วันอังคารที่ 24 มีนาคม 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีบวงสรวงอัญเชิญพระพุทธมหานวนาคปฏิมากร ประดิษฐาน ณ หอพระนาคปรก สวนสิรินธราภิรมย์ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร


โดยมี นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายนฤชา โฆษณาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ว่าที่ ร.ต.ตระกูล โทธรรม นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย

พร้อมรองอธิบดี ผู้อำนวยการกอง สำนัก ศูนย์ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการกลุ่มงาน ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง


โอกาสนี้ นายอรรษิษฐ์ ประธานในพิธีได้วางพวงมาลัย และจุดธูป เทียน บูชาสักการะพระพุทธมหานวนาคปฏิมากร แล้วนำผู้บริหารระดับสูงจุดธูป เทียน เครื่องบวงสรวง และปักธูปบริวาร หัวหน้าโหรพราหมณ์อ่านโองการบวงสรวงบูชาฤกษ์ แล้วโปรยข้าวตอกดอกไม้ที่เครื่องบวงสรวง เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการ

การประดิษฐาน “พระพุทธมหานวนาคปฏิมากร” สถิตเป็นพระประธาน ณ หอพระนาคปรก สวนสิรินธราภิรมย์ กระทรวงมหาดไทย ได้หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ โดยมีพุทธลักษณะที่ได้รับต้นแบบจากความเมตตาอนุเคราะห์ของสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธัมมธโช) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม รูปแบบพุทธศิลป์มีความงดงามตามแบบฉบับ “ศิลปะสุโขทัย” ที่ได้รับแรงบันดาลใจอันทรงคุณค่ามาจากพระนาคปรกเก้าเศียรศรีสัชนาลัย วัดพระธาตุเจ็ดแถว จังหวัดสุโขทัย นำมาผสมผสานเข้ากับเอกลักษณ์ของยุคสมัยรัตนโกสินทร์ได้อย่างลงตัว



ลักษณะเด่นขององค์พระ เป็นพุทธปฏิมากรรมร่วมสมัยที่หล่อแยกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนองค์พระพุทธรูป และส่วนฐานรองรับ อันประกอบด้วย ขนดนาคซ้อนเรียงขึ้นเป็นฐาน 7 ชั้น โดยมี “พญามุจลินทร์” แผ่พังพานขึ้นเป็น 9 เศียร หรือ “มหานวนาค” เพื่อเป็นพุทธบัลลังก์ถวายการอารักขาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้ทรงปลอดจากเภทภัยภยันตรายและหมู่มารที่มาผจญ รวมถึงคุ้มแดดคุ้มฝนให้ทรงสำราญพระวรกาย ตามตำนานพุทธประวัติ