วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2569 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อัคคชิโน) กรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข เป็นประธานในพิธีเปิดพร้อมให้โอวาทในการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ประจำปี 2569 จัดโดยคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

โดยมี พระธรรมรัตนาภรณ์ (สมศักดิ์ โชตินธโร) เจ้าอาวาสวัดเขียนเขตพระอารามหลวง ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกลาง โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข พร้อมด้วยนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย, นางอุดมพร เอกเอี่ยม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, นายดงพล รุจิธรรมธัช รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี, นายนพดล พลซื่อ นายอำเภอธัญบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชน เข้าร่วมประชุม ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ วัดเขียนเขตพระอารามหลวง อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี


สมเด็จพระมหาวีรวงศ์กล่าวสัมโมทนียกถา ตอนหนึ่งว่า “ถือเป็นโอกาสอันดีที่เราได้มาพบกัน สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่อยากฝากไว้ให้ทุกท่านยึดถือเป็นหลักปฏิบัติในการอยู่ร่วมกันในสังคม คือ ‘ความสามัคคี’ เพราะเมื่อสถาบันศาสนาและประชาชนมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ประเทศชาติย่อมสามารถก้าวผ่านทุกวิกฤตได้อย่างปลอดภัย มากไปกว่านั้น ทุกหน่วยงานและองค์กรต้องผนึกกำลังร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนความรักและความดีงามให้เกิดขึ้นในสังคม ด้วยการรวมพลังเป็นหมู่คณะอันจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง ดังเช่น ‘โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข’ ซึ่งเป็นโครงการที่มีเป้าหมายเด่นชัดในการรวมพลังระหว่างวัด ประชาชน และภาครัฐ เพื่อสร้างสรรค์ความสุขที่ยั่งยืนให้แก่สังคม”


สมเด็จพระมหาวีรวงศ์กล่าวต่อว่า “โครงการนี้เป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและฝ่ายคณะสงฆ์อย่างแท้จริง อันจะมีส่วนสำคัญในการบ่มเพาะประชาชนให้เป็นพลเมืองที่ดีของชาติ และท้ายที่สุดนี้ การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาตลอดจนการดูแลสังคมให้สงบเรียบร้อย มิใช่ภารกิจของคณะสงฆ์แต่เพียงฝ่ายเดียว หากแต่เป็นหน้าที่ของพลเมืองทุกคนที่ต้องร่วมมือกัน ซึ่งอาตมภาพหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมในวันนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันนำพาประเทศชาติและพระพุทธศาสนาให้เจริญมั่นคงสืบไป”


โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุขเป็นโครงการที่อยู่ในแผนปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา มีวัตถุประสงค์เพื่อให้วัดเป็นสถานที่สะอาด ร่มรื่น เหมาะสมกับการเรียนรู้ และจัดการสิ่งแวดล้อมวิถีพุทธอย่างยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วม ของคณะสงฆ์ ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาคมในพื้นที่ และภาคีเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานที่เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไป โดยมี 13 หน่วยงานร่วมลงนามความร่วมมือ (MOU) ในการดำเนินโครงการ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2566 และที่ผ่านมาได้มีการขับเคลื่อนโครงการในทุกระดับโดยมีวัดและหน่วยงานภายใต้กำกับของกรมการปกครองท้องถิ่น, กรมการปกครอง, กรมพัฒนาชุมชนกรมอนามัย เป็นต้น และภาคเอกชน จับคู่ร่วมกันพัฒนาตามหลักการที่กำหนดไว้อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งมีวัดเข้าร่วมโครงการนับตั้งแต่ ปี 2562 จนถึงปัจจุบันจำนวน 30,004 วัด คิดเป็นร้อยละ 72