สมุทรสงครามยังคงเป็นจังหวัดที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม มีวัดวาอารามมากถึง 116 แห่ง และหนึ่งในวัดสำคัญที่มีเรื่องราวยาวนาน คือ “วัดอินทาราม” หมู่ 1 ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม

สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2300 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ก่อนจะได้รับการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 3 ภายในวัดมีอุโบสถหลังเก่าอันทรงคุณค่า ลักษณะเป็นอาคารขนาดเล็ก มีประตูเข้าออกเพียงด้านหน้า ชาวบ้านเรียกว่า “โบสถ์มหาอุต” ใช้เป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อโต-ซำปอกง 300 ปี” พระพุทธรูปศิลาสีแดง ปางมารวิชัย อายุกว่า 300 ปี งดงามและเปี่ยมด้วยพุทธศิลป์
แม้อุโบสถหลังเดิมจะชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา แต่ยังคงสะท้อนภูมิปัญญาโบราณ ผ่านการประดับเครื่องเบญจรงค์บนหลังคา และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติจากกรมศิลปากรเรียบร้อยแล้ว

ต่อมาทางวัดได้ก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ด้วยหินอ่อนนำเข้าจากต่างประเทศทั้งหลัง ซึ่งนับเป็นแห่งเดียวในจังหวัดสมุทรสงคราม มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท โดดเด่นด้วยบานประตูและหน้าต่างไม้สักแกะสลักลวดลายสุภาษิตสอนใจ ภายในยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่หาชมได้ยาก เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนลอดอุโบสถ เสริมสิริมงคล พร้อมสักการะพระประจำวันเกิด และ “หลวงพ่อรวย” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ใต้ฐานอุโบสถ ซึ่งผู้มาขอพรมักสมหวังดังตั้งใจ

นอกจากนี้ ภายในวัดยังมี “ท้าวเวสสุวรรณจตุมหาราชิกา” ที่บรรจุพระสมเด็จฯ บนเกศให้สักการะ ขอพรเทพทันใจ เจ้าแม่กวนอิมหยก รวมถึงกิจกรรมตักบาตรพระอริยสงฆ์ 1,250 องค์ ซึ่งถือเป็นแห่งเดียวในภาคตะวันตก
บริเวณริมคลองแควอ้อมหน้าวัดยังมีตลาดน้ำขนาดย่อม เปิดพื้นที่ให้ชุมชนนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายในราคาย่อมเยา และเป็นที่ตั้งของวังมัจฉาที่มีปลาตะเพียนนับหมื่นตัวแหวกว่ายรอรับอาหารจากนักท่องเที่ยว กลายเป็นอีกมุมพักผ่อนที่เรียบง่ายและน่าประทับใจ

พระเมธีวัชรประชาทร (หลวงพ่อแดง นันทิโย)
พระเมธีวัชรประชาทร (หลวงพ่อแดง นันทิโย) เจ้าอาวาสวัดอินทาราม ปรารภว่า ในช่วงนี้ส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ ซึ่งเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของพื้นที่ กำลังออกสู่ตลาดจำนวนมาก เกรงว่าจะกระทบด้านราคา ได้จัดงาน “พุทธเกษตร เทศกาลผลไม้ ส้มโอขาวใหญ่ สมุทรสงคราม” ระหว่างวันที่ 28 มี.ค.-29 เม.ย.2569 ณ อาคารอเนกประสงค์ภายในวัด เพื่อเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำผลผลิตสดๆ จากสวน ทั้งส้มโอ ลิ้นจี่ มะพร้าวน้ำหอม กล้วย มาจำหน่ายโดยตรงถึงผู้บริโภคโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้ คือ “สังขยามะพร้าวอ่อนสามน้ำ (น้ำกร่อย น้ำจืด น้ำเค็ม)” คัดสรรมะพร้าวน้ำหอมอายุ 25-30 วัน เนื้อนุ่มกำลังดี ผสานสังขยาสูตรเฉพาะของวัดที่ใช้ไข่เป็ด หัวกะทิ และน้ำตาลมะพร้าวแท้แม่กลอง นึ่งด้วยไฟแรงจนได้รสหอมหวานมันกลมกล่อม จำหน่ายในราคาลูกละ 50 บาท ทำสดใหม่ทุกวัน พร้อมขนมไทยโบราณอย่างเม็ดขนุน ทองหยิบ ทองหยอด และฝอยทอง สูตรหวานน้อย เริ่มต้นกล่องละ 100 บาท โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำเข้าสู่กองทุนสนับสนุนโครงการเรียนฟรีของวัด ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเดือนละกว่า 500,000 บาท ปัจจุบันดูแลนิสิตนักศึกษาทั้งพระสงฆ์และประชาชนราว 250 รูป/คน ในระดับปริญญาตรีและหลักสูตรประกาศนียบัตร

ชยชัย แสงอินทร์
ด้านนายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า ปี พ.ศ.2569 จังหวัดมีพื้นที่ปลูกลิ้นจี่รวม 5,057 ไร่ แต่จากสภาพอากาศที่แปรปรวน ทั้งอากาศหนาวจัดจนผึ้งไม่ออกผสมเกสร และฝนตกหนักในช่วงต้นปี ส่งผลให้ผลผลิตลดลงอย่างมาก เหลือเพียงประมาณ 3 ตัน จากเดิมที่เคยได้หลักพันตัน ทำให้ลิ้นจี่ปีนี้กลายเป็น “ของพรีเมียม” หายาก แต่ยังคงรสชาติหอมหวานเป็นเอกลักษณ์
ผู้ว่าราชการจังหวัดยืนยันว่า แม้ผลผลิตจะมีน้อย แต่ยังพอมีให้ได้ลิ้มลอง พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสเสน่ห์สวนผลไม้ของสมุทรสงคราม ทั้งส้มโอ มะพร้าว และลิ้นจี่ รวมถึงอาหารพื้นถิ่นหลากหลาย หรือร่วมงานเทศกาลผลไม้ที่วัดอินทาราม ซึ่งนอกจากจะได้อุดหนุนเกษตรกรแล้ว ยังได้ชิมเมนูพื้นบ้านอย่างยำส้มโอ ขนมไทย และสังขยามะพร้าวอ่อน พร้อมไฮไลต์ “แกงเขียวหวานลิ้นจี่” ที่เปิดให้ชิมฟรีในวันเสาร์-อาทิตย์ และตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์อีกด้วย

การมาเยือนวัดอินทารามในช่วงนี้จึงไม่ใช่เพียงการไหว้พระทำบุญ แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงศรัทธาเข้ากับวิถีชุมชน ทั้งการช่วยเหลือเกษตรกร และการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนได้อย่างครบถ้วนในทริปเดียว ผู้สนใจสามารถร่วมงานได้ตั้งแต่บัดนี้ ไปจนถึงวันที่ 29 เม.ย.2569 ณ วัดอินทาราม อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม
สำหรับวัดอินทาราม นอกจากการคมนาคมทางรถที่สะดวกเข้าถึงวัดแล้ว บริเวณหน้าวัดยังมีท่าน้ำคลองแควอ้อมให้นักท่องเที่ยวที่มาทางเรือจากตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำบางน้อย หรือตลาดแม่กลองที่มากราบไหว้นมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัดดังกล่าวอีกด้วย หากไปไม่ถูก โทร.สอบถามได้ที่ 08-7328-7808 หรือปักหมุด จีพีเอส วัดอินทาราม (หลวงพ่อโต ลอดใต้โบสถ์) ได้เลย
ขจร โพธิ์นิ่มไทย