วันจันทร์ที่ 15 เม.ย.2569 น้อมรำลึกครบรอบ 109 ปี ชาตกาล พระครู นิภาสธรรมวัฒน์ หรือ หลวงพ่ออุย อภิวัฑฒโณ เจ้าอาวาสวัดช่องคีรีศรีสิทธิวราราม อ.เมือง จ.นครสวรรค์ อดีตพระเกจิอาจารย์เรืองวิทยาคม ชื่อเสียงโด่งดัง
มีนามเดิมว่า มณี ภู่บัว เกิดเมื่อ วันอาทิตย์ที่ 15 เม.ย.2460 เกิดที่บ้านโคกหนองไผ่ หมู่ 2 ต.สายออ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา บิดา-มารดา ชื่อ นายโขนและนางศรีไพร ภู่บัว ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา

เหตุที่เรียกว่า อุย เนื่องมาจากตอนเด็กมีรูปร่างอ้วยอุย จึงเรียกว่า “อุย”
ในวัยเด็ก เรียนหนังสือจบชั้นประถมปีที่ 3 เมื่อปี พ.ศ.2475 ที่โรงเรียนประชาบาลวัดโคกหนองไผ่ พร้อมทั้งช่วยครอบครัวทำนา
ต่อมาทางราชการเกณฑ์คนหนุ่มส่งไปจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อพัฒนาเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 และมีข่าวว่าคนหนุ่มที่ถูกส่งไปป่วยเป็นไข้ป่า เสียชีวิตจำนวนมาก ทางครอบครัวจึงส่งให้มาอยู่กับลุงที่นครสวรรค์ ชื่อลุงปาน ที่บ้านวังม้า ต.วังม้า อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์
ในปีเดียวกัน (พ.ศ.2486) ลุงปานจัดการอุปสมบทให้ที่วัดวังม้า ขณะนั้นอายุได้ 26 ปี อุปสมบทเมื่อวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6 โดยมีหลวงพ่อภู่ วัดลาดยาว เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อสิงห์ วัดดอนโพธิ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่อประสิทธิ์ วัดวังม้า เป็นพระอนุสาวนาจารย์
อยู่จำพรรษาที่วัดวังม้า พ.ศ.2487 จำพรรษาที่วัดโพธาราม พ.ศ.2488 จำพรรษาที่วัดยาง (วัดสุคตวราราม) และย้ายมาจำพรรษาที่วัดช่องคีรีศรีสิทธิวราราม พ.ศ.2489 เรียนพระปริยัติธรรมสอบได้นักธรรมชั้นโท สำนักเรียนวัดนครสวรรค์ และอยู่ที่วัดช่องคีรีศรีสิทธิวรารามมาจนวาระสุดท้าย
ในคราวแรกสภาพวัดช่องคีรีศรีสิทธิ วรารามเต็มไปด้วยป่าไม้ ในช่วงแรกที่มาอยู่ จำพรรษามีพระสงฆ์เพียง 3 รูปเท่านั้น
ศึกษาวิทยาคมจากหลวงพ่อประสิทธิ์ วัดวังม้า ซึ่งเป็นพระเถระที่มีอายุกาลพรรษาสูงและมีวิทยาคมรูปหนึ่งของเมืองนครสวรรค์ ทั้งยังศึกษาวิชาจากพระเถระอีกหลายรูปที่มีชื่อเสียงของนครสวรรค์
พ.ศ.2524 ได้เป็นพระครูชั้นประทวน พ.ศ.2552 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูนิภาสธรรมวัฒน์
ริเริ่มก่อสร้างโบสถ์ในปี พ.ศ.2507 ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 7 ปี จึงแล้วเสร็จ เมื่อปี พ.ศ.2514 เพียรพยายามก่อสร้างศาสนวัตถุ ทั้งโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ ด้วยความร่วมมือของประชาชนและผู้ที่ศรัทธาในวัตรปฏิบัติของท่าน
นอกจากนี้ ท่านยังบริจาคทรัพย์สร้างโบสถ์ ศาลา กุฏิ ที่วัดโคกหนองไผ่ซึ่งเป็นบ้านเดิม เป็นเงินทั้งสิ้น 5 ล้านบาท ตั้งมูลนิธิโรคเอดส์ให้โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ นครสวรรค์ 2 ล้านบาท สร้างศูนย์สุขภาพชุมชนวัดช่องคีรีศรีสิทธิวราราม 1 ล้านบาท ตั้งมูลนิธิหลวงพ่ออุย ภู่บัว เพื่อการศึกษาให้โรงเรียนเทศบาล 5 วัดช่องคีรีศรีสิทธิวราราม 1 ล้าน 3 แสนบาท
วัตรปฏิบัติที่สำคัญ คือ การออกบิณฑบาต ทุกเช้าตั้งแต่ตี 5 จะเดินบิณฑบาตไปรอบตลาดปากน้ำโพและกลับถึงวัดเวลาประมาณ 07.00 น. ต่อมาอายุได้ 83 ปี หลวงพ่อต้องหยุดบิณฑบาต เนื่องจากอายุมากขึ้นและเคยได้รับอุบัติเหตุ รวมทั้งถูกแก้วบาดเท้าเวลาบิณฑบาต แต่ยังคงเดินจงกรมรอบโบสถ์ทุกวันเพื่อเป็นการออกกำลังกายและฝึกสมาธิควบคู่ไปพร้อมกัน
อีกประการหนึ่งที่ปฏิบัติเป็นประจำ คือ การฉันเอกา ฉันภัตตาหารเพียงมื้อเดียว คือ มื้อเพล มักสอนผู้ที่มากราบไหว้ว่า “เช้าๆ อย่าขี้เกียจเดิน มันเป็นยาขนานเอก” และท่านยังแนะนำหลักธรรมในการปฏิบัติตนของชาวพุทธว่า “รักษาศีล 5 ให้ครบถ้วนก็เพียงพอแล้ว”
การให้เช่าบูชาแทบทุกรุ่นจะไม่มีเหลืออยู่ที่วัด และวัตถุมงคล ส่วนใหญ่ได้รับความนิยมจากประชาชนทั่วไป อาทิ เหรียญรูปไข่ รุ่นแรกของท่าน สร้าง พ.ศ.2513 มอบให้แก่บรรดาผู้ที่เคารพศรัทธาในตัวท่าน จนเป็นที่แสวงหาและมีราคาค่านิยมมาก
มรณภาพอย่างสงบ เมื่อเวลา 07.52 น. วันที่ 7 เม.ย.2556 ที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ด้วยโรคชรา สิริอายุ 96 ปี