เปิดฉากยิ่งใหญ่ “วันวิสาขบูชาโลก” ครั้งที่ 21 เมืองอู๋ซี ประเทศจีน ภายใต้แนวคิด “พุทธปัญญา” สู่การพัฒนาโลกอย่างยั่งยืน บรรยากาศเต็มเปี่ยมด้วยพลังแห่งศรัทธา
งานเฉลิมฉลอง วันวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ 21 ประจำปี 2569 เปิดฉากขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เมืองอู๋ซี มณฑลเจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน
ภายใต้แนวคิด “พุทธปัญญาในการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับโลก และการสร้างอนาคตร่วมกันของมวลมนุษยชาติ” (Buddhist Wisdom in Promoting Global Sustainable Development and Building a Shared Future for Humanity) โดยมีผู้นำทางพระพุทธศาสนา นักวิชาการ และผู้แทนจากนานาประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
บรรยากาศพิธีเปิดเต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยพลังแห่งศรัทธา เริ่มต้นในเวลา 08.30 น. ด้วยพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อสันติภาพโลก ก่อนเข้าสู่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการในเวลา 09.00 น.
โดยได้รับเกียรติจาก Most Ven. Yan Jue ประธานสมาคมพุทธศาสนาแห่งประเทศจีน กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น ขณะที่ พระพรหมบัณฑิต ศ.ดร. ประธานสมาคมสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก และประธานสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ

มีการปาฐกถาพิเศษตามหัวข้อหลักของการจัดงาน พร้อมเปิดเวทีเสวนาระดับนานาชาติ (Plenary Session) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ “พุทธปัญญาในการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนของโลก และการสร้างอนาคตร่วมกันของมวลมนุษยชาติ” ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมประชุมอย่างมาก
พระพรหมวัชรธีราจารย์, ศ.ดร.อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กล่าวว่า เนื่องในวาระอันเป็นมหามงคลแห่งวันวิสาขบูชา วันสำคัญยิ่งที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประสูติ ตรัสรู้ และเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน
ในปีนี้ พุทธสมาคมแห่งประเทศจีน ร่วมกับรัฐบาลจีน ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ 21 ภายใต้แนวคิด ‘พุทธปัญญาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ’
นับเป็นนิมิตหมายอันดียิ่ง ที่พระเถระ ผู้นำชาวพุทธ และผู้แทนจากกว่า 66 ประเทศทั่วโลก ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เสริมสร้างความร่วมมือ และร่วมกันประกาศคุณค่าแห่งพระพุทธศาสนา ณ เมืองอู๋ซี มณฑลเจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน
สำหรับประเทศไทย คณะผู้แทนนำโดยพระเดชพระคุณพระพรหมบัณฑิต ประธานสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก พร้อมคณะจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้เข้าร่วมภารกิจสำคัญครั้งนี้ เพื่อสานสัมพันธ์และขับเคลื่อนบทบาทพระพุทธศาสนาในระดับนานาชาติ
และข่าวที่น่ายินดีอย่างยิ่ง คือ ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพการประชุมวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ 22 ในปี 2570 ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญในการร่วมกันเผยแผ่คุณค่าแห่ง ‘พุทธปัญญา’ เพื่อสันติภาพ ความเข้าใจ และการพัฒนาที่ยั่งยืนของมนุษยชาติร่วมกัน
ด้าน รศ.ดร.สุรพล สุยะพรหม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่ 21 ของการจัดงานวิสาขบูชาโลกในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยยังคงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการจัดงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านวิชาการและการประสานงานต่าง ๆ
“ปีนี้คณะกรรมการบริหารวิสาขบูชาโลกมอบหมายให้ประเทศจีนเป็นเจ้าภาพจัดงาน มหาวิทยาลัยจึงส่งผู้บริหาร คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมกว่า 100 คน เพื่อสนับสนุนงานที่มหาวิทยาลัยได้ริเริ่มมาอย่างต่อเนื่องกว่า 21-22 ปี และในปีหน้า มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยจะกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง เนื่องในวาระสำคัญครบ 100 พรรษาของสมเด็จพระสังฆราช” รศ.ดร.สุรพล กล่าว
ส่วนภายในงานยังมีการกล่าวรายงานจากผู้แทนรัฐบาลจีน พร้อมการแสดงทางวัฒนธรรมสุดอลังการ 3 องก์ใหญ่ ที่สะท้อนพลังแห่งศรัทธา ศิลปวัฒนธรรม และอารยธรรมทางพุทธศาสนาอย่างงดงาม ได้แก่
• Chapter One – “Auspicious Great Aspiration : in Faith, Together in Praise” มหาปณิธานอันเป็นมงคล หลอมรวมความศรัทธา ร่วมแซ่ซ้องสรรเสริญ
• Chapter Two – “The Glorious Splendors Illuminating the World” รุ่งโรจน์อนันต์ ส่องสว่างทั่วโลกา
• Chapter Three – “The Light of Civilization Illuminating the World” แสงแห่งอารยธรรม ส่องสว่างทั่วหล้า
การแสดงทั้ง 3 ชุดสร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานจากทั่วโลก ด้วยการผสมผสานศิลปะ แสง สี เสียง และวัฒนธรรมจีนร่วมสมัย ถ่ายทอดสารแห่งสันติภาพและความร่วมมือของมนุษยชาติได้อย่างยิ่งใหญ่สมกับการเป็นเวทีพุทธศาสนาระดับนานาชาติ

สำหรับการจัดงานวันวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ 21 จะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 โดยวันที่ 27 พฤษภาคม จะมีการเสวนาวิชาการเชิงลึกใน 4 ประเด็นสำคัญ
ได้แก่ การประยุกต์ใช้พุทธปัญญาเพื่อความผาสุกของประชาชน บทบาทของพระพุทธศาสนาในการส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน การส่งเสริมนิเวศวิทยาสีเขียว และพุทธปัญญาเพื่อสันติภาพโลกอย่างยั่งยืน ก่อนปิดท้ายด้วยพิธีประกาศปฏิญญาร่วม และพิธีจุดเทียนอธิษฐานจิตเวียนรอบพระพุทธรูป เพื่อส่งต่อสันติภาพและความเป็นสิริมงคลแก่ประชาคมโลกต่อไป
หลังจากนี้ จะเดินทางไปเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการที่องค์การสหประชาชาติ(UN) ราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 29 พฤษาภาคม 2569