไทร

ในช่วงที่เป็นเจ้าอาวาสวัดป้อมแก้ว มีพระภิกษุ-สามเณรได้ศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่สำนักเรียนวัดป้อมแก้วเป็นจำนวนมาก

ลงมือสอนหนังสือด้วยตนเองอยู่เป็นประจำ พร้อมทั้งเปิดสำนักเรียนธรรมศึกษาและบาลี ด้วยความวิริยะและเอาใจใส่ต่อการศึกษาสงฆ์เมืองอยุธยา ทำให้พระภิกษุ-สามเณร ในสำนักเรียนวัดป้อมแก้ว สอบได้เปรียญธรรมประโยคสูงๆ จำนวนหลายรูป

สำหรับงานด้านสาธารณูปการ ชาวเมืองกรุงเก่า ตั้งฉายาให้หลวงพ่อเพิ่ม เป็นหลวงพ่อนักพัฒนา แม้ว่าไม่เคยได้ศึกษาเล่าเรียนวิชาช่างหรือก่อสร้าง แต่ด้วยประสบการณ์ความรู้ที่ได้ติดตัวมาแต่ช่วงสมัยรับราชการทหาร เคยได้ร่วมก่อสร้างบ้านเรือนมาก่อน จึงได้นำเอารูปแบบต่างๆ มาสร้างถาวรวัตถุภายในวัดป้อมแก้ว

การออกแบบก่อสร้างนั้น จะคงรูปแบบให้เป็นสถาปัตยกรรมไทย สิ่งที่จะดำเนินการต่อไปคือการสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่แทนหลังปัจจุบันที่ทรุดโทรมมากแล้ว

งานด้านการศึกษาสงเคราะห์ ส่งเสริมและชักจูงลูกหลานชาววัดป้อมแก้วและตำบลใกล้เคียงเข้าพิธีบรรพชา-อุปสมบท ตามประเพณีอันดีงามแบบชาวไทยที่สืบทอดมายาวนาน

ทั้งยังได้ตั้งกองทุนเพื่อการศึกษาให้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา รวมทั้งเป็นผู้อุปถัมภ์โรงเรียนวัดป้อมแก้วมาตลอด

ลำดับสมณศักดิ์ที่ได้รับพระราชทานเริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2516 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตี ในราชทินนามที่พระครูประโชติธรรมวิจิตร พ.ศ.2536 ได้เลื่อนเป็นเจ้าคณะตำบลชั้นโท พ.ศ.2541 ได้เลื่อนเป็นเจ้าคณะตำบลชั้นเอก

พ.ศ.2545 ได้เลื่อนเป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะอำเภอชั้นเอก ในราชทินนามเดิม

กล่าวได้ว่านามของหลวงปู่เพิ่ม เป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศ งานพุทธาภิเษกวัตถุมงคลรุ่นดังแทบทุกรุ่น ต้องมีชื่อของท่านเข้าร่วมพิธีด้วยแทบทุกงาน ทั้งนี้ เนื่องมาจากแรงศรัทธาที่เชื่อกันว่า ชื่อเป็นมงคลนาม ใครที่บูชาวัตถุมงคลที่เข้าร่วมปลุกเสก ชีวิตมีแต่ “เพิ่ม” ขึ้นในทางที่ดีเสมอ

ด้วยสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง เมื่อเวลา 01.30 น. วันจันทร์ที่ 1 ก.ค.2562 ละสังขารอย่างสงบ ด้วยโรคชรา ที่โรงพยาบาลธนบุรี สิริอายุ 93 ปี พรรษา 69

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน