ย้อนไปเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) จัดงานครบรอบวันสถาปนา 139 ปี สืบสานพระราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พร้อมเปิดทิศทางบริหารมหาวิทยาลัย

สดจากหน้าพระ

โดยพระพรหมวัชรธีราจารย์ (สมจินต์ สัมมาปัญโญ) อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ชู 8 นโยบายสำคัญ รักษาอัตลักษณ์พระพุทธศาสนา ควบคู่ความทันสมัย เทคโนโลยี ความเป็นนานาชาติ ณ อาคาร มวก. 48 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พร้อมเชิดชูบุคลากรและผลงานดีเด่น และประกาศทิศทางการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยในระยะต่อไป

สดจากหน้าพระ

พระเทพวัชรสารบัณฑิต (ประสาร จันทสาโร) รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร กล่าวว่า ในโอกาสครบรอบ 139 ปี พระพรหมวัชรธีราจาร อธิการบดี แถลงนโยบายและแนวคิดในการบริหารมหาวิทยาลัย โดยกำหนดทิศทางสำคัญให้ มจร ก้าวสู่มหาวิทยาลัยสงฆ์ ที่รักษา อัตลักษณ์พระพุทธศาสนา ควบคู่กับการเป็นมหาวิทยาลัย สมัยใหม่ เชื่อมโยงพันธกิจของสถาบันอุดมศึกษา บริบทของมหาวิทยาลัยสงฆ์ และการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต

สดจากหน้าพระ

นโยบายการบริหารของอธิการบดีประกอบด้วย 8 ด้านสำคัญ ได้แก่

1.วัดมหาวิทยาลัย (Temple University) สร้างความเป็นพระพุทธศาสนาให้ปรากฏในวิถีและการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย 2.มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) พัฒนาสิ่งแวดล้อม พลังงาน และพื้นที่ให้เอื้อต่อการเรียนรู้และปฏิบัติธรรม 3.ชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Learning Community) ขยายการศึกษาสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิตและพัฒนา Living University

สดจากหน้าพระ

4.พุทธนวัตกรรมเพื่อพัฒนาจิตใจและสังคม นำองค์ความรู้และงานวิจัยทางพระพุทธศาสนาสู่การใช้ประโยชน์จริง รวมถึง 5.ความเป็นนานาชาติ (Internationalization) ยกระดับหลักสูตร บุคลากร นิสิต และความร่วมมือระหว่างประเทศ 6.IT เพื่อการบริหารมหาวิทยาลัย พัฒนา MCU Network, MCU Application และ MCU Broadcasting เชื่อมโยงทั้งองค์กรและรองรับ ยุค AI

สดจากหน้าพระ

7.ความเข้มแข็งของภาคีเครือข่าย ผลักดัน MOU ให้เกิดกิจกรรมและผลลัพธ์จริง และธรรมาภิบาล (Good Governance) ยกระดับระบบการเงิน บัญชี งบประมาณ พัสดุ วิชาการ และบุคลากรให้มีมาตรฐาน เชื่อมโยงข้อมูลและตรวจสอบได้ตลอดกระบวนการนโยบาย ทั้ง 8 ด้านสามารถสังเคราะห์เป็น 4 ทิศทางใหญ่ของ มจร หลัง 139 ปี คือ “รักษาอัตลักษณ์พระพุทธศาสนา-สร้างมหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้-ยกระดับสู่ความทันสมัยและนานาชาติ-บริหารด้วยระบบและธรรมาภิบาล” โดยทุกส่วนงานจะต้องเชื่อมโยงนโยบายไปสู่แผนงาน งบประมาณ ตัวชี้วัด ผู้รับผิดชอบ และการติดตามผลที่ชัดเจน

สดจากหน้าพระ

“หัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนนโยบายไปสู่ผลลัพธ์ ไม่ใช่เพียงการมีโครงการจำนวนมาก แต่ต้องตอบให้ได้ว่าแต่ละนโยบายสร้างการเปลี่ยนแปลงอะไร ทุกส่วนงานตั้งแต่ส่วนกลาง วิทยาเขต และวิทยาลัยสงฆ์ ต้องเชื่อมโยงการทำงานไปสู่ เป้าหมายเดียวกัน เพื่อให้นโยบายของอธิการบดีเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมภายในงานมีพิธีถวายราชสดุดีล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 5 การประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัลแก่บุคลากรและผลงานดีเด่น อาทิ รางวัลการจัดการความรู้ (KM) และรางวัลผลงานวิจัยดีเด่น ตลอดจนการแถลงนโยบายของรองอธิการบดีทั้งส่วนกลางและประจำวิทยาเขต เพื่อถ่ายทอดนโยบายสู่การขับเคลื่อนในทุกพื้นที่ของมหาวิทยาลัย 139 ปี คือรากฐานสำคัญของมหาจุฬาฯ

ส่วนก้าวต่อไปคือการนำรากฐานพระพุทธศาสนามาต่อยอดด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยีและ AI ความร่วมมือระดับนานาชาติ และการบริหารด้วยธรรมาภิบาล เพื่อพัฒนา มจร ให้เป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์สมัยใหม่ที่มีอัตลักษณ์ชัดเจน มีคุณภาพ และ สร้างคุณค่าต่อพระพุทธศาสนาและสังคมอย่างยั่งยืน” พระเทพวัชรสารบัณฑิตกล่าวในตอนท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน