สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (แพ ติสสเทโว) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 12 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สถิต ณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานันทมหิดล รัชกาลที่ 8
พระองค์ได้รับการยกย่องเป็นพระคณาจารย์ที่โด่งดังในการสร้าง “พระกริ่ง” ของเมืองไทย
สำหรับ “พระกริ่งเชียงตุง” ปี 2486 นับเป็นพระกริ่งรุ่นสุดท้าย ในสมเด็จพระสังฆราช (แพ) และยังเป็นการนำแม่พิมพ์พระกริ่งใหญ่เดิมมาใช้ในการจัดสร้างอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย
การสร้างพระกริ่งของสมเด็จพระสังฆราช (แพ) นั้น ส่วนใหญ่พระองค์จะใช้พิมพ์พระกริ่งใหญ่ ของพระยาศุภกรบรรณสาร (นุ่ม วสุธาร) ผู้อำนวยการกองพระคลังข้างที่ ในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งเป็นอดีตช่างทองหลวงฝีมือดี และรับอาสาทำแม่พิมพ์พระกริ่งใหญ่ถวาย โดยการใช้ตะกั่วตีหุ้มองค์พระกริ่งใหญ่ต้นแบบ ทำให้ได้ขนาดเท่ากับต้นแบบร้อยเปอร์เซ็นต์
เมื่อปี พ.ศ.2486 คุณหญิงศุภกรบรรณสาร ภรรยาพระยาศุภกรบรรณสาร ได้นำแม่พิมพ์พระกริ่งใหญ่ ซึ่งเป็นแม่พิมพ์ตะกั่ว ถวายสมเด็จพระสังฆราช (แพ) และในปีดังกล่าวทรงโปรดให้หล่อพระกริ่งใหญ่โดยใช้แม่พิมพ์ตะกั่วเดิมนั้น

พระกริ่งที่ทรงสร้างใช้ชนวนพระกริ่งรุ่นต่างๆ ที่ทรงเก็บไว้บนตำหนักสมเด็จ ผสมกับเนื้อชนวนพระกริ่ง ปี 2482 และแผ่นทองที่จารพระยันต์ 108 กับ นะ ปถมัง 14 รวมกับแผ่นทองที่เหลือจากการหล่อพระพุทธชินราชอินโดจีน ปี 2485 อีกจำนวนมาก
กระแสเนื้อภายในจะออกสีนากอ่อนแล้วกลับเป็นสีน้ำตาล มีทั้งวรรณะอมเขียวที่เรียกว่า สีไพล (ว่านไพล) คือออกสีเขียวเข้มเพราะแก่ชนวนพระกริ่งนวโลหะ วรรณะออกน้ำตาลอ่อนและน้ำตาลอมแดง
พระกริ่งเชียงตุง มีจำนวนสร้าง 108 องค์ เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้มอบแก่เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาที่จะเดินทางไปเชียงตุง และศิษย์ผู้ใกล้ชิดประมาณ 30 องค์
วันที่ 26 พ.ย.2487 เจ้าประคุณสมเด็จฯ สิ้นพระชนม์
พระกริ่งเชียงตุง จึงนับเป็นพระกริ่งรุ่นสุดท้ายในองค์สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสสเทโว)