“หลวงปู่จันทร์ เขมิโย” หรือ “พระเทพสิทธาจารย์” อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครพนม (ธรรมยุต) และอดีตเจ้าอาวาสวัดศรีเทพประดิษฐาราม อ.เมือง จ.นครพนม พระเถระชื่อดังที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธา
มีนามเดิมว่า จันทร์ สุวรรณมาโจ ถือกำเนิดเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ธ.ค.2524 ปีมะเส็ง ที่บ้านท่าอุเทน หมู่ 3 ต.ท่าอุเทน อ.เมือง จ.นครพนม บิดา-มารดา ชื่อนายวงศ์เสนา และนางไข สุวรรณมาโจ
ช่วงวัยเยาว์ สุขภาพไม่ค่อยสมบูรณ์ เป็นโรคหอบหืด บิดาจึงให้ไปอยู่กระท่อมปลายนา
ขณะอายุ 10 ขวบ บิดาล้มป่วยและเสียชีวิต จึงได้บวชเป็นสามเณรหน้าไฟ

ขณะอยู่ที่วัดโพนแก้ว ได้ศึกษาอักษรขอมและอักษรธรรม ฝึกอ่านเขียนสวดมนต์น้อย มนต์กลาง และมนต์หลวง ตามลำดับ
อายุ 19 ปี ลาสิกขาไปประกอบอาชีพค้าขาย
ครั้นอายุ 20 ปี เมื่อ พ.ศ.2445 จึงตัดใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้ง ที่พัทธสีมาวัดโพนแก้ว มีพระเหลา ปัญญาวโร เป็นพระอุปัชฌาย์, พระเคน อุตตโม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระหนู เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า เขมิโย
พำนักอยู่วัดได้ 2 เดือน กราบลาพระอุปัชฌาย์ไปจำพรรษาที่วัดอินทร์แปลง อ.เมือง จ.นครพนม

พ.ศ.2445 พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล วัดเลียบ จ.อุบลราชธานี พระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนากัมมัฏฐาน ผู้เป็นอาจารย์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต แม่ธรรมทัพพระป่า และพระปัญญาพิศาลเถร (หนู ฐิตปัญโญ) วัดปทุมมาราม ผ่านมาพักปักกลดบริเวณโรงฆ่าสัตว์เทศบาลเมืองในปัจจุบัน
พระปัญญาพิศาลเถร และพระยาสุนทรเทพกิจจารักษ์ ได้รับคำแนะนำจากพระอาจารย์เสาร์ ให้คัดพระภิกษุ 4 รูป ผู้เฉลียวฉลาด โดย 1 ในนั้นมีพระจันทร์ พระลา พระหอม และสามเณรจูม (พระธรรมเจดีย์) วัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี ถวายเป็นศิษย์ออกธุดงค์ผ่านป่าดงสัตว์ป่านานาชนิด บำเพ็ญเพียรสมาธิภาวนา ก่อนมุ่งสู่ จ.อุบลราชธานี
ช่วงที่พำนักที่วัดนี้ 4 เดือนเต็มเพื่อฝึกซ้อมบทสวดมนต์ พระอาจารย์เสาร์ นำประกอบพิธีญัตติหลวงปู่จันทร์ เป็นพระธรรมยุต ณ อุโบสถวัดศรีอุบลรัตนราม (วัดศรีทองเดิม) จ.อุบลราชธานี มีพระปัญญาพิศาลเถร เป็นพระอุปัชฌาย์ มีฉายาเดิมว่า เขมิโย
พ.ศ.2449 กลับมาจำพรรษาที่วัดศรีเทพประดิษฐาราม ซึ่งเป็นวัดร้างเดิมชื่อวัดศรีคุณเมือง

พ.ศ.2453 เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปศึกษาพระปริยัติธรรม ฝากตัวเป็นศิษย์กับสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระเทพกวี) ที่สำนักวัดเทพศิรินทราวาส ศึกษานักธรรมตรี-โท และเปรียญ 3 ประโยค
เป็นช่วงที่วัดศรีเทพประดิษฐารามขาดพระผู้ใหญ่ปกครอง จึงได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส และเป็นเจ้าคณะอำเภอหนองบึก (อำเภอเมืองในปัจจุบัน) พ.ศ.2459 ได้นำแผนการศึกษาของรัชกาลที่ 5 จัดตั้งโรงเรียนสอนภาษาไทยแผนใหม่และนักธรรมบาลีขึ้นเป็นแห่งแรก
ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2459 เป็นเจ้าอาวาสวัดศรีเทพประดิษฐาราม พ.ศ.2460 เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2502 เป็นเจ้าคณะจังหวัดนครพนม
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2474 เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูสารภาณพนมเขต พ.ศ.2480 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระสารภาณมุนี พ.ศ.2496 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชสารภาณมุนี
พ.ศ.2502 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพสิทธาจารย์
วันที่ 2 ก.พ.2516 เวลา 08.00 น. มรณภาพอย่างสงบ สิริอายุ 92 ปี พรรษา 72

เหรียญหลวงปู่จันทร์ยันต์ขาด เป็นอีกเหรียญหนึ่งที่ได้รับการกล่าวขานกันมากที่สุด ด้วยเป็นรุ่นสุดท้าย ก่อนที่จะมรณภาพ ในปี พ.ศ.2516
ท่านมอบหมายให้พระธรรมบัณฑิต (ศิลา สิทธิธัมโม) วัดนรนาถสุนทริการาม เขตเทเวศ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ ดำเนินการสร้างเมื่อปี 2515
เพื่อมอบให้ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคสมทบทุนสร้างโรงเรียนพระปริยัติ และเป็นทุนการศึกษาพระภิกษุ-สามเณร
จัดสร้างเป็นเนื้อทองแดงรมดำ ลักษณะเป็นทรงกลมรูปไข่ มีหูห่วง ด้านหน้ามีรูปเหมือนหลวงปู่จันทร์ครึ่งองค์ หันหน้าตรง ตัวหนังสือนูนระบุคำว่า “หลวงปู่พระเทพสิทธาจารย์ (จันทร์ เขมิยเถระ)”
ด้านหลังตรงกลางเป็นยันต์ 8 ทิศ ซึ่งมีพระเจ้า 5 องค์คุ้มครอง ด้างล่างจากซ้ายสุด ยันต์จะขาดหายไป เซียนพระในกรุงเทพฯ เรียก “อุ” หาย ระบุ พ.ศ.สร้างอยู่ด้านล่าง
วัตถุมงคลทั้ง 3 บล็อก หลวงปู่จันทร์ นั่งอธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวในพิธีมังคลาภิเษกพร้อมกันในอุโบสถ แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 28 พ.ย.2515
ได้รับความนิยมสูงที่นับวันจะหายาก