“หลวงพ่อเอื้อน อัตตมโน” หรือ “พระครูอดุลวิริยกิจ” เจ้าอาวาสวัดวังแดงใต้ ต.วังแดง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา พระเกจิอาจารย์ที่มากด้วยวิทยาคมอีกรูป พิธีพุทธาภิเษก ณ ที่แห่งใดในภาคกลาง ต้องมีชื่อไปร่วมอธิษฐานจิตแทบจะทุกงาน

เป็นหนึ่งในพระเกจิอาจารย์เรืองวิทยาคมแห่งกรุงเก่า ศิษย์สืบสายวิทยาคมจากครูผู้เข้มขลังในอดีตหลายท่าน เช่น หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ ผู้สร้างตะกรุดหนังหน้าผากเสือ, หลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ ผู้สร้างตำนานมีดสะกดวิญญาณ รวมทั้งหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง จ.สระบุรี

มีนามเดิมว่า เอื้อน พันธุมิตร เกิดเมื่อวันที่ 1 ก.ย.2483 ที่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 6 ต.วังแดง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา บิดาเป็นหมอชาวบ้านโบราณที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษาโรค ด้วยมนต์คาถาปัดเป่าและน้ำมนต์

ชีวิตในวัยเยาว์ช่วยเหลือครอบครัวเท่าที่ช่วยได้ นิสัยตอนเด็กเปี่ยมไปด้วยเมตตา ไม่เคยเอาเปรียบใคร ช่วยเหลือคนอื่น ไม่ชอบการรังแกกลั่นแกล้ง พอจบชั้นประถมปีที่ 4 ออกมาช่วยพ่อแม่ทำนาเลี้ยงวัว

ช่วงที่เป็นหนุ่มบิดาสอนให้รู้จักนั่งวิปัสสนากัมมัฏฐาน ทำจิตให้สงบ ภาวนาคำว่า “พุทโธ” จนติดเป็นนิสัย

อายุ 22 ปีเข้าพิธีอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดบึง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้มีโอกาสศึกษาวิชาวิปัสสนาตามแบบอย่างหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี รวมทั้งศึกษาการเขียนยันต์ตะกรุดให้ด้วย

พ.ศ.2514 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดวังแดงใต้ พัฒนาวัดแห่งนี้จนมีความเจริญรุ่งเรือง

มงคลข่าวสด

สำหรับ “วัดวังแดงใต้” หมู่ที่ 3 บ้านวังแดงใต้ ต.วังแดง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำป่าสัก ตามหลักฐานสร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ราวปีพ.ศ.2320

ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นลาวพวน ซึ่งถูกกวาดต้อนมาจากบ้านวังแดงใต้ อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร เพื่อมาขุดคลองกั้นแม่น้ำป่าสักให้ไหลไปทางตรง เมื่อเห็นว่าบริเวณที่มาอาศัยอยู่อุดมสมบูรณ์ดีจึงคิดตั้งรกรากและได้สร้างวัดตามชื่อหมู่บ้านที่อพยพมา คือ “วัดวังแดงใต้”

เดิมสภาพวัดแทบร้าง สิ่งก่อสร้างต่างๆ ชำรุดทรุดโทรมอย่างมาก มีพระสงฆ์สามเณรจำพรรษาแค่ 2-3 รูป ครั้นเมื่อหลวงพ่อเอื้อนเข้ารับตำแหน่งแล้วได้เริ่มบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะถาวรวัตถุภายในวัด อาทิ อุโบสถ ศาลา กุฏิ ฯลฯ

ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ของวัดซึ่งตั้งอยู่ที่ราบลุ่มใกล้แม่น้ำป่าสัก ประกอบกับชุมชนชาวบ้านรอบวัด พัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่องโดยถมถนน ถมดินบ้านเรือนที่อยู่อาศัยสูงขึ้นเพื่อให้พ้นจากน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก

ทั้งนี้ หลวงพ่อเอื้อนสืบทอดวิชาจากพระเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายรูป อาทิ หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ, หลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ, หลวงพ่อตั๋ง วัดโพธิ์เอน และหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง จ.สระบุรี

กล่าวได้ว่าเป็นผู้สืบทอดตำรับตำราวิชาตะกรุดของหลวงพ่อตาบและหลวงพ่อตั๋งไว้จนหมดสิ้น อีกทั้งวิธีลงยันต์ตามตำราหลวงพ่อเสน อดีตพระเกจิวัดบึง ยันต์สายสำนักวัดประดู่ทรงธรรม ตักสิลาแห่งกรุงเก่า

นอกจากนี้ ยังมีความเชี่ยวชาญด้านการจารอักขรยันต์และการสร้างตะกรุดหน้าผากเสือ โดยเฉพาะตะกรุดโสฬสมหามงคลซึ่งลงอักขระและม้วนด้วยตนเองต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี สร้างความศรัทธาแก่ลูกศิษย์ทั่วประเทศ จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปไกลถึงต่างประเทศทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ ให้ความศรัทธาเดินทางมากราบและบูชาวัตถุมงคลเป็นจำนวนมาก

ด้วยความเป็นพระสงฆ์ที่มีความเมตตาจึงเป็นที่เลื่อมใสศรัทธา เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจแห่งความศรัทธา

อย่างไรก็ตาม เมื่อย่างเข้าวัยชราอาพาธด้วยโรคไต เข้ารับการรักษาตัวตั้งแต่ช่วงเดือนธ.ค.2568 ที่โรงพยาบาลเสนา อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา

กระทั่งอาการทรุดลงอย่างต่อเนื่อง และมรณภาพอย่างสงบเมื่อเวลา 06.35 น. วันที่ 21 มี.ค.2569 สิริอายุ 85 ปี พรรษา 64

ซึ่งคณะศิษยานุศิษย์ที่ทราบข่าวต่างมีความรู้สึกเศร้าสลดอาลัยเป็นอย่างยิ่ง

วัดวังแดงใต้จัดพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพเมื่อวันที่ 23 มี.ค.2569 และร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน