“หลวงพ่อแง ปาสาทิโก” อดีตเจ้าอาวาสวัดเจริญสุขาราม (วัดบางไผ่เตี้ย) หมู่ที่ 2 บ้านบางไผ่เตี้ย ต.บางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พระเกจิอาจารย์ทรงวิทยาคมที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธา
มีนามเดิมว่า แง รองทอง พื้นเพเป็นคนบางไผ่เตี้ย ต.บางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เกิดเมื่อวันที่ 2 ต.ค.2442
พ.ศ.2477 อายุ 35 ปี เกิดความเบื่อหน่ายทางโลก จึงได้ตัดสินใจอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดโพธิ์ (วัดโพธิ์ราษฎร์ ศรัทธาธรรม) อ.บางเลน จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 25 ก.ค.2477 โดยมีพระครูปุริมานุรักษ์ (หลวงพ่อคล้าย) วัดศิลามูล เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์เขียว เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ยุทธ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ปาสาทิโก

ศึกษาวิชาอาคมกับหลวงพ่อคล้าย วัดศิลามูล แล้วจึงเดินทางไปศึกษาพระปริยัติธรรมที่ วัดดอนโฆสิตาราม ต.หนองบัว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร และมีโอกาสสนิทสนมกับพระครูนาควุฒาจารย์ (หลวงปู่ตั้ง วัดใหม่เจริญราษฎร์), หลวงปู่แขก วัดบางปลา, หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ และหลวงปู่โน้ต วัดศิริมงคล
สำหรับวัดเจริญสุขาราม หรือ วัดบางไผ่เตี้ย ก่อตั้งเมื่อประมาณปี พ.ศ.2448 วัดตั้งอยู่บริเวณริมคลองหมาหอน ต.บางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยตระกูลปั้นอุดม และตระกูลมิลาวรรณ บริจาคที่ดินเพื่อสร้างสำนักสงฆ์ ทั้งหมด 5 ไร่ ซึ่งในพื้นที่นี้มีไผ่ขนาดเล็กขึ้นเต็มพื้นที่
โดยมีพระมหาเล่า เป็นเจ้าอาวาสปกครองรูปแรก ต่อมาเมื่อมรณภาพ พระอาจารย์เปลี่ยนจึงขึ้นเป็นเจ้าอาวาสแทน สืบทอดตำแหน่งเจ้าอาวาสและปกครองสำนักสงฆ์ ตลอดจนมาถึงมรณภาพ
พระอาจารย์อ่อน จึงขึ้นเป็นเจ้าอาวาสดูแลวัดต่อมา และในยุคนี้เองชาวบ้านเริ่มมีความศรัทธา เริ่มเข้าวัดมากขึ้น จึงได้ยกฐานะจากสำนักสงฆ์ ขึ้นเป็นวัดบางไผ่เตี้ย จวบจนสิ้นบุญของอาจารย์อ่อน

พระอาจารย์โอด ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส และปกครองดูแลวัดจนมรณภาพ ชาวบ้านบางไผ่เตี้ยมีความศรัทธามากขึ้น จึงได้จัดพิธีปลงศพให้อย่างสมเกียรติ และในช่วงงานพิธีปลงศพของพระอาจารย์โอดนั้น หลวงพ่อแงเดินทางมาร่วมในงานปลงศพของหลวงพ่อโอดด้วย
หลังจากพิธีปลงศพอาจารย์โอดเสร็จสิ้น อุบาสกอุสิกาตลอดจนผู้มีศรัทธากับวัดบางไผ่เตี้ย เห็นศีลจริยาวัตรอันงดงาม จึงพร้อมใจกันอาราธนา หลวงพ่อแง ให้ช่วยรับหน้าที่ปกครองวัดบางไผ่เตี้ยไปก่อน
แม้ว่าจะปฏิเสธ ด้วยติดขัดเพราะสังกัดคณะธรรมยุติกนิกาย แต่ชาวบ้านก็ไม่ถือเป็นอุปสรรคอันใด ถึงเวลาลงทำสังฆกรรมก็ต่างคนต่างทำสังฆกรรมในสังกัดของตนไป ก็อยู่ร่วมกันได้ไม่มีปัญหาอันใด จึงไม่มีเหตุให้ปฏิเสธได้ จึงรับนิมนต์เป็นเจ้าอาวาสดูแลวัดสืบต่อมา
หลังจากรับตำแหน่งเจ้าอาวาส ก็มิได้นิ่งนอนใจได้พัฒนาวัดอย่างสุดความสามารถ รวมถึงการสร้างอุโบสถไม้สักแทนหลังเก่าที่ผุพัง นอกจากนี้ ยังเทศนาสั่งสอนและพัฒนาจิตใจของชาวบ้านให้อยู่ในศีลในธรรมอีกด้วย
ปกครองวัดเรื่อยมาจนกระทั่งมรณภาพ เมื่อวันจันทร์ที่ 4 พ.ย.2511 ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 หรือวันลอยกระทงในปีนั้นพอดี
สิริอายุ 69 ปี พรรษา 34

สร้างวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังเอาไว้หลายรุ่น ล้วนได้รับความนิยม แต่ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย คือ “พระสมเด็จรุ่นแรก”
จัดสร้างขึ้นในราวปี พ.ศ.2507 แจกให้กับผู้ที่บริจาคสนับสนุนวัด ลักษณะเป็นพระพิมพ์สมเด็จสี่เหลี่ยม เนื้อผงพุทธคุณสีขาว ซึ่งเป็นส่วนผสมสำคัญนอกจากมีผงวิเศษ และผงพุทธคุณต่างๆ แล้ว ยังมีผงที่ลบผงเองผสมอยู่อีกด้วย จำนวนการสร้างไม่ได้จดบันทึกไว้
ด้านหน้าจำลองเป็นรูปพระสมเด็จฐาน 3 ชั้น พื้นองค์พระส่วนใหญ่จะมีรอยจารอักขรยันต์มอญเป็นเอกลักษณ์
ด้านหลังเรียบมีจารอักขรยันต์มอญ