วันพุธที่ 15 เมษายน 2569 มูลนิธิเจ้าแม่สุชาดา (วังย่าเฒ่า) หลวงพ่อเกษม เขมโก อุปถัมภ์ ได้จัดงาน “วันสืบสานวัฒนธรรมประเพณี ตามรอยธรรมหลวงพ่อเกษม เขมโก” ครั้งที่ 4 โดยมีนายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง, นายคฑา ชินบัญชร หมอดูชื่อดัง พุทธศาสนิกชนชาวลำปางและคณะศิษย์ร่วมพิธี ที่ศาลเจ้าแม่สุชาดา ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง

ในการนี้ ได้รับเมตตาจากสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธัมมธโช) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรฯ กรุงเทพฯ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระจินดารัตนาภรณ์ (เสริม กตกิจโจ) เจ้าคณะจังหวัดลำปาง เจ้าอาวาสวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม นำคณะสงฆ์ประกอบพิธีพุทธาภิเษก เหรียญเจ้าแม่สุชาดา รุ่นสะเดาะเคราะห์เมือง และองค์จำลองเจ้าแม่สุชาดา ขนาด 5 นิ้ว ร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิตเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล

สดจากหน้าพระ

โดยกิจกรรมก่อนหน้านี้ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนีเดินทางมายังศูนย์การค้าเซ็นทรัลลำปาง เพื่อรับมอบปัจจัยจากผู้มีจิตศรัทธาสมทบเข้ากองทุนมูลนิธิฯ ก่อนเคลื่อนขบวนรถม้ามายังศาลเจ้าแม่สุชาดา เพื่อเข้าสู่พิธีสรงน้ำรูปเหมือนหลวงพ่อเกษม เขมโก

การจัดงานครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อหลวงพ่อเกษม เขมโก อริยสงฆ์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวลำปาง ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและรักษาประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป

สดจากหน้าพระ

ในช่วงท้ายของพิธี สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เมตตามอบวัตถุมงคลให้แก่ผู้มีจิตศรัทธาที่มาร่วมงาน สร้างความปลาบปลื้มใจแก่พุทธศาสนิกชนเป็นอย่างยิ่ง ก่อนจะเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

“หลวงพ่อเกษม เขมโก” สุสานไตรลักษณ์ จ.ลำปาง พระเถราจารย์ปูชนียบุคคลอีกรูป

สดจากหน้าพระ

มีนามว่า เจ้าเกษม ณ ลำปาง เกิดเมื่อวันที่ 28 พ.ย.2455 เป็นบุตรในเจ้าน้อยหนู ณ ลำปาง (ภายหลังเปลี่ยนนามสกุลใหม่เป็น มณีอรุณ) ปลัดอำเภอ กับเจ้าแม่บัวจ้อน ณ ลำปาง และเป็นราชปนัดดาในเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต เจ้าหลวงผู้ครองนครลำปางองค์สุดท้าย

สมัยตอนเด็ก มีคนเล่าว่าซุกซนมาก มีอยู่ครั้งหนึ่งปีนต้นบ่ามั่น (ต้นฝรั่ง) เกิดพลัดตกจนมีแผลเป็นที่ศีรษะ

สดจากหน้าพระ

เมื่ออายุ 13 ปีบรรพชา ซึ่งเป็นการบรรพชาหน้าศพ (บวชหน้าไฟ) ของเจ้าอาวาสวัดป่าดั๊ว 7 วัน ได้ลาสิกขาและบรรพชาอีกครั้ง เมื่ออายุ 15 ปี อยู่ที่วัดบุญยืน จังหวัดลำปาง ศึกษาด้านพระปริยัติธรรม จนสามารถสอบนักธรรมชั้นโท ในปี พ.ศ.2474 เข้าพิธีอุปสมบทในปีถัดมา มีพระธรรมจินดานายก อดีตเจ้าคณะจังหวัดลำปาง เป็นพระอุปัชฌาย์

สดจากหน้าพระ

ศึกษาพระปริยัติธรรมภาษาบาลีที่สำนักวัดศรีล้อม ต่อมาได้ย้ายมาศึกษาแผนกนักธรรมที่สำนักวัดเชียงราย

พ.ศ.2479 สอบได้นักธรรมชั้นเอก เรียนรู้ภาษาบาลีจนสามารถเขียนและแปลได้ แต่ไม่ได้สอบเอาวุฒิ จนครูบาอาจารย์ทุกรูปต่างเข้าใจว่าไม่ต้องการมีสมณศักดิ์สูง เรียนเพื่อจะนำเอาวิชาความรู้มาใช้ในการศึกษาค้นคว้าพระธรรมคำสอนเท่านั้น

สดจากหน้าพระ

หลังสำเร็จทางด้านพระปริยัติธรรมแล้ว เสาะแสวงหาครูบาอาจารย์ที่มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญในด้านวิปัสสนา จนกระทั่งทราบข่าวว่ามีพระเกจิรูปหนึ่งมีชื่อเสียงในด้านวิปัสสนา คือ ครูบาแก่น สุมโน จึงฝากตัวเป็นศิษย์

ตามครูบาแก่นออกท่องธุดงค์ไปแสวงหาความวิเวกและบำเพ็ญเพียรตามป่าลึก จนถึงช่วงเข้าพรรษาจึงต้องแยกทางกับพระอาจารย์ และกลับมาจำพรรษาที่วัดบุญยืนตามเดิม พอครบกำหนดออก ก็ติดตามอาจารย์ออกธุดงค์บำเพ็ญภาวนา

ต่อมาเจ้าอธิการคำเหมย เจ้าอาวาสวัดบุญยืนมรณภาพ คณะสงฆ์ได้ประชุมกันเพื่อหาเจ้าอาวาสรูปใหม่ และต่างลงความเห็นพ้องต้องกันเห็นควรว่า พระภิกษุเจ้าเกษมมีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าอาวาส

สดจากหน้าพระ

ครั้นเมื่อได้รับเลือกเป็นเจ้าอาวาสวัดบุญยืนก็ไม่ยินดียินร้าย แต่ท่านก็ห่วงทางวัด เพราะเคยจำพรรษาที่วัดแห่งนี้ เห็นว่าถือเป็นภารกิจทางศาสนา ต้องการให้พระศาสนานี้ดำรงอยู่

หลังจากนั้น ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสหลายครั้ง เนื่องจากต้องการจะออกธุดงค์ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ ดังนั้น จึงออกจากวัดบุญยืนไปที่ศาลาวังทาน พร้อมเขียนข้อความลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสไว้ด้วย

เป็นพระสายวิปัสสนาธุระ ไม่ยึดติดแม้แต่สถานที่ ปฏิบัติธรรม ณ สุสานไตรลักษณ์ตลอดชีพ เป็นพระที่เป็นที่เคารพสักการะทั้งจังหวัดลำปางและทั่วประเทศ

เวลา 19.40 น. วันจันทร์ที่ 15 ม.ค.2539 มรณภาพอย่างสงบ ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลลำปาง จ.ลำปาง สิริอายุ 84 ปี พรรษา 64

วินัย บุญมีพิสุทธิ์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน