ช่วงเช้าวันพุธที่ 6 พ.ค.2569 พระราชมงคลวชิรธรรม วิ. หรือ หลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม วัดป่าสีห์พนม ต.บงใต้ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ได้ละสังขารด้วยอาการสงบ

หลังรักษาอาการอาพาธที่กุฏิภายในวัดป่าสีห์พนม มีคณะแพทย์เฝ้าดูแล แต่สุดความสามารถเยียวยา เนื่องจากชราภาพมาก

สร้างความเศร้าสลดอาลัยเป็นอย่างยิ่ง

เป็นสายพระป่าวิปัสสนากัมมัฏฐาน เปี่ยมด้วยคุณธรรม เป็นที่พึ่งของชาวบ้านและประชาชนทั่วไป มีจิตที่เปี่ยมด้วยความเมตตา อุทิศตนรับใช้พระพุทธศาสนาอย่างยาวนาน

เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 1 ต.ค.2471 ปีมะโรง ภูมิลำเนาบ้านขาม ต.ค้อใต้ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร บิดา-มารดา ชื่อ นายเข่ง และนางชาดา ธิอัมพร

ชีวิตในวัยเด็ก จบชั้นประถมบริบูรณ์ ก่อนลาออกจากโรงเรียนมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพทำนา

อายุ 17 ปี บรรพชาศึกษาพระปริยัติธรรมอยู่ได้ 1 พรรษา ช่วงนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงต้องสึกออกมาช่วยบิดามารดาทำนา

ต่อมาได้แต่งงานมีเหย้ามีเรือน ใช้ชีวิตตามวิถีชาวโลก จนมีบุตรด้วยกันหนึ่งคน แต่เกิดเหตุการณ์กระทบอารมณ์เป็นทุกข์ทางโลก ปีแรก น้องสาวท่านตาย ปีที่สอง มารดาก็มาตายอีก ระยะเวลาไม่นาน ภรรยาท่านก็มาเสียชีวิต

เกิดความคิดว่า “ความตายมันได้ใกล้เข้ามาหาเรา…ถ้าเราอยู่ต่อไป ไม่กี่วันก็คงตาย ถ้าจะตายขอให้ไปส่งความดีก่อนตาย เพื่อจะได้เป็นที่พึ่งในอนาคต”

เมื่อคิดได้อย่างนี้ จึงยกลูกให้แก่พ่อตาแม่ยายเป็นผู้เลี้ยงดู และตัดสินใจออกบวช ช่วงนั้นประมาณเดือนมิถุนายน พ.ศ.2494 ใกล้เข้าพรรษาแล้ว ระหว่างช่วงจัดงานศพให้ภรรยาท่านนั้น ได้นิมนต์หลวงปู่สิงห์ สหธัมโม ไปสวดบังสุกุล หลวงปู่สิงห์ พระอาจารย์ผู้ที่ให้ธรรมะแนะนำการปฏิบัติแก่ท่านอยู่ก่อนแล้ว ได้ถามท่านว่า “จะบวชไหม” ซึ่งท่านก็ตอบหลวงปู่สิงห์ไปว่า “บวชแน่นอนครับ” หลังจากจัดการงานศพของภรรยาเสร็จ ก็ลาบิดา พ่อตา แม่ยาย เข้าไปวัดพระธาตุฝุ่น ต.ค้อใต้ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร เพื่อรอบวชในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2494

มงคลข่าวสด

เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 10 ก.ค.2494 ขณะอายุ 24 ปี ที่วัดโพธิสมภรณ์ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยมีพระธรรมเจดีย์ (หลวงปู่จูม พันธุโล) เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระครูสมุห์สวัสดิ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า “คัมภีรธัมโม” แปลว่า ผู้มีธรรมอันลึกซึ้ง

จากนั้นไปอยู่จำพรรษาศึกษาข้อวัตรปฏิปทากับหลวงปู่สิงห์ สหธัมโม วัดพระธาตุฝุ่น จ.สกลนคร ในพรรษาแรก หลวงปู่สิงห์ให้ฝึกปฏิบัติสมาธิภาวนาขนานใหญ่ ขนาดยอมอดนอน ไม่ยอมหลับในตอนกลางคืน ช่วงเข้าพรรษาตลอด 3 เดือน พระเณรที่อยู่ด้วยต้องยืน เดิน นั่ง 3 อิริยาบถตลอดทั้งคืน ห้ามนอนเวลากลางคืน ทำให้ได้รับผลจากการภาวนามากตลอดพรรษา

ครั้นออกพรรษาออกจาริกธุดงค์เข้ากราบรับข้อธรรมจากพระเถระผู้ใหญ่ ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บูรพาจารย์สายพระป่า อาทิ หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู, หลวงปู่หลุย จันทสาโร วัดถ้ำผาบิ้ง จ.เลย, หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ วัดป่านิโครธาราม จ.อุดรธานี เป็นต้น

พ.ศ.2514 เริ่มจำพรรษาที่วัดป่าสีห์พนมประชาคม บ้านหนองกุง ต.บงใต้ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร จากนั้นจึงออกจาริกธุดงค์ไปจำพรรษาในที่ต่างๆ ร่วมกับหลวงปู่คำบุ ธัมมธโร ซึ่งเป็นพระอาจารย์รูปสำคัญ ออกวิเวกตามสถานที่ต่างๆ ไปยังป่าช้าง ป่าเสือ ฝึกจิตตามป่าเขา ไปในสถานที่ขึ้นชื่อว่าอาถรรพณ์ผีดุ เปลี่ยนที่จำพรรษาไปเรื่อย ทั้งที่กันดารห่างไกลจากบ้านจากเรือน สลับกับการไปฝึกอบรมยังสำนักของพ่อแม่ครูอาจารย์ เป็นระยะเวลายาวนานถึง 29 พรรษา

กระทั่งเมื่อปี พ.ศ.2523 กลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าสีห์พนมประชาคมมาโดยตลอด

คำสอนที่ว่า “อันที่จริงแล้ว จิตใจนี่แหละคือธรรมแท้ คำว่า ธรรมคือจิตใจที่มันหมดจากความมืดมนอนธการ หมดจากมลทิน คือกิเลสต่างๆ เรียกว่าจิตใจเป็นธรรม ถ้าจิตใจสกปรก เพิ่นบ่เรียกว่าธรรม เพิ่นเรียกว่าจิตสกปรก ใจสกปรก จิตกิเลส ใจกิเลส..”

ลำดับสมณศักดิ์ วันที่ 5 พ.ค.2565 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระราชมงคลวชิรธรรม คัมภีรญาณวิสิฐ ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

ด้วยอายุขัยที่ล่วงเลยเข้าสู่วัยชราภาพ สุขภาพไม่แข็งแรงดังเดิม ล้มป่วยอาพาธเป็นประจำ

ท้ายที่สุด มรณภาพอย่างสงบ เมื่อเวลา 07.40 น. วันที่ 6 พ.ค.2569

สิริอายุ 98 ปี พรรษา 74

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน