ประชาชนใช้วันหยุดกราบไหว้พระนอนทรงเทริดมโนราห์อายุ 1,000 ปีที่มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ที่วัดภูเขาทอง ต.น้ำผุด อ.เมือง จ.ตรัง
พระนอนองค์ดังกล่าวสร้างขึ้นในสมัยศรีวิชัย ตามความเลื่อมใสของผู้ที่นับถือครูหมอมโนราห์ ซึ่งเชื่อว่าใครที่มีเชื้อสายมโนราห์จะต้องเดินทางไปกราบไหว้ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต เพื่อความเป็นสิริมงคล

นอกจากนี้ ยังมีหินงอกหินย้อยคล้ายรูปเจ้าแม่กวนอิมและโครงกระดูกมนุษย์โบราณอายุกว่า 3,000 ปี
พระนอนทรงเทริดมโนราห์เป็นพระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพานองค์เดียวที่พบในประเทศไทย มีความยาว 9 เมตร และความกว้างกว่า 2 เมตร สร้างขึ้นในสมัยศรีวิชัย ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน 1 ใน 20 แห่งของ จ.ตรัง

สำหรับพระนอนทรงเทริดมโนราห์มีประวัติเล่าว่า ก่อสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1200-1300 ในสมัยเจ้าหน่อและพระนางเลือดขาว ที่ทราบข่าวว่าพระเจ้าศรีธรรมโศกราชที่ 2 เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชกำลังเตรียมบูรณะซ่อมแซมพระบรมธาตุเจ้าหน่อและพระนางเลือดขาว จึงได้รวบรวมเอาทรัพย์สินเงินทองทั้งหมด เพื่อนำไปถวายเป็นพุทธบูชา
แต่เมื่อเดินทางมาถึงเขาชุมทองหรือวัดภูเขาทองในปัจจุบัน ก็ทราบข่าวว่าพระบรมธาตุได้สร้างเสร็จแล้ว พระนางเลือดขาวจึงนำทรัพย์สมบัติทั้งหมดบรรจุไว้ในถ้ำที่เขาชุมทอง (ภูเขาทอง) แห่งนี้ ซึ่งพระนางเลือดขาวมีสายเลือดมโนราห์ จึงให้สร้างพระนอนทรงเทริดมโนราห์ที่เป็นเนื้อไม้ขึ้นมา เพื่อปิดปากถ้ำไว้ โดยให้ชาวบ้านในพื้นที่ช่วยกันดูแลรักษา

แต่ด้วยกาลเวลาที่เปลี่ยนไปทำให้พระนอนทรงเทริดมโนราห์เนื้อไม้ผุกร่อน กรมศิลปากรจึงมีการบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ด้วยการฉาบเป็นทองเหลือง เสริมด้วยโครงเหล็กด้านในเพื่อความแข็งแรงมั่นคง โดยจะมีการรำมโนราห์ถวายในวันสงกรานต์ของทุกปีเพื่อบูชาครูหมอมโนราห์
เชื่อกันว่าพระนอนทรงเทริดมโนราห์ศักดิ์สิทธิ์มากชาวปักษ์ใต้และผู้ที่ศรัทธามโนราห์เชื่อว่า เทริด เป็นของสูงและศักดิ์สิทธิ์ ผู้คนนิยมเดินทางมาขอพรเรื่องโชคลาภ การงาน สุขภาพ และความเป็นสิริมงคล

นิยมแก้บนด้วยการรำโนราห์หรือถวายเครื่องหอมตามความเชื่อ การแก้บน ได้แก่ การรำโนราห์ รวมทั้งการถวายเครื่องสักการะ เช่น ดอกไม้ ธูปเทียน พวงมาลัย และเครื่องบวงสรวงตามความศรัทธา
นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในประเทศ ที่ยังคงความสวยงามตระการตาสามารถดึงดูดประชาชนทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติจากทั่วทุกสารทิศให้เดินทางไปกราบไหว้ได้ไม่เว้นแต่ละวัน
ส่วนภายในวัดภูเขาทองยังมีโครงกระดูกมนุษย์โบราณที่พบในบริเวณดังกล่าวอายุกว่า 3,000 ปี สมัยก่อนพุทธกาลจนกลายเป็นฟอสซิล จัดแสดงไว้ให้เยาวชนและประชาชนได้ไปศึกษาเรียนรู้ด้วย

อีกทั้งที่วัดภูเขาทองยังพบหินงอกหินย้อยอายุกว่า 1,000 ปี ก่อตัวกันเป็นก้อนสีขาวขนาดใหญ่จนดูคล้ายรูปของเจ้าแม่กวนอิม พระครูภาวนาสมาธิคุณ เจ้าอาวาสวัดภูเขาทอง จึงนำรูปจำลองของเจ้าแม่กวนอิมมาวางเปรียบเทียบให้เห็นกันอย่างชัดเจน สร้างความเลื่อมใสศรัทธาให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก ถือว่าเป็นอีกสิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นอย่างสวยงาม

พระครูภาวนาสมาธิคุณกล่าวว่า ตามประวัติพระนอนทรงเทริดมโนราห์ของวัดภูเขาทอง สร้างขึ้นในสมัยศรีวิชัย ราวพ.ศ.1200-1300 ผู้สร้างคือ พระนางเลือดขาวจาก จ.พัทลุง ที่สร้างคือจะเอาทองไปบูรณะช่วยสร้างองค์พระธาตุเจดีย์ที่นครศรีธรรมราชในสมัยนั้น ปีหนึ่งจะมีญาติโยมมากราบไหว้ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ที่มากันมากคือวันสงกรานต์ จะมีการรำมโนราห์ถวายในวันที่ 13 เมษายนของทุกปี

อีกจุดที่วัดภูเขาทองที่หน้าภูเขาจะมีหินอ่อนจากน้ำที่ย้อยลงมาเป็นรูปเจ้าแม่กวนอิม นักธรณีวิทยาคาดว่ากว่าจะได้ขนาดนี้อายุนับพันปี ส่วนอีกจุดคือ มีโครงกระดูกมนุษย์โบราณเป็นฟอสซิลอยู่ในตู้กระจกบนศาลา กรมศิลป์คาดว่าจะมีอายุกว่า 3,000 ปี ก่อนสมัยพุทธกาลหรือเกือบ 5,000 ปี