วันที่ 8 มิ.ย.2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศพระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนา “พระธรรมวชิรกวี” ขึ้นเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง
มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมวชิรธีรคุณ วิบุลธรรมปฏิภาณ สุพิธานศาสนวรกิจ นิวิฐสีลาจารดิลก ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสรบวรสังฆาราม คามวาสี สถิต ณ วัดพระนอนจักรสีห์ วรวิหาร พระอารามหลวง จังหวัดสิงห์บุรี มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 8 รูป
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.2569 ประกาศ ณ วันที่ 8 มิ.ย.2569
พระพรหมวชิรธีรคุณ (ยงยุทธ ยุตตธัมโม) เป็นพระเถระที่เคร่งครัด เปี่ยมด้วยวัตรปฏิบัติ เป็นที่พึ่งของชาวบ้านและสาธุชนโดยทั่วไป มีจิตที่เปี่ยมด้วยความเมตตา อุทิศตนรับใช้พระพุทธศาสนาอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย
ปัจจุบันสิริอายุ 70 ปี พรรษา 50 ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 และเจ้าอาวาสวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร ต.จักรสีห์ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี
มีนามเดิม ยงยุทธ ทองสุข เกิดเมื่อวันที่ 5 ก.ย.2499 ที่บ้านเลขที่ 56 หมู่ 2 ต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร บิดา-มารดาชื่อ นายมาและนางกี ทองสุข
ช่วงวัยเยาว์สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดจระเข้ผอม
อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 4 เม.ย.2520 ที่พัทธสีมาวัดจระเข้ผอม ต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร มีพระครูพิศิษฐ์ปัญญาภรณ์ วัดจระเข้ผอม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการแบน จันทูปโม วัดรังนก ต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการปรีชา อินทาโภ วัดโพธิ์ศรี ต.โรงช้าง อ.เมือง จ.พิจิตร เป็นพระอนุสาวนาจารย์
มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ.2522 สอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอกตามลำดับ สำนักเรียนคณะจังหวัดราชบุรี
พ.ศ.2524 สอบได้บาลี 1-2 ประโยค สำนักเรียนคณะจังหวัดสมุทรสาคร พ.ศ.2524-2529 สอบได้เปรียญธรรม 7 ประโยค สำนักเรียนคณะจังหวัดสุพรรณบุรี
พ.ศ.2530 ได้เปรียญธรรม 8 ประโยค สำนักเรียนคณะจังหวัดสิงห์บุรี
จากนั้นเดินทางมาอยู่วัดบพิตรพิมุขวรวิหาร แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ เพื่อศึกษาต่อ จนสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคในที่สุด

ด้านความรู้พิเศษ เป็นอาจารย์สอนวิชาวิปัสสนากัมมัฏฐาน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์
ด้านความชำนาญการ มีความชำนาญการบรรยายธรรม การแสดงปาฐกถาธรรม ในการอบรมวิปัสสนากัมมัฏฐานแก่พระภิกษุสามเณรและนักเรียน นักศึกษา
งานการศึกษาสงฆ์ พ.ศ.2530 เป็นกรรมการการตรวจธรรมสนามหลวง นักธรรม-บาลี พ.ศ.2532 เป็นครูสอนปริยัติธรรมแผนกบาลี สำนักเรียนวัดบพิตรพิมุขวรวิหาร
ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2534 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบพิตรพิมุขวรวิหาร พ.ศ.2541 เป็นเจ้าอาวาสวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร พ.ศ.2541 เป็นเจ้าคณะอำเภอพรหมบุรี พ.ศ.2543 เป็นพระอุปัชฌาย์ (วิสามัญ)
พ.ศ.2545 เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี พ.ศ.2552 เป็นเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี พ.ศ.2568 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2536 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระเมธีปริยัติโยดม พ.ศ.2549 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชกิตติเมธี พ.ศ.2555 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพปริยัติสุธี
วันที่ 27 มิ.ย.2566 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่พระธรรมวชิรกวี
ล่าสุดวันที่ 8 มิ.ย.2569 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ ในราชทินนามที่ พระพรหมวชิรธีรคุณ
ให้การสนับสนุนโครงการธรรมยาตราสร้างศาสนทายาทสู่แดนพุทธภูมิ จัดธุดงค์เส้นทางตอนเหนือของประเทศอินเดียตามเส้นทางเผยแผ่พระพุทธศาสนาในอดีตแถบเทือกเขาหิมาลัยเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้มีประสิทธิภาพ ให้มีคุณภาพ สร้างศรัทธาและความเลื่อมใสในหลักธรรมคำสั่งสอนแก่พุทธศาสนิกชนและประชาชนทั้งในและต่างประเทศ
อีกทั้งในห้วงที่จังหวัดภาคกลางประสบอุทกภัยเกิดผลเสียหายต่อชีวิตทรัพย์สินประชาชน จึงพร้อมด้วยคณะสงฆ์จังหวัดสิงห์บุรีเดินทางไปเยี่ยมเยียนให้กำลังใจคณะสงฆ์และชาวบ้าน ถวายปัจจัยให้วัดในเขต อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วม ไม่สามารถทำกิจของสงฆ์ได้ตามปกติ รวมทั้งช่วยเหลือมอบสิ่งของ ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่มและสิ่งที่ขาดแคลนให้แก่ชุมชนที่น้ำท่วมในพื้นที่ดังกล่าว
จึงกล่าวได้ว่าได้ทำหน้าที่แห่งนักปกครองที่เอาใจใส่ดูแลความเป็นไปภายในอาราม และสงเคราะห์ชุมชนรอบวัดอย่างสม่ำเสมอ