พระเกจิอาจารย์สายแม่กลองที่อาวุโสรองจากหลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย คือ “หลวงพ่อบ่าย ธัมมโชโต” แห่งวัดช่องลม ต.บ้านปรก อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม วัตถุมงคลได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังลุ่มแม่น้ำแม่กลอง เป็นทั้งน้องและศิษย์ของหลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย
ชีวประวัติ ได้รับการบันทึกเป็นหลักฐานน้อยมาก แต่เท่าที่สืบค้นมาได้ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 8 ปีระกา ตรงกับพุทธศักราช 2404 ที่บ้านครก อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี
เป็นเด็กกำพร้าซึ่งพระอาจารย์เกตุ วัดทองนพคุณ จ.เพชรบุรี พี่ชายหลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย ได้นำมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม

อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ อุปสมบทที่วัดทองนพคุณ มีหลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์พุก วัดสวนทุ่ง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์เกตุ วัดทองนพคุณ เป็นอนุสาวนาจารย์
อยู่จำพรรษาที่วัดทองนพคุณ จ.เพชรบุรี
ด้านการศึกษาวิทยาคมนั้นเรียนกับหลวงพ่อพุก วัดสวนทุ่ง และพระอาจารย์เกตุ วัดทองนพคุณ อีกทั้งยังได้เรียนเพิ่มเติมจากหลวงพ่อแก้ว วัดช่องลม พร้อมกับเรียนวิปัสสนากัมมัฏฐานและพุทธาคมควบคู่กันไปด้วย ท่านจึงมีความใกล้ชิดกับหลวงพ่อแก้วเป็นอย่างยิ่ง

ปี พ.ศ.2437 ไปธุดงค์ที่จังหวัดสระบุรี เพื่อไปนมัสการพระพุทธบาทและพระพุทธฉาย โดยมีพระภิกษุติดตามไปด้วย 4 รูป คือ อาจารย์ไปล่ พระยา พระพลอย และโยมอุปัฏฐากหนึ่งคน ออกเดินทางในราวเดือน 12
เมื่อไปถึงและนมัสการพระพุทธบาทและพระพุทธฉายแล้ว พักแรมอยู่ประมาณเดือนเศษ ก่อนเดินทางต่อไปที่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อไปนมัสการพระแท่นดงรัง ในราวเดือน 4 กลางเดือน พักแรมอยู่ที่พระแท่นดงรัง 7 วัน
ครั้นเสร็จภารกิจแล้ว ก็เดินกลับวัดช่องลม การไปธุดงค์ในครั้งนี้เป็นเวลา 4 เดือนเศษ

ขณะนั้นได้เป็นเจ้าอาวาสวัดช่องลม แทนหลวงปู่แก้ว ซึ่งย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสวัดพวงมาลัยในปี พ.ศ.2445
พ.ศ.2470 จึงย้ายที่ตั้งวัดใหม่ เนื่องด้วยทำเลที่ตั้งวัดช่องลมเดิมติดโค้งน้ำของแม่น้ำแม่กลอง ทำให้เกิดน้ำกัดเซาะตลิ่งพังไปทุกปี จนท้ายที่สุดน้ำกัดเซาะพังจวนจะถึงกุฏิ จึงย้ายวัดมาตั้งวัดใหม่ในพื้นที่ปัจจุบัน
พ.ศ.2472 โยกย้ายก่อสร้างอุโบสถใหม่ด้วยหลังเดิมถูกน้ำเซาะใกล้กำแพงอุโบสถ
ก่อสร้างหรือการบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่างๆ นั้นไม่เคยบอกใคร ไม่เคยเรี่ยไรนอกวัด เมื่อชาวบ้านรู้ข่าวว่าจะทำอะไร ก็จะมีผู้คนจำนวนมากมายมาร่วมทำบุญ บางรายถวายอิฐบ้าง บางรายถวายไม้บ้าง บางรายถวายกระเบื้องบ้าง บางรายไม่มีทรัพย์ก็เอาแรงมาถวาย บางรายถวายปัจจัยบ้าง สุดแต่ว่าใครมีอะไรก็นำมาทำบุญตามกำลังศรัทธา

มีความประสงค์จะสร้างพระพุทธฉาย (ถ้ำไห) ซึ่งรับเป็นประธานฝ่ายสงฆ์
ด้วยการบอกบุญกับชาวบ้านขอไหต่างๆ เพื่อสร้างพระพุทธฉาย และก่อสร้างโดยพระสงฆ์ในวัด ขอร้องให้จางวางสอน (หลวงประดิษฐ์ไพเราะ) เป็นผู้ออกแบบก่อสร้าง และได้สร้างแพะไว้หน้าถ้ำ 1 ตัว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์
ต่อมาในปี พ.ศ.2484 เกิดสงครามโลก พวกโจรมิจฉาชีพตัดหัวแพะและถอดเอาตรีที่ปักยอดเจดีย์ไปเกือบหมด เพื่อหวังทรัพย์ จึงเหลืออยู่แต่ยอดบนๆ ซึ่งปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้
ถือเป็นพระเกจิคณาจารย์ชื่อดังที่มีวิทยาคมเข้มขลังในยุคนั้น ได้รับนิมนต์เข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล ในงานหล่อพระรูปสมเด็จพระสังฆราชเจ้า วัดราชบพิธ เมื่อปี พ.ศ.2481 และงานพุทธาภิเษกใหญ่แทบทุกงาน
อีกทั้งยังเป็นสหธรรมิกที่สนิทสนมกันมากกับหลวงพ่อคง วัดบางกระพ้อม พระเกจิชื่อดังในยุคเดียวกัน
มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันอาทิตย์ แรม 3 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่ 4 ม.ค.2485
สิริอายุ 81 ปี พรรษา 60
สร้างวัตถุมงคลไว้หลายชนิด ล้วนเป็นที่นิยมและเสาะแสวงหาอย่างสูง อาทิ เหรียญรูปเหมือน และเครื่องรางของขลังต่างๆ

แต่ที่ได้รับความนิยม คือ “เหรียญหล่อ พิมพ์อรุณเทพบุตร”
จัดสร้างในปี พ.ศ.2460 จัดเป็นเหรียญหล่อโบราณที่ได้รับความนิยมอีกเหรียญ มีเอกลักษณ์ชัดเจน ทั้งยังสร้างก่อนเหรียญหล่ออรุณเทพบุตรของหลวงพ่อคง วัดบางกระพ้อม ตัวเหรียญหล่อ มีลักษณะเป็นรูปไข่ หล่อแบบเป้าประกบหน้า-หลัง มีหูในตัว สร้างด้วยเนื้อโลหะผสมแก่ทองเหลือง
ด้านหน้าเป็นรูปพระพุทธรูปประทับนั่งปางสมาธิ มีเม็ดบัวรองรับเป็นอาสนะ ด้านซ้ายขวาเป็นรูปเทวดาสวมชฎายอดแหลม ในมือถือพระขรรค์ ด้านล่างมีอักขระขอมอ่านได้ความว่า “ธัมมโชโต”
ด้านหลังมีการผูกอักขรยันต์หัวใจพญาเสือโคร่ง “ภู ภิ ภุ ภะ” อันเป็นเอกลักษณ์ของพระเกจิสายแม่กลอง รอบขอบเหรียญมีลวดลายดอกไม้ล้อไปกับขอบเหรียญ