วันเสาร์ที่ 3 ต.ค.2569 น้อมรำลึกครบรอบ 22 ปี มรณกาล “พระครูนิมิตนวกรรม” หรือ “หลวงพ่อสมควร” อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีสวรรค์สังฆาราม (วัดถือน้ำ) ต.นครสวรรค์ออก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ หลังค่ายจิรประวัติ มณฑลทหารบกที่ 31 นครสวรรค์ พระเกจิชื่อดังแห่งเมืองปากน้ำโพ
ชาติภูมิท่านเป็นชาวเวียดนาม เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 17 ก.ย.2459 ที่จังหวัดตาวิน ไซ่ง่อน (ปัจจุบัน คือ โฮจิมินห์์ซิตี้)
ศึกษาเบื้องต้นที่โรงเรียนวัดโพนโด่ง จังหวัดตาวิน จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เมื่อปี พ.ศ.2471
อายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดจงโกรม ไซ่ง่อน เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2479 มีพระธรรมจริยาพฤติ วัดมณีเพตราราม เจ้าคณะจังหวัดพระตะบอง เป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ.2480 เดินทางมาประเทศกัมพูชาและจำพรรษาที่วัดลำดวน อ.พระตะบอง ศึกษาเล่าเรียนบาลี นักธรรม และเป็นครูประชาบาลไปด้วย
ปลายปี พ.ศ.2484 ไทยได้ปกครองจังหวัดพระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ ท่านกลับไปอยู่กับพระอุปัชฌาย์ที่เมืองเสียมราฐ และศึกษาจนสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท ที่สำนักเรียนวัดโพธิ์ศักดิ์ จ.พระตะบอง ก่อนไปศึกษาพระธรรมและปฏิบัติกัมมัฏฐานกับพระอาจารย์คิมออม วัดโพนโด่ง พระอาจารย์ถังฮาย วัดจงโกรม ประเทศเวียดนามใต้อยู่ 2 พรรษา ก่อนมาศึกษาด้านวิทยาคมที่สำนักพระครูแลน วัดมะถัก อ.ศรีโสภณ
กระทั่งปี พ.ศ.2487 หลวงพ่อสมควร เดินธุดงค์เข้ามาประเทศไทยเพื่อศึกษาพระพุทธศาสนา ธุดงค์ผ่านอรัญประเทศ จ.ปราจีนบุรี สระบุรี บุรีรัมย์ สุรินทร์ ไปจนถึงเชียงใหม่ แล้วย้อนลงมาจำพรรษาที่วัดถือน้ำ จ.นครสวรรค์ ในปี พ.ศ.2490 จากนั้นก็ออกธุดงค์ไปปฏิบัติธรรมที่เขากาซาก อ.ตาคลี เขาม่อนทลายนอน ถ้ำผาไท พระธาตุจอมแจ้ง พระธาตุช่อแฮ ถ้ำผาลม ถ้ำเชียงดาว ได้พบกับพระเกจิอาจารย์หลายรูป
ช่วงที่ธุดงค์ผ่านนครชัยศรี จ.นครปฐม ประมาณ พ.ศ.2499 ท่านไปช่วยสร้างอุโบสถวัดสาละวัน และมีโอกาสได้พบกับสมเด็จป๋า-พระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (ปุ่น ปุณณสิริ) วัดโพธิ์ เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 7 จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นฐานานุกรม ที่พระครูใบฎีกา พร้อมทั้งเข้าร่วมงานพิธีฉลองครบ 25 ศตวรรษ เมื่อปี พ.ศ.2500 ด้วย
ก่อนที่จะมาอยู่วัดถือน้ำ ท่านธุดงค์ผ่านนครสวรรค์มาทาง อ.ชุมแสง เข้าจำพรรษาที่วัดจอมคีรีนาคพรต (วัดเขา) ท่านได้เห็นทัศนียภาพ บึงบอระเพ็ดมีดอกบัวสวยงาม จึงอยากอยู่ที่เมืองนครสวรรค์
วัดถือน้ำในขณะนั้นถือได้ว่าเป็นวัดเก่าแก่ มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาน้อยรูปเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม เมื่อญาติโยมไปกราบนิมนต์ขอให้ท่านกลับมาจำพรรษาที่วัดถือน้ำ เพื่อช่วยรวบรวมปัจจัยช่วยสร้างวัดถือน้ำให้เจริญรุ่งเรือง ท่านก็ไม่ขัดศรัทธา แต่เมื่อบูรณะวัดเสร็จแล้ว ท่านยังคงเดินทางไปพำนักตามป่าเขาแถว จ.อุทัยธานี เหมือนเดิม
จนถึงปี พ.ศ.2531 ท่านจึงเดินทางกลับมาจำพรรษาที่วัดถือน้ำแห่งเดียว
หลวงพ่อสมควรสร้างวัตถุมงคลไว้มากมายเพื่อแจกจ่ายให้ทหารไปรบ ให้ประชาชนไปบูชา
ต่อมาในปี พ.ศ.2546 หลวงพ่อมีอายุมากขึ้นจึงต้องรับกิจนิมนต์น้อยลง และได้รับการดูแลจากแพทย์ประจำโรงพยา บาลค่ายจิรประวัติเป็นอย่างดี ซึ่งต่อมา หลวงพ่อก็ได้เข้าโรงพยาบาลเป็นประจำ เนื่องจากมีสุขภาพไม่แข็งแรง
สุดท้ายมรณภาพอย่างสงบ ในวันที่ 3 ต.ค.2547 เวลา 13.10 น. ที่โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ สิริอายุ 88 ปี พรรษา 66