“พระมงคลโมลี” หรือ “หลวงปู่บุญ โสภโณ” พระเกจิอีกรูปที่มีวัตรปฏิบัติดี ที่พึ่งทางใจพุทธศาสนิกชนชาวชลบุรี
ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดทุ่งเหียง ต.หมอนนาง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี และที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลหมอนนาง
เมื่อช่วงเย็นเวลา 18.35 น. วันที่ 31 พ.ค.2569 คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนได้รับทราบข่าวเศร้า หลวงปู่บุญมรณภาพอย่างสงบ สิริอายุ 95 ปี พรรษา 73
สร้างความเศร้าโศกอาลัยเป็นอย่างยิ่ง
อัตโนประวัติ เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 12 ก.พ.2474 ที่บ้านหนองม่วง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี
อายุครบบวชเข้าพิธีอุปสมบทโดยมีพระครูพินิจสมาจาร หรือหลวงพ่อโด่ วัดนามะตูม พระเกจิดังในยุคนั้นเป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูสาธรขันติธรรม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ห่อ วัดหนองม่วง เป็นพระอนุสาวนาจารย์
เล่าเรียนพระปริยัติธรรมด้วยความมุ่งมั่น นอกจากนี้ ยังมีความสนใจในวิทยาคมโดยธุดงค์ไปเรียนวิชาอาคมชนิดเจอตัวจริงๆ ของครูอาจารย์ อาทิ หลวงปู่เส็ง วัดประจันตคาม, หลวงพ่อเอีย วัดบ้านด่านศิษย์ สายหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า, หลวงพ่อจ้อย วัดบ้านโนน, หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส ฯลฯ
สมัยเป็นพระภิกษุหนุ่มเคยไปพำนักอยู่ที่วัดระฆังโฆสิตาราม ต้นตำรับพระสมเด็จวัดระฆังฯ จักรพรรดิแห่งพระเครื่องอันเลื่องชื่อ โดยไปพักอยู่กับหลวงปู่นาค มีโอกาสเรียนวิชากับหลวงปู่หิน โดยเฉพาะการเขียนสูตรลบผงพุทธคุณ
ครานั้นได้รับเมตตาจากพระเถระผู้ใหญ่มอบทั้งพระสมเด็จและผงสมเด็จวัดระฆัง พร้อมด้วยสูตรการเขียนและลบผงตำรับเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) อีกด้วย
กาลต่อมามีความศรัทธาในหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ซึ่งถือเป็นสุดยอดพระเกจิอาจารย์ด้านวัตถุมงคลพระปิดตาอันดับหนึ่งของเมืองไทย เพียรพยายามศึกษาวิชาการสร้างพระตามตำรับการสร้างอย่างมีวิริยอุตสาหะ
นับเป็นโชคดีที่หลวงพ่อบ๊วย วัดเครือวัลย์ เมตตามอบผงเก่าหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ต้นตำรับขนานแท้และดั้งเดิมมาให้ ซึ่งได้เก็บรักษามาอย่างดี กระทั่งปีพ.ศ.2551 วัดทุ่งเหียงได้จัดสร้างพระปิดตาหลวงพ่อแก้ว พิมพ์นิยมหลังแบบ รุ่นไตรมาส 2551 โดยนำผงเก่านี้มาเป็นส่วนผสม
จึงอาจกล่าวได้ว่าเป็นพระเกจิรูปสุดท้ายสายหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ก็ว่าได้
พระอาจารย์อีกรูปหนึ่งที่มีความใกล้ชิดคือ หลวงปู่เปี่ยม อดีตเจ้าอาวาสวัดทุ่งเหียง ศิษย์ในสายหลวงปู่ทอง วัดราชโยธา ได้รับการถ่ายทอดวิทยาคมและรับภารธุระดูแลงานวัดวาอารามจากครูอาจารย์ด้วยความเอาใจใส่
ด้านการสร้างวัตถุมงคลพระเครื่องเริ่มจากมอบให้หมู่คณะศิษย์และคณะศรัทธาทั้งตะกรุด ทั้งเหรียญ ทั้งพระเครื่อง ล้วนแต่โดดเด่นทั้งสิ้น
นอกจากนี้ ยังมีความรู้พื้นฐานด้านสมุนไพร ว่านยาต่างๆ สามารถดูลักษณะบอกสรรพคุณได้ ดังนั้น เมื่อสร้างพระเครื่องวัตถุมงคลจึงนำวิชาความรู้เหล่านี้มาสะสมมวลสาร อาทิ ว่านสมุนไพรชนิดต่างๆ นับร้อยชนิด กาฝากชนิดต่างๆ เกสร 108 ฯลฯ

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2524 ได้รับพระราชทานแต่งตั้งสมณศักดิ์พระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นโท ที่พระครูโสภณพัฒนาภิรม พ.ศ.2533 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
พ.ศ.2558 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญยก ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระมงคลโมลี
นอกจากมีวิชาดีแล้วยังมีเมตตา ทนเห็นเด็กเล็กเด็กน้อยตกระกำลำบากไม่มีอนาคตไม่ได้
ย้อนกลับไปเมื่อปีพ.ศ.2529 จาริกธุดงค์ไปทางภาคเหนือบนดอยสูง อาทิ ดอยปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นท้องถิ่นทุรกันดาร ชาวเขาอยู่กันแบบตามมีตามเกิด เด็กชาวเขาขาดโอกาสทางการศึกษา
ด้วยจิตที่เปี่ยมด้วยเมตตา เห็นสภาพทุกขเวทนาของผู้ยากไร้ขาดปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพ ถูกสังคมทอดทิ้ง พูดเขียนอ่านภาษาไทยได้บ้างไม่ได้บ้าง
เพื่อความสะดวกในการอุปการะให้การศึกษาสงเคราะห์จึงนำเด็กชาวเขาเดินทางมาอุปการะเลี้ยงดู จัดให้เรียนหนังสือที่วัดทุ่งเหียง
ศิษยานุศิษย์กำหนดบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมถวายระหว่างวันที่ 4-12 มิ.ย.2569 เวลา 19.30 น. ณ ศาลาการเปรียญวัดทุ่งเหียง ต.หมอนนาง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี
โดยตั้งบำเพ็ญกุศลศพเป็นเวลา 100 วัน