วันเสาร์ที่ 4 ก.ค.2569 น้อมรำลึกครบรอบ 5 ปี มรณกาล “พระครูสุขกิจบรรหาร” หรือ “หลวงปู่สุข สุขเปโม” อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าหวาย ต.โรงช้าง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี พระเกจิที่ชาวเมืองสิงห์ให้ความเลื่อมใสศรัทธา
มีนามเดิมว่า สุข นายช่าง ถือกำเนิดเมื่อวันศุกร์ที่ 14 มิ.ย.2472 ที่บ้านเลขที่ 71 หมู่ที่ 1 ต.โรงช้าง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวนพี่น้อง 7 คน
ชีวิตในวัยเยาว์ แม้ครอบครัวจะมีฐานะยากจน แต่เป็นคนชอบสนุกสนาน มีความประพฤติเรียบร้อย มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นที่รักของครอบครัวและเพื่อนฝูง เข้าเรียนที่โรงเรียนบ้านเกิดจนจบภาคบังคับ
อายุ 8 ขวบ บิดาถึงแก่กรรมทำให้เป็นกำพร้า แม่ได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมหลวงพ่อผิว คันธชาโต วัดป่าหวาย ได้รับเลี้ยงอุปการะให้การศึกษามาโดยตลอด

ในช่วงนั้น หลวงพ่อผิวฝึกสอนกัมมัฏฐานและวิปัสสนาให้ตั้งแต่ท่านยังเป็นฆราวาส กลับจากโรงเรียนทำการบ้านเรียบร้อยแล้ว หลวงพ่อผิวให้พักผ่อน พอถึงเวลา 1 ทุ่มตรงจะให้นั่งสมาธิ
ครั้นต่อมา อายุ 14 ปี หลวงพ่อผิว พิจารณาเห็นว่ามีความสนใจด้านพระพุทธศาสนา จึงประกอบพิธีบรรพชาให้ในปี พ.ศ.2486
ต้องเดินทางโดยนั่งเรือเมล์ไปยังวัดโพธิ์ศรี ระยะทางเรือจากวัดป่าหวายไปถึงวัดโพธิ์ศรี ประมาณ 25 กิโลเมตร ต้องใช้เวลานั่งเรือประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อเรียนวิทยาคมจากพระครูโพธิสาร (หลวงพ่อสุธี)
ครั้นเมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ จึงเข้าพิธีอุปสมบท ที่พัทธสีมาวัดป่าหวาย เมื่อวันที่ 7 มี.ค.2492 มีพระครูพรหมจริยคุณ (หลวงปู่ดี ธัมมปัญโญ) วัดแจ้งพรหมนคร เป็นพระอุปัชฌาย์, พระเจ้าอธิการผิว คันธชาโต วัดป่าหวาย เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการแสวง วัดโพธิ์ศรี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า สุขเปโม
จำพรรษาอยู่วัดป่าหวาย ศึกษาพระธรรมวินัย รวมทั้งอยู่ดูแลรับใช้อุปัฏฐากหลวงพ่อผิว
ต่อมาได้ทราบถึงกิตติศัพท์ของหลวงปู่ดี หรือ พระครูพรหมจริยคุณ พระอุปัชฌาย์ ซึ่งชาวสิงห์บุรียอมรับเป็นสุดยอดพระเกจิอาจารย์ จึงเดินเท้าจากวัดป่าหวายไปกราบนมัสการขอศึกษาเล่าเรียนวิทยาคม ฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ
ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2505 เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส พ.ศ.2507 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าหวาย พ.ศ.2507 เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พ.ศ.2515 เป็นเจ้าคณะตำบลโรงช้าง อ.พรหมบุรี พ.ศ.2520 เป็นพระอุปัชฌาย์
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2521 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่ พระครูสุขกิจบรรหาร
พ.ศ.2527 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ในราชทินนามเดิม
นอกจากเชี่ยวชาญในด้านไสยเวท วิทยาคม ด้านการปกครองแล้วยังมีความสามารถด้านการพัฒนา แต่เดิมวัดป่าหวายมีกุฏิสงฆ์ 4 หลังเท่านั้น
หลังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าหวายในปี พ.ศ.2507 ก็ได้พัฒนาก่อสร้างถาวรวัตถุต่างๆ ภายในวัดเป็นจำนวนมาก
บูรณปฏิสังขรณ์สภาพของวัดที่เก่าแก่แต่เดิมให้มั่นคงถาวรทั้งหมด ดังที่ได้เห็นทุกวัน ซึ่งเกิดจากบุญญาบารมีอย่างแท้จริง
เป็นพระที่มีความเคร่งครัดในพระธรรมวินัย ถือมักน้อยสันโดษ มีเมตตา พูดน้อยแต่ใจดี และมีความเอื้อเฟื้อ
ปรารภว่า “สิ่งหนึ่งที่เป็นคำสอนของพระอาจารย์ที่ท่านไม่มีวันลืม คือ การหมั่นฝึกจิตทางด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน เป็นการเพิ่มพลังทางจิตให้นิ่ง ให้แน่นอน เมื่อจิตมีสมาธิแล้ว จะทำอะไรๆ มันก็ดีหมด”
ด้านวัตถุมงคลที่มีชื่อเสียง แม้จะได้รับความนิยม แต่ไม่เคยอวดโอ่ มีแต่พร่ำสอนให้ดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท
มรภาพด้วยโรคชราภาพ เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2564 อายุ 92 ปี พรรษา 72