“หลวงพ่อไปล่ ฉันทสโร” พระเกจิอาจารย์วัดกำแพง แขวงปากคลอง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ชื่อเสียงดังถึงขั้นเป็นคำขวัญของเขตบางขุนเทียน คือ “หลวงพ่อไปล่วัดกำแพง แหล่งเกษตรกรรม วัฒนธรรมมอญบางกระดี่ พื้นที่ทะเลกรุงเทพฯ”

ข่าวสดพระเครื่อง

เกิดในสกุล ทองเหลือ เมื่อวันอังคาร เดือน 6 ปีวอก พ.ศ.2403 ภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านหมู่ที่ 6 ต.บางบอนใต้ อ.บางขุนเทียน จ.ธนบุรี ครอบครัวประกอบอาชีพเกษตรกรรม

เมื่ออายุ 8 ขวบ ศึกษาหนังสือไทยและขอมกับหลวงพ่อทัต วัดสิงห์

เข้าสู่ช่วงวัยหนุ่ม เป็นคนมีใจคอกล้าหาญ มีเพื่อนฝูงมาก ยุคนั้นบ้านบางบอนใต้เป็นแดนนักเลงหัวไม้ เวลามีงานวัด มักจะมีพวกนักเลงนัดตีกันเป็นประจำ ด้วยความที่เป็นนักเลงหัวไม้ ถูกพรรคพวกยกย่องให้เป็นลูกพี่ บิดามารดาเกรงว่าจะเสียคน จึงขอร้องให้บวชพระให้สักหนึ่งพรรษา

เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดกำแพง มีหลวงพ่อทัต วัดสิงห์ เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อพ่วง วัดกก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่อดิษฐ์ วัดกำแพง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายาว่า ฉันทสโร

ข่าวสดพระเครื่อง

อยู่จำพรรษาที่ศึกษาพระปริยัติธรรม ท่องบทสวดมนต์จนจดจำได้แม่นยำ เกิดเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา ครบหนึ่งพรรษาแล้วก็ไม่ยอมสึก

พรรษาที่ 2 พยายามจนท่องพระปาติโมกข์ได้และขอถ่ายทอดวิชาด้านกัมมัฏฐานและวิปัสสนาธุระกับพระอุปัชฌายะและคู่สวด

ด้านวิทยาคมได้เรียนวิชาเมตตามหานิยม เช่น ผง 108 ขี้ผึ้งสีปากจากหลวงพ่อพ่วง วัดกก เรียนทางคงกระพันชาตรี ทำผ้าประเจียดแดงกับหลวงพ่อดิษฐ์ วัดกำแพง

แม้จะศึกษาเล่าเรียนมามากแต่ไม่เคยคุยโอ้อวด ชอบดำรงตนแบบสมถะ ไม่ทะเยอทะยาน มีความเป็นอยู่อย่างง่ายๆ ขยันในการทำวัตรสวดมนต์ เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ชอบความมีระเบียบเรียบร้อย

ข่าวสดพระเครื่อง

หลวงพ่อเลียบ วัดเลา เคยสนับสนุนให้ได้สมณศักดิ์เป็นพระครู แต่ท่านกลับปรารภว่า “ฉันไม่อยากเป็นครูพระหรอก สอนตัวเองก็พอใจแล้ว เพราะการเป็นพระครู หมายถึง ต้องเป็นครูสอนพระ”

แม้ตำแหน่งสมภารก็ไม่เคยสนใจ แต่ขัดชาวบ้านไม่ได้ จำเป็นต้องรับ ใครมีลูกหลานส่วนใหญ่จะมาบวชกับท่าน เพราะเลื่อมใสศรัทธาในจริยวัตรและอยากได้ของขลังของดี

พ.ศ.2478 คณะศิษยานุศิษย์ร่วมกันบำเพ็ญกุศลฉลองอายุให้ ในงานนี้ได้ออกเหรียญรูปเหมือนห่มลดไหล่สมาธิ เป็นเหรียญหล่อทำรูปคล้ายจอบ

เหตุที่สร้างเหรียญรูปจอบ เพราะเป็นสัญลักษณ์เครื่องมือสำคัญในการเพาะปลูก ชาวสวน ชาวนาต้องพึ่งจอบเป็นเครื่องมือ

ข่าวสดพระเครื่อง

นอกจากเหรียญจอบยอดนิยมแล้ว ยังมีเหรียญรูปไข่ เนื้อสำริดและทองเหลืองฝาบาตร ที่ต้องทำเป็นเหรียญหล่อ พิธีเข้มข้นกว่าเหรียญปั๊มมาก

มีกระแสจิตกล้าแข็ง คราวหนึ่งพระพุทธพยากรณ์ (เจริญ อุปวิกาโส) วัดอัปสรสวรรค์ (วัดหมู) ศิษย์เอกอีกรูปของพระภาวนาโกศลเถร (หลวงปู่เอี่ยม) วัดหนัง ได้มานิมนต์ให้ไปนั่งปรกในงานหล่อพระ บอกว่าให้บอกเวลามาว่าพิธีจะเริ่มเมื่อไหร่ แล้วก็นั่งทำสมาธิอยู่ที่กุฏิ โดยไม่ต้องเดินทางมาถึงวัด

พอถึงเวลาปลุกเสก พระอาจารย์ที่นิมนต์มาจะเห็นร่างหลวงพ่อไปล่ปรากฏนั่งสมาธิอยู่ในพิธีด้วย เรื่องนี้เป็นที่โจษจันกันทั่วไป

สำหรับคาถาที่ หลวงพ่อไปล่ ภาวนาเป็นประจำ คือ “คาถากำแพงแก้ว 7 ประการ’ ท่องว่า “พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สัตตะระตะมะปะการัง อัมหากัง สะระณังคัจฉามิ สุสุละละโสโส นะโมพุทธายะ พุทโธพระบัง ธัมโมพระบัง สังโฆพระบัง”

มรณภาพด้วยอาการสงบ เมื่อปี พ.ศ.2482 สิริอายุ 79 พรรษา 59

ในวันฌาปนกิจมีผู้คนไปร่วมงานกันมากมาย อีกทั้งได้เกิดเรื่องปาฏิหาริย์ โดยพวกลูกศิษย์ นำพลุ ตะไล ดอกไม้เพลิงมาจุด ปรากฏว่าด้านหมด เนื่องจากไม่ชอบเสียงอึกทึกครึกโครม

แต่พองานเลิกได้นำมาจุดใหม่ เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว กลายเป็นเรื่องเล่าขานมาจนทุกวันนี้

ปี พ.ศ.2485 เกิดอุทกภัยน้ำท่วมโรงเก็บศพในสุสานวัดกำแพง ถูกน้ำท่วมซัดเสียหาย อีกทั้งมีศพฝากเก็บไว้จำนวนมาก บางศพไม่มีญาติ บางศพมีญาติ แต่ฐานะยากจน ไม่สามารถเผาให้ถูกต้องตามประเพณีได้ บางศพก็ฝังอยู่เป็นเวลาช้านานมาก

ด้วยเหตุผลดังกล่าว คณะกรรมการวัดจึงคิดจะล้างป่าช้า และสร้างสุสานขึ้นมาใหม่แต่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก จึงกราบเรียนหลวงพ่อไปล่ขอให้จัดทำพระเครื่องสมนาคุณแก่ผู้บริจาคเงินมาช่วย

โดยอนุญาตให้จัดสร้างเหรียญรูปพระพุทธประทับนั่งอยู่ในซุ้ม เป็นเหรียญหล่อ มอบเป็นที่ระลึกแก่ผู้ที่มาช่วยกันล้างป่าช้าของวัดกำแพง

ลักษณะองค์พระเป็นพิมพ์ห้าเหลี่ยม มีหูเชื่อม ด้านหน้าเป็นรูปพระพุทธองค์ ประทับนั่งปางมารวิชัย บนฐานบัว 2 ชั้น อยู่ในซุ้มเรือนแก้ว ด้านหลังเป็นอักขระขอม

เหรียญดังกล่าวปลุกเสกเดี่ยว ปรากฏว่าสายสิญจน์ในพิธีตกลงมาถูกเทียนชัยจี้อยู่อย่างนั้น จนหมดเวลาทำพิธีแต่สายสิญจน์ไม่ไหม้ เป็นที่ตื่นตาตื่นใจของผู้ร่วมพิธีและลูกศิษย์ลูกหาของท่านเป็นอย่างมาก รุ่นนี้จึงเป็นที่เสาะแสวงหากันมาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน