วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร ถวายแด่พระเทพวชิรญาณสุนทร ณ วัดพุทธวนาราม (วัดป่าวังน้ำเย็น) อ.เมือง จ.มหาสารคาม

ด้วยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ประกาศ ณ วันที่ 16 เม.ย.2569 ให้พระราชวชิรปัญญาภรณ์ ขึ้นเป็นพระราชาคณะชั้นเทพ มีราชทินนามว่า “พระเทพวชิรญาณสุนทร บวรธรรมภาณี ศรีภาวนานุสิฐ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี” พระราชาคณะชั้นเทพ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ สถิต ณ วัดมหาชัย พระอารามหลวง จังหวัดมหาสารคาม มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 5 รูป

การนี้ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มอบหมายให้ นายสุพัฒน์ เมืองมัจฉา ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา พร้อมด้วยข้าราชการ เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมหาสารคาม ร่วมพิธีและปฏิบัติภารกิจสนองงานคณะสงฆ์

“พระเทพวชิรญาณสุนทร” หรือ “พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ” เป็นพระเกจิชื่อดังมหาสารคาม สืบสายธรรมจาก “หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ” อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งภาคอีสาน จ.นครพนม


ปัจจุบันสิริอายุ 47 ปี พรรษา 27 ดำรงตำแหน่งประธานสงฆ์วัดป่าวังน้ำเย็น ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาชัยพระอารามหลวง ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม
มีนามเดิมว่า สุริยันต์ วันสาสืบ เกิดเมื่อวันที่ 13 ก.พ.2522 ที่บ้านเหล่าโคกพระ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม บิดา-มารดาชื่อ นายธงชัย และนางละมุน
อายุได้ 15 ปี บรรพชาที่วัดดอนกลอย ต.หนองอีเฒ่า อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ จากนั้นไปอยู่กับพระอาจารย์เหรียญชัย มหาปัญโญ ที่วัดถ้ำสุมณฑา เป็นเวลา 1 ปี และย้ายไปพำนักในถ้ำบังบด บ้านหนองห่าง อ.กุฉินารายณ์

ครั้นอายุครบบวช เข้าพิธีอุปสมบทที่อุโบสถวัดสามัคคีธรรม อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2542 มีพระครูสุทธิธนารักษ์ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์ประสิทธิ์ เตชธัมโม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ และพระอาจารย์เคี่ยม วิริโย เป็นพระกรรมวาจาจารย์
อยู่จำพรรษาปฏิบัติศาสนกิจอยู่ที่วัดบูรพาเทพนิมิต อ.กุฉินารายณ์ ด้วยความที่เป็นพระหนุ่มไฟแรง ต้องการแสวงหาความหลุดพ้น จึงออกเดินธุดงค์ไปจำพรรษาอยู่ตามป่าเขาหลายแห่งในภาคอีสาน
หลายปีต่อมารับทราบกิตติศัพท์ของหลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังจังหวัดนครพนม ว่าเป็นพระปฏิบัติดี มีวิทยาคมที่เข้มขลัง จึงเดินทางไปวัดพระธาตุมหาชัย อ.ปลาปาก จ.นครพนม
จึงฝากตัวขอเป็นศิษย์ศึกษาวิทยาคม โดยได้รับการถ่ายทอดวิชาให้จนหมดสิ้นไม่ว่าจะเป็นหัวใจคาถา 108 วิธีการตั้งธาตุ หนุนธาตุ เสริมธาตุ พระคาถาปฐวีธาตุ และเคล็ดปฏิบัติกัมมัฏฐาน สัปดาห์ละ 3 ครั้ง เป็นระยะนาน 4 ปี รวมทั้งศึกษาอักษรธรรม ทำให้มีความรู้ด้านอักขระโบราณอีกแขนงหนึ่งด้วย

หลังกลับมาจำพรรษาอยู่วัดบูรพาเทพนิมิต จ.กาฬสินธุ์ จนถึงปี พ.ศ.2549 ผู้เลื่อมใสศรัทธาจึงได้นิมนต์ให้มาสร้างวัด ปัจจุบัน คือ วัดพุทธวราราม หรือวัดป่าวังน้ำเย็น ตั้งอยู่หมู่ 14 ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม โดยนางจำเนียร แซ่อึ้ง มีจิตศรัทธาบริจาคที่ดินจำนวน 11 ไร่ และร่วมกับญาติโยมพัฒนาวัดป่าวังน้ำเย็น จนเจริญรุ่งเรืองดังปรากฏอยู่ทุกวันนี้
ก่อสร้างถาวรวัตถุภายในวัดหลายรายการสร้างจากวัสดุไม้ล้วน อาทิ หอระฆัง ศาลาปฏิบัติธรรมไม้ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างจากไม้เนื้อแข็งประกอบด้วย ไม้แดง ไม้ประดู่ และตกแต่งด้วยไม้สักทอง เสา 112 ต้น และอุโบสถไม้ซุงใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นต้น
ทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญของจังหวัด

ลำดับสมณศักดิ์ ในปี พ.ศ.2559 ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งเป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในราชทินนามที่ พระครูภาวนาชยานุสิฐ
พ.ศ.2566 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระวชิรญาณวิศิษฏ์
วันที่ 6 เม.ย.2568 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชวชิรปัญญาภรณ์
วันที่ 16 เม.ย.2569 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพวชิรญาณสุนทร
นับเป็นพระเกจิรุ่นใหม่มาแรง ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากประชาชนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง