หน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดเพชรบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี นำโดย นายแสนประเสริฐ ปานเนียม ผู้ช่วยอธิการบดี ด้านโครงการยุทธศาสตร์พัฒนาท้องถิ่น ร่วมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี นำโดย น.ส.ปราจิน เครือจันทร์ ผอ.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ร่วมกับคณะสงฆ์ คณะกรรมการวัดศาลาเขื่อน ชาวบ้านและผู้นำชุมชน นักเรียนโรงเรียนวัดศาลาเขื่อน ร่วมบูรณะธรรมาสน์ของวัดศาลาเขื่อน ณ บริเวณศาลาการเปรียญของวัดศาลาเขื่อน ต.ตำหรุ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี



นายแสนประเสริฐกล่าวว่า วัดศาลาเขื่อนเป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ภายในวัดมีธรรมาสน์โบราณ จำนวน 1 หลัง พิจารณาจากรูปแบบสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นของเก่าช่วงอยุธยาตอนปลายถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ อายุกว่า 100 ปี มีช่วงหนึ่งทางวัดได้บูรณะศาลาการเปรียญ จึงได้นำธรรมาสน์หลังนี้ไปเก็บรักษาไว้


ต่อมา คณะกรรมการวัดศาลาเขื่อนได้แจ้งไปยังมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีว่ามีความประสงค์ที่จะบูรณะธรรมาสน์หลังนี้ จึงได้ประสานหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดเพชรบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีประจำทุกจังหวัด เป็นหน่วยงานที่รับงบประมาณจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เข้ามาดำเนินการบูรณะธรรมาสน์หลังนี้ร่วมกับคณะกรรมการของวัดศาลาเขื่อน พร้อมทั้งประสานความร่วมมือจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี สังกัดกรมศิลปากร เข้ามาให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์และบูรณะโบราณวัตถุให้กับประชาชนและนักเรียนโรงเรียนวัดศาลาเขื่อน ร่วมกับผู้บริหารและสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลตำหรุ ฝ่ายปกครอง เครือข่ายสภาวัฒนธรรมอำเภอบ้านลาด รวมถึงภูษาผ้าลายอย่าง นายธนิต พุ่มไสว ให้ความรู้เรื่องการนำลายไทยที่ปรากฏในธรรมาสน์ไปสู่การออกแบบให้นักเรียนโรงเรียนศาลาเขื่อนได้เรียนรู้


“การทำงานในครั้งนี้เป็นกระบวนการการมีส่วนร่วมทั้งบ้าน วัด โรงเรียน ชุมชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสนับสนุนและบูรณะธรรมาสน์หลังดังกล่าว ให้เกิดประโยชน์ทั้งในด้านการอนุรักษ์โบราณวัตถุสำคัญของวัด การต่อยอดสร้างสรรค์ไปสู่กระบวนการเรียนรู้สู่เด็ก เยาวชน ประชาชนที่สนใจ และประการสุดท้ายคือการสร้างความภาคภูมิใจให้กับท้องถิ่นตนเอง” นายแสนประเสริฐกล่าว

ด้าน น.ส.ปราจินกล่าวว่า ได้รับการประสานงานจากนายแสนประเสริฐให้เข้าร่วมกับทางคณะกรรมการวัดศาลาเขื่อนในการบูรณะธรรมาสน์ของวัด โดยมีการให้ความรู้ขั้นต้นตั้งแต่การทำความสะอาดชิ้นส่วนต่างๆ ของธรรมาสน์หลังนี้ ซึ่งเป็นโครงสร้างไม้ มีงานแกะสลักไม้ลงรักปิดทองประดับกระจกเป็นชิ้นส่วนต่างๆ ประกอบตัวธรรมาสน์ การทำความสะอาดตั้งแต่การปัดฝุ่น การเช็ดทำความสะอาดด้วยสำลีพันปลายไม้ ก่อนที่จะนำชิ้นส่วนของธรรมาสน์มาประกอบเข้าด้วยกัน กิจกรรมในครั้งนี้ถือว่าสร้างการมีส่วนร่วมของนักเรียน ชาวชุมชน คณะสงฆ์ เกิดความรู้ความเข้าใจในการอนุรักษ์โบราณวัตถุซึ่งถือเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ


ด้าน นางสำอางค์ นุชชมภู หรือ “ป้าตุ้ม” ชาวบ้านศาลาเขื่อน หนึ่งในผู้ร่วมกิจกรรมครั้งนี้กล่าวว่า ธรรมาสน์หลังนี้เป็นธรรมาสน์ที่ตั้งอยู่ในศาลาการเปรียญหลังเก่าของวัดศาลาเขื่อน สำหรับพระภิกษุใช้แสดงพระธรรมเทศนา ต่อมาศาลาการเปรียญหลังเก่าได้ชำรุด ทางวัดจึงได้บูรณะศาลาขึ้นใหม่ โดยย้ายธรรมาสน์หลังนี้ไปเก็บรักษาไว้ที่ศาลาบำเพ็ญกุศล กระทั่งต่อมา พระไพโรจน์ โชติปัญโญ เจ้าอาวาสรูปใหม่ และคณะกรรมการวัดมีแนวคิดที่จะบูรณะธรรมาสน์ยอดบุษบกหลังนี้ พร้อมทั้งย้ายมาตั้งไว้ที่ศาลาการเปรียญที่ได้รับการบูรณะซ่อมแซมสร้างขึ้นใหม่เป็นที่เรียบร้อย จึงได้ประสานงานกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และหน่วยงานของกรมศิลปากรเข้ามาร่วมในการบูรณะ จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการบูรณะในครั้งนี้ ซึ่งภายหลังจากบูรณะซ่อมแซมให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ ตามเจตนารมณ์ของอุบาสกอุบาสิกาในอดีตได้สร้างไว้
นพกร ปานพวงแก้ว