วันที่ 5 ก.ค.2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศพระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ ระบุว่าพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนาพระพรหมวชิรเวที ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ

มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระญาณวชิโรดม สุตาคมปริยัติกิจดิลก สาธกธรรมปฏิภาณวิจิตร นิวิฐสีลสมาจาร ไพศาลศาสนกิจจาทร ตรีปิฎกวราลงกรณ์ ธรรมยุติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี สถิต ณ วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพฯ มีฐานานุศักดิ์ ตั้งฐานานุกรมได้ 10 รูป

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.2569 ประกาศ ณ วันที่ 5 ก.ค.2569

“สมเด็จพระญาณวชิโรดม” (อมร ญาโณทโย) เป็นพระเถระนักปฏิบัติที่มีปฏิปทาน่าเลื่อมใส เป็นที่เคารพสักการะ สร้างคุณูปการในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นอเนกประการ

ปัจจุบันสิริอายุ 86 ปี พรรษา 64 ดำรงตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคม, ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 (ธรรมยุต) และเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม แขวงและเขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

มีนามเดิมว่า อมร มลาวรรณ เกิดเมื่อวันที่ 23 เม.ย.2483 ที่บ้านหนามแท่ง หมู่ที่ 6 ต.ม่วง อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร บิดา-มารดาชื่อนายทุย และนางเมือง มลาวรรณ ครอบครัวประกอบอาชีพทำไร่-ทำนา

เรียนจบชั้นประถมปีที่ 4 จากโรงเรียนประชาบาลบ้านหนามแท่ง อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร

ครั้นอายุ 13 ปี เข้าพิธีบรรพชาที่วัดทุ่งสวนตาล ต.ม่วง อ.มหาชนะชัย มีเจ้าอธิการจวน เจ้าอาวาสวัดบ้านท่าสมอและเจ้าคณะตำบลม่วงเป็นพระอุปัชฌาย์

ระหว่างเป็นสามเณรหมั่นเล่าเรียนหาความรู้ศึกษาพระปริยัติธรรมด้วยความมุ่งมั่น พ.ศ.2498 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ

ต่อมาพ.ศ.2500 ลาสิกขาไปบรรพชาใหม่ที่วัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ มีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (จวน อุฏฺฐายี) ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดมกุฏกษัตริยาราม เป็นพระอุปัชฌาย์

กระทั่งอายุครบ 22 ปี เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อปีพ.ศ.2505 ณ พัทธสีมาวัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ มีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (จวน อุฏฺฐายี) ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระธรรมปาโมกข์ (บุญมั่น มนฺตาสโย) เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระเทพวราภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม เป็นพระอนุสาวนาจารย์

มงคลข่าวสด

มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรมและบาลีอย่างจริงจัง แม้สภาพความเป็นอยู่ในขณะนั้นจะไม่มีความสะดวกสบายต่อการศึกษาดังเช่นในปัจจุบันเท่าใดนัก แต่อาศัยความมุมานะท่องหนังสืออ่านตำราอย่างขะมักเขม้น

พ.ศ.2514 สอบได้เปรียญธรรม 7 ประโยค สำนักเรียนวัดปทุมวนาราม

พ.ศ.2515 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีคณะสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

จากนั้นเดินทางไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย ใช้เวลา 3 ปีสำเร็จการศึกษาระดับชั้นปริญญาโท สาขาสังคมวิทยา

ต่อมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือประจำมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ในเวลาต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นคณบดีคณะศึกษาศาสตร์

ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2521 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม พ.ศ.2532 เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2535 เป็นเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม

พ.ศ.2564 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 (ธรรมยุต)

พ.ศ.2568 เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2523 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่พระกิตติสารกวี พ.ศ.2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชมุนี พ.ศ.2543 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพปัญญามุนี

พ.ศ.2551 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมธัชมุนี

วันที่ 5 พ.ค.2565 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏ ในราชทินนามที่ พระพรหมวชิรเวที

ล่าสุดวันที่ 5 ก.ค.2569 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระญาณวชิโรดม

ปฏิบัติศาสนกิจด้วยความเข้มแข็ง มุ่งมั่น มีบทบาทในงานสาธารณูปการและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เช่น การอำนวยการก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถาน โครงการบรรพชาและอุปสมบทหมู่ในโอกาสสำคัญ กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ

รวมทั้งงานประกาศเกียรติคุณพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ในโอกาสได้รับการยกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลกจากองค์การยูเนสโก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน