เมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 สมเด็จพระวชิรรัตนโมลี (สุชาติ ธัมมรตโน) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย 101 ปี ชาตกาล สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) อดีตเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ อดีตผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม อดีตประธานสมัชชามหาคณิสสร อดีตที่ปรึกษากรรมการมหาเถรสมาคม


โดยมีพระเถรานุเถระ พระภิกษุ-สามเณร แม่ชี ญาติโยมสาธุชน เข้าร่วมพิธี ณ ห้องรัตนจันทสรวรคุรุ (ฐานองค์พระพุทธธรรมกายเทพมงคล) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ

กล่าวสำหรับ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้สร้างผลงานอันทรงคุณูปการในหลากหลายด้าน อาทิ งานบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ได้ก่อตั้ง “มูลนิธิหลวงพ่อสดวัดปากน้ำ” เพื่อนำดอกผลของมูลนิธิมาใช้ในการบำเพ็ญกุศลต่างๆ และได้จัดถวายทุนแก่สำนักศาสนศึกษา 72 แห่งทั่วประเทศ สำนักละ 1 แสนบาท นำไปตั้งเป็นทุนนิธิเพื่อการศึกษาปริยัติธรรมแผนกบาลี

ทั้งยังเป็นผู้ริเริ่มโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยให้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา หมู่บ้านรักษาศีล 5 จนเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ

ท่านมีนามเดิมว่า ช่วง สุดประเสริฐ เกิดเมื่อวันที่ 26 ส.ค.2468 ที่บ้านเลขที่ 32 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ บิดา-มารดาชื่อ นายมิ่งและนางสำเภา สุดประเสริฐ

อายุ 14 ปี เข้าพิธีบรรพชา ที่วัดสังฆราชา เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โดยมีพระครูศีลาภิรัต วัดลาดกระบัง เป็นพระอุปัชฌาย์
จากนั้น มุ่งศึกษาพระปริยัติธรรมและสอบนักธรรมชั้นตรี-โท สำนักศาสนศึกษาวัดสังฆราชา

พ.ศ.2484 ย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดปากน้ำ โดยพระแจ่ม วัดสังฆราชา เป็นผู้นำมาฝากกับพระมงคลเทพมุนี และเข้าอุปสมบทเมื่อวันที่ 11 พ.ค.2488 ที่พัทธสีมาวัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ โดยมีพระครูบริหารบรมธาตุ (ป่วน เกสโร) วัดนางชี เป็นพระอุปัชฌาย์, พระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร) วัดปากน้ำ เป็นพระกรรมวาจาจารย์

ด้วยความขยันและตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอย่างมุ่งมั่น จึงสอบได้มาโดยลำดับ เมื่อถึงชั้นสูง พระมงคลเทพมุนีนำไปฝากกับสมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตติโสภโณ) เพื่อให้ศึกษาในสำนักเรียนวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
พ.ศ.2497 หลังจากสำเร็จการศึกษาชั้นเปรียญธรรม 9 ประโยค จึงได้ไปรับตัวท่านกลับมาช่วยงานที่วัดปากน้ำ เพื่อสานต่องานและโครงการที่หลวงพ่อริเริ่มไว้

หลังการมรณภาพของหลวงพ่อสด ในเวลาต่อมาท่านจึงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ สืบต่อมาจนถึงกาลปัจจุบัน
พ.ศ.2534 คณะสงฆ์มอบหมายให้ดำเนินการก่อสร้างอาคารหอสมุดแห่งพระพุทธศาสนามหาสิรินาถ ในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ 12 สิงหาคม 2535 ณ พุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม

ผลงานด้านการศึกษา พ.ศ.2491 เป็นกรรมการตรวจประโยคบาลีสนามหลวง พ.ศ.2528 เป็นผู้อำนวยการตรวจสอบธรรมสนามหลวงชั้นตรี ภาค 7 พ.ศ.เป็นรองแม่กองบาลีสนามหลวง รูปที่ 1 พ.ศ.2537 เป็นแม่กองบาลีสนามหลวง
งานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศ เป็นประธานคณะพระธรรมจาริก ส่วนในต่างประเทศ ริเริ่มสร้างวัดไทยในสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์ เพื่อการเผยแผ่และปฏิบัติธรรมของชาวไทยและชาวต่างชาติ

ลำดับงานปกครองสงฆ์ พ.ศ.2500 เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2517 เป็นเจ้าคณะภาค 17 พ.ศ.2528 เป็นเจ้าคณะภาค 7 พ.ศ.2532 เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม พ.ศ.2537 เป็นเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ พ.ศ.2548 เป็นคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช พ.ศ.2556 ประธานสมัชชามหาคณิสสร
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2499 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่พระศรีวิสุทธิโมลี พ.ศ.2505 เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชเวที พ.ศ.2510 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่พระเทพวรเวที พ.ศ.2516 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่พระเทพวรเวที พ.ศ.2530 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระราชาคณะ เจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏ ที่พระธรรมปัญญาบดี

พ.ศ.2539 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ ชั้นสุพรรณบัฏ ที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์
มรณภาพด้วยอาการสงบ วันที่ 9 ธ.ค.2564 เวลา 05.48 น. ด้วยโรคไตวายเรื้อรัง ที่ตึก 84 ปี ชั้น 6 โรงพยาบาลศิริราช
สิริอายุ 96 ปี พรรษา 76