“หลวงพ่อสาลี ธัมมสโร” หรือ “พระครูพรหมสมาจาร” วัดเขาวัง อ.เมือง จ.ราชบุรี พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งราชบุรี ที่มีผู้เลื่อมใสศรัทธาจำนวนมาก
มีนามเดิมว่า สาลี นามสกุล สุวรรณรังษี เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 พ.ย.2426 ที่บ้านเกาะปม อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี
บิดาชื่อ นายดำ สุวรรณรังษี มีอาชีพเป็นนายอากรและทำนาทำสวน มารดาชื่อ นางวัณณา สุวรรณรังษี มีพี่น้องรวมกัน 7 คน ท่านเป็นคนที่ 6

เมื่อเยาว์วัยได้เรียนหนังสือกับบิดาที่บ้าน จนพออ่านออกเขียนหนังสือไทยได้ จึงนำไปฝากให้เรียนหนังสือต่อที่สำนักสงฆ์ใกล้บ้าน
พ.ศ.2446 มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ จึงได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 5 พ.ค.2446 ที่พัทธสีมาวัดหนองขุนชาติ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี มีพระครูอุทานธรรมนิเทศ (สุข) วัดหนองขุนชาติ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูอุเทศธรรมวินัย (สือ) วัดทุ่งทอง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระปลัดเสือ วัดหนองขุนชาติ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
อยู่จำพรรษาที่วัดหนองขุนชาติ อยู่จนถึงพรรษาที่ 8 พระอุปัชฌาย์เห็นว่าการศึกษาภาษาบาลีเป็นที่แข็งแรงแล้ว จึงพามาฝากให้อยู่ที่สำนักเรียนวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพฯ มีสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) เป็นผู้ดูแล
ต่อมามีเหตุให้ต้องกลับไปยังเมืองอุทัยธานี ด้วยอาการป่วยของบิดา-มารดา จนเมื่อทั้งสองถึงแก่กรรมแล้ว จึงมีเหตุทำให้ท่านต้องลาสิกขาเพื่อมาดูแลเรือกสวนไร่นา และทรัพย์สมบัติของบุพการี รวมเวลาที่ออกไปครองเพศคฤหัสถ์อยู่ได้ 11 เดือน
พ.ศ.2460 ครั้นเมื่อปลดเปลื้องจัดแจงเกี่ยวกับทรัพย์สมบัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้ไปปรึกษากับพระอุปัชฌาย์รูปเดิม ขออุปสมบทเป็นครั้งที่ 2 เมื่อเดือน พ.ย.2460 ที่พัทธสีมาวัดหนองขุนชาติ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี

มีพระครูอุทานธรรมนิเทศ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูอุทิศธรรมวินัย วัดทุ่งทอง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์จำรัส วัดหนองขุนชาติ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “ธัมมสโร”
ไม่นานก็กราบลาพระอุปัชฌาย์ออกจาริกแสวงหาที่วิเวก (แบบพระธุดงค์) พบสถานที่แห่งใดเป็นสัปปายะ ก็พักทำการเพียรเจริญกัมมัฏฐานอยู่ในสถานที่นั้นๆ จนใกล้จะถึงฤดูกาลเข้าพรรษาจึงจะกลับมาอยู่ในสำนักที่มีปฏิปทาข้อปฏิบัติเคร่งครัดเท่านั้น
ทำอยู่อย่างนี้เสมอๆ จนในพรรษาที่ 8 พ.ศ.2467 จึงได้จาริกมาถึงจังหวัดราชบุรีกับพระฉายและอุบาสกทองย้อย โดยพักที่เขาวังซึ่งเป็นพระราชวังร้างอยู่ในตอนนั้น เมื่อชาวบ้านได้ข่าวก็พากันมาทำบุญและฟังธรรมกันมาก
จนชาวบ้านอ้อนวอนนิมนต์ให้อยู่จำพรรษาเสียที่เขาวังนี้ โดยมีข้อเสนอว่าจะพากันทำหนังสือขอพระราชทานเขาวังให้เป็นวัด ท่านจึงตกลงใจรับภาระร่วมกับชาวราชบุรีที่จะสร้างวัดขึ้นบนเขาวัง นับแต่บัดนั้น
ปี พ.ศ.2472 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานอุทิศเขาวังให้เป็นที่ธรณีสงฆ์ และในปีเดียวกันนั้น เจ้าคณะแขวงราชบุรีได้มีประกาศแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาส
จนลุถึง พ.ศ.2477 ถาวรวัตถุที่เป็นหลักใหญ่ของวัดก็นับได้ว่ามีสมบูรณ์แล้ว แต่ด้วยความเป็นพระกัมมัฏฐานที่มุ่งมาดปรารถนาที่จะบำเพ็ญสมณธรรม ถือสมาทานธุดงควัตรอยู่ตลอด และนับตั้งแต่ปีนั้น จึงออกธุดงค์จาริกไปยังท้องถิ่นต่างๆ โดยทั่วไปแล้วจะกลับมาจำพรรษาที่วัดเขาวังสลับกันไปต่อเนื่องเรื่อยมา
จนถึง พ.ศ.2508 มีอาการอาพาธ จึงได้กลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราชบุรี และถึงแก่มรณภาพด้วยอาการอันสงบ เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2508
สิริอายุ 82 ปี พรรษา 61
วัตถุมงคลเป็นหนึ่งในตำนานพระเครื่องเมืองราชบุรีที่มีประสบการณ์มากมาย โดยเฉพาะ “เหรียญรูปเหมือน รุ่น 2” ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้เหรียญรุ่นแรก

สร้างขึ้นหลังปี พ.ศ.2509 โดยหลวงพ่อหุ่น เจ้าอาวาสรูปต่อมา ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีพุทธาคม
เป็นเหรียญปั๊มรูปไข่ มีหูในตัวด้านหน้าเป็นรูปเหมือนนั่งสมาธิเต็มองค์ ห่มจีวรลดไหล่ ด้านบนมีอักขระภาษาไทยเขียนคำว่า พระครูพรหมสมาจาร วัดเขาวัง จ.ราชบุรี ๒๕๐๙ ด้านล่างมีอักขระภาษาไทยเขียนคำว่า หลวงพ่อสาลี
ด้านหลังมีอักขรยันต์ ใต้ยันต์มีอักขระภาษาไทยเขียนคำว่า ที่ระลึกสร้างอุโบสถวัดโกมุทรัตนาราม จ.ชลบุรี
สร้างด้วยเนื้อทองแดงรมดำเพียงเนื้อเดียวเท่านั้น ถึงแม้จะเป็นเหรียญตายที่สร้างหลังมรณภาพไปแล้วก็ตาม แต่ด้วยพุทธคุณโดดเด่นในเรื่องเมตตามหานิยม และค้าขาย จึงทำให้มักไปอยู่ใน ครอบครองของบรรดาเจ้าสัวต่างๆ เสียเป็นส่วนมาก
จัดเป็นเหรียญหายากของจังหวัดราชบุรีอีกเหรียญเลยทีเดียว