นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย นิมนต์ พระครูรัตนสิกขการ หรือ พระอาจารย์ประสูติ ปิยธัมโม เจ้าอาวาสวัดในเตา หรือวัดถ้ำพระพุทธโกษีย์ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง มายังตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 11 ก.ย. เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำงาน อีกทั้งมอบคติธรรมแนวทางปฏิบัติหน้าที่

พร้อมกันนี้ ได้จารอักขระเลขยันต์ลงบนโต๊ะทำงานของนายกรัฐมนตรีและเป็นประธานปิดทองรูปปั้นนรสิงห์ที่ตั้งอยู่บริเวณระเบียงหน้าชั้น 2 เพื่อเสริมสิริมงคลในการดำรงตำแหน่งด้วย

ก่อนหน้านี้ เคยลงยันต์และเป่ากระหม่อมให้นายอนุทินเมื่อครั้งลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดตรังและให้พรขอให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีสองสมัย

พระอาจารย์ประสูติเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังสายสำนักเขาอ้อ มีความเชี่ยวชาญด้านการปลุกเสกเครื่องรางของขลัง วัตถุมงคลที่จัดสร้างเป็นที่ต้องการของบรรดาลูกศิษย์ ด้วยสืบสายวิชามาจากพ่อท่านแสง ธัมมสโร อดีตเจ้าอาวาสวัดถ้ำพระพุทธโกษีย์ (วัดในเตา) พระเกจิอาจารย์ที่ได้รับความเคารพนับถือในอดีต

ปัจจุบันพระอาจารย์ประสูติ สิริอายุ 60 ปี พรรษา 40

มีนามเดิมว่า สูตร คงฤทธิ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 ต.ค.2508 หมู่ที่ 2 บ้านห้วยหลุด ต.ห้วยยอด อ.ห้วยยอด จ.ตรัง บิดา-มารดาชื่อ นายประดิษฐ์และนางสนิท คงฤทธิ์ ครอบครัวประกอบอาชีพทำสวนยางพารา

ในวัยเยาว์เรียนหนังสือระดับประถมศึกษา ณ โรงเรียนบ้านทุ่งต่อ อำเภอห้วยยอด และพักอยู่ประจำที่วัดในเตากับพ่อท่านแสง ทำให้มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนสรรพวิชาต่างๆ ด้วย กระทั่งเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนห้วยยอด

พ.ศ.2529 อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดห้วยยอด โดยมีพระครูนิมิตสังฆคุณ เจ้าคณะอำเภอห้วยยอด เป็นพระอุปัชฌาย์

มุ่งมั่นตั้งใจศึกษาพระปริยัติธรรม สามารถสอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอกตามลำดับ ก่อนกราบลาพระอุปัชฌาย์เพื่อออกธุดงค์ เสาะแสวงหาพระเกจิอาจารย์ชื่อดังตามภาคต่างๆ เพื่อฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาวิชาความรู้ด้านวิทยาคม

เริ่มต้นเรียนจากพ่อท่านแสง จากนั้นกราบลาเพื่อเดินทางไปศึกษาวิชากับพระเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วทุกภาคของประเทศไทย เช่น เดินทางไปภาคเหนือเพื่อฝากตัวเป็นศิษย์ครูบาเหมย วัดศรีดงเย็น จ.เชียงใหม่ เดินทางลงมายังภาคกลางเพื่อฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดถ้ำแฝด จ.กาญจนบุรี

ส่วนภาคใต้ เดินทางไปยังหลายวัดเพื่อขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ อาทิ หลวงพ่อคล้อย วัดถ้ำเขาเงิน อ.หลังสวน จ.ชุมพร, พระครูบุญญาภินันท์ (อาจารย์หรีด), หลวงปู่ชื่น วัดทุ่งชน จ.ตรัง เป็นต้น

การออกธุดงค์เสาะแสวงหาร่ำเรียนวิชาอาคมทำให้เป็นพระนักปฏิบัติที่แกร่งในวิปัสสนากัมมัฏฐาน สมาธิแก่กล้า จนเป็นที่เลื่องลือในด้านการปลุกเสกเครื่องรางของขลัง

นอกจากนี้ ยังมีวิชาความรู้เกี่ยวกับพิธีการปลุกเสกจตุคามรามเทพด้วยเคยติดตามหลวงปู่แสงไปร่วมพิธีปลุกเสก ณ วิหารหลวง จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่ปีพ.ศ.2530

อีกทั้งวัดในเตาเป็นสถานที่หนึ่งในพิธีปลุกเสกจตุคามรามเทพ ดังนั้น หากในประเทศไทยหรือในภาคใต้ มีวัดแห่งใดประสงค์ที่จัดสร้างจตุคามรามเทพนอกเหนือไปจากวิหารหลวง จ.นครศรีธรรมราช และวัดเขาอ้อ จ.พัทลุง เพื่อประกอบพิธีแล้ว วัดในเตา จ.ตรัง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่นิยมใช้ในการทำพิธีปลุกเสกพระเครื่องรุ่นต่างๆ

ในปีพ.ศ.2538 พ่อท่านแสงมรณภาพ ทำให้วัดในเตาเงียบเหงาลง จนถึงปีพ.ศ.2540 พระอาจารย์ประสูติ เดินทางกลับมายังพระอาราม ชาวบ้านจึงได้กราบนิมนต์ขอให้เป็นเจ้าอาวาสสืบแทนนับตั้งแต่นั้นเนื่องด้วยเป็นศิษย์ที่ใกล้ชิดมากที่สุด

กล่าวสำหรับ “วัดถ้ำพระพุทธโกษีย์” หรือวัดในเตา ตั้งอยู่ในพื้นที่ หมู่ 1 ต.ในเตา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ก่อตั้งมายาวนานตั้งแต่ พ.ศ.2203 ภายในวัดมีพระพุทธรูปองค์สำคัญประดิษฐานอยู่ถึง 3 องค์ด้วยกัน ได้แก่ พระพุทธโกษีย์ พระธรรมรูจี และพระศรีไกรสร ซึ่งมีพุทธลักษณะอันสวยงาม ในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย มีความเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก ส่วนที่มาของชื่อวัดเป็นการนำชื่อพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานภายในถ้ำมาตั้งเป็นชื่อวัด

ด้านวัตถุมงคลนั้นสร้างไว้หลายรุ่นด้วยกัน แต่จำนวนการสร้างแต่ละอย่างจะไม่มากนักแต่หลากหลาย โดยเฉพาะเครื่องรางของขลังที่ล้วนเป็นที่ต้องการของลูกศิษย์โดยตลอดมา อาทิ หุ่นพยนต์, เสือนอนกิน, หน้ากากพรานบุญ, ดวงตราพลังจักรวาล ฯลฯ

นับเป็นพระเกจิอาจารย์ภาคใต้สายเขาอ้อที่มาแรงอีกรูปในขณะนี้มีผู้เคารพเลื่อมใสศรัทธาอย่างกว้างขวาง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน