“หลวงพ่อชุ่ม พุทธสโร” วัดราชคาม อ.เมือง จ.ราชบุรี พระเกจิอาจารย์ที่ชาวราชบุรีให้ความนับถือ เพราะมีเมตตากรุณา ช่วยเหลือชาวบ้านที่มีทุกข์ร้อน ป่วยไข้ก็ช่วยรักษาช่วยเหลือให้ทุกราย
ถือกำเนิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 มิ.ย.2422 ที่ ต.คุ้งน้ำวน อ.เมือง จ.ราชบุรี บิดา-มารดา ชื่อ นายทุ้ม และนางลำใย กลิ่นเทพเกษร
อายุ 9 ขวบ บิดานำมาฝากเรียนหนังสือขอมและไทยกับหลวงปู่โต๊ะ วัดราชคาม กระทั่งอายุ 16 ปี จึงบรรพชาเป็นสามเณร
อายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดท่าสุวรรณ อ.เมือง จ.ราชบุรี เมื่อ วันที่ 1 พ.ค.2441 โดยมีพระอธิการพู่ วัดราชคาม เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า พุทธสโร

อยู่ที่วัดราชคาม ศึกษาเล่าเรียนวิปัสสนากัมมัฏฐานจากพระอธิการพู่ และพระอธิการอินทร์
ในปี พ.ศ.2448 เมื่อพระอธิการพู่ เจ้าอาวาสมรณภาพ หลวงพ่อชุ่มได้รับการนิมนต์ให้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดสืบแทน
ดำเนินการทำนุบำรุงวัดสุดความสามารถ ดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ทั้งในด้านวัตถุ ตลอดจนการศึกษาของพระภิกษุสามเณร
จัดสร้างอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ รอยพระพุทธบาทจำลอง พระประธานประจำอุโบสถ ศาลาท่าน้ำ หอระฆัง ฌาปนกิจสถาน
ที่สำคัญยิ่งคือ ได้จัดสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมสำหรับเรียนพระธรรมวินัย นอกจากนั้นยังได้ดำเนินการจัดสร้างโรงเรียนเพื่อเป็นสถานที่ศึกษาของลูกหลานชาวบ้านในละแวกวัด มีชื่อว่าโรงเรียนประชาบาลชุ่มประชานุกูล
นอกจากนี้ ยังได้ช่วยเหลือวัดใหม่ จังหวัดราชบุรี ในการสร้างอุโบสถ
ลำดับงานปกครองและสมณศักดิ์ พ.ศ.2458 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดราชคาม พ.ศ.2467 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2473 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลคุ้งน้ำวน (เจ้าคณะหมวด) พ.ศ.2479 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูชั้นประทวน
มีความสามารถเก่งทั้งทางด้านการพัฒนาถาวรวัตถุและจิตใจของทุกคน นำความเจริญมาสู่วัดราชคาม มากด้วยความเก่งกล้ามีคาถาอาคมประกอบการช่วยเหลือชาวบ้านในทุกทาง ชำนาญด้านการแพทย์แผนโบราณ วิชาทำน้ำมนต์ รดน้ำมนต์ ปลุกเสกลงเลขยันต์และอื่นๆ

ตามคำบอกเล่าของหลวงพ่อป้อม เจ้าอาวาสรูปถัดมา เล่าถึงประวัติการเดินธุดงค์ซึ่งได้รับฟังจากปากของหลวงพ่อชุ่มเองว่า เมื่อบวชได้ 3 พรรษาเริ่มสนใจในวิทยาคม พยายามศึกษาเล่าเรียนและเริ่มออกเดินธุดงค์ไปในที่ต่างๆ คราวละ 3 ปี บางครั้งก็ธุดงค์ไปพม่าบ้าง
ครั้งหนึ่งเดินธุดงค์จนถึงวัดมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท ขณะนั้นราวปี พ.ศ.2446 หลวงปู่ศุขปกครองวัดมะขามเฒ่า หลวงพ่อชุ่มศึกษาวิชาจากหลวงปู่ศุขหลายแขนงเกี่ยวกับวิชาด้านคาถาอาคม จนครั้งหนึ่งกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์เคยเสด็จมายังวัดราชคาม เนื่องด้วยเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน และเมื่อกลับมาอยู่วัดราชคาม จนได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ขณะนั้นชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือมาก
จากการที่ท่านธุดงค์จนเป็นกิจวัตรทำให้ได้รู้จักกับหลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ เมื่อคราวออกธุดงค์ไปศึกษาวิชากับหลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า ทำให้ท่านทั้ง 2 เป็นสหธรรมมิกกันเรื่อยมา

เริ่มอาพาธประกอบกับย่างเข้าวัยชราไม่ได้พักผ่อนเท่าใดนัก จึงมีอาการทรุดหนักลงในเร็ววัน คณะศิษย์และผู้เคารพนับถือร่วมกันรักษาพยาบาลอย่างสุดความสามารถ แต่ไม่สามารถทำให้อาการทุเลาลงได้
กระทั่งวันพุธที่ 16 พ.ย.2498 เวลาตีสี่ครึ่ง มรณภาพด้วยอาการสงบ สิริอายุ 77 ปี พรรษา 57 และประชุมเพลิง เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2500
สร้างวัตถุมงคลไว้ให้แก่ศิษย์หลายอย่าง เช่น ผ้ายันต์ ตะกรุด แหวน ฯลฯ เป็นที่นิยมและหวงแหนกันมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหรียญปั๊มรุ่นแรก ที่จัดสร้างให้บรรดาลูกศิษย์และญาติโยมใกล้ชิด
เหรียญปั๊มรุ่นแรก สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2486 ที่ระลึกสำหรับผู้ที่ช่วยเหลือกิจการของวัดหรือบริจาคทรัพย์

ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า เหรียญ ๘๖ หรือเหรียญตะพาบ ถือเป็นเหรียญรุ่นแรก มีเนื้อเงิน, เนื้อทองเหลือง, เนื้อทองขาว (อัลปาก้า) และเนื้อทองแดง
ลักษณะเป็นใบสาเกแบบมีหูในตัว ขนาดกว้าง 2 เซนติเมตร สูง 3 เซนติเมตร
ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนหน้าตรงครึ่งองค์ ห่มจีวรลดไหล่พาดสังฆาฏิ ด้านบนมีอักษรไทยเขียนว่า “พระครูชุ่มเจ้าคณะหมวด” ใต้รูปเหมือนระบุปี พ.ศ. “๒๔๘๖” มีอักษรขอม 4 ตัว ที่มุมเหรียญอ่านว่า นะ มะ พะ ทะ (หัวใจธาตุ)
ด้านหลังผูกเป็นยันต์ตารางมงคลเก้าตามแบบที่เป็นเอกลักษณ์ (ยันต์ครู) มุมทั้ง 4 ด้านของแผ่นภาพเขียนอ่านได้ ว่า “อุด อัด ปัด ปิด” ด้านล่างของตารางยันต์มีภาษาขอม อ่านได้ว่า กะระมะทะ กิริมิทิ กึรึมึทึ กุรุมุทุ เกเรเมเท
หายากและเป็นที่นิยมของวงการ และชาวราชบุรี