เมื่อเร็วๆ นี้ คณะสงฆ์วัดสระเกศ กรุงเทพฯ เดินทางไปเยี่ยมชม วัดทุ่งเซียด หมู่ที่ 1 ต.ท่าโรงช้าง อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อเยี่ยมชมและศึกษาประวัติความเป็นมาของ “โบสถ์กลางน้ำ” ศาสนสถานสำคัญอันมีเอกลักษณ์โดดเด่น และเป็นมรดกแห่งศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในท้องถิ่น

ในการนี้ มีพระเถรานุเถระวัดสระเกศ ประกอบด้วย พระเทพวัชรเสนาบดี, พระเทพวัชรกิจจาภรณ์, พระราชปัญญาวัชราจารย์, พระราชวัชรเจติยาภรณ์, พระวัชรวิหารการ, พระวชิรเจติยาภรณ์ และพระวชิรสิทธิโสภณ
เมื่อเดินทางถึงวัดทุ่งเซียด คณะสงฆ์ได้เข้าเยี่ยมชมโบสถ์กลางน้ำ ซึ่งสร้างขึ้นอย่างวิจิตรโดดเด่นกลางสระน้ำขนาดใหญ่กว่า 13 ไร่ ตัวศาสนสถานใช้โทนสีขาว ออกแบบฐานเป็นรูปเรือลำใหญ่ รองรับพระอุโบสถอันสง่างาม และมีพระบรมธาตุจำลองประดิษฐานอยู่บนลำเรือเดียวกัน สื่อถึงคติแห่ง “นาวาธรรม” อันนำพาสรรพสัตว์ข้ามพ้นห้วงแห่งทุกข์ตามคติทางพระพุทธศาสนา

โบสถ์กลางน้ำหลังปัจจุบัน สร้างขึ้นเพื่อทดแทนโบสถ์ กลางน้ำหลังเก่าของวัด ซึ่งชำรุดผุพังไปตามกาลเวลา โดยทางวัดยังคงอนุรักษ์หลักฐานสำคัญของโบสถ์เดิม อาทิ เสาไม้โบราณและช่อฟ้าไม้โบราณ ไว้เป็นอนุสรณ์แห่งประวัติศาสตร์ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนและอนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ถึงรากฐานแห่งศรัทธาของบรรพชน

พระครูสารโสตถิคุณ เจ้าอาวาสวัดทุ่งเซียด กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของวัดและการก่อสร้างโบสถ์กลางน้ำ โดยวัดทุ่งเซียด มีประวัติการก่อตั้งสืบเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2410 และท่านได้มา จำพรรษา ณ วัดแห่งนี้ตั้งแต่ พ.ศ.2532

ด้วยความตระหนักถึงคุณค่าของโบสถ์กลางน้ำโบราณที่เคยเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชน จึงเกิดแนวคิดในการสร้างโบสถ์กลางน้ำหลังใหม่ขึ้น เพื่อทดแทนศาสนสถานเดิม ตลอดจนอนุรักษ์เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษา และเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ดำรงมั่นคงสืบไป

การก่อสร้างโบสถ์กลางน้ำหลังใหม่เริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ.2547 โดยอาศัยกำลังศรัทธาและปัจจัยจากพุทธศาสนิกชนในการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง
รูปแบบของศาสนสถานได้รับการออกแบบตามคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนา โดยสร้างฐานเป็นเรือลำใหญ่รองรับพระอุโบสถสีขาว และบริเวณท้ายเรือประดิษฐานพระบรมธาตุไชยาจำลอง อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่สะท้อนความเชื่อมโยงของพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรมในดินแดนภาคใต้
บริเวณทางขึ้นพระอุโบสถยังมีประติมากรรม พญาช้างดำ ช้างคู่บารมีของพ่อท่านเซียด อดีตเจ้าอาวาสวัดทุ่งเซียด ตลอดจนประติมากรรมพญานาคตามคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนา ส่วนบริเวณมุมทั้งสี่ของพระอุโบสถมีรูปมหาเทพประดิษฐานประจำทั้งสี่ทิศ

นอกจากนี้ วัดทุ่งเซียดยังเป็นสถานที่สำคัญด้านการปฏิบัติธรรม โดยได้รับการประกาศให้เป็น สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อ พ.ศ.2550 และได้ดำเนินกิจกรรมด้านการศึกษา การปฏิบัติธรรม และการเผยแผ่พระพุทธศาสนาสืบเนื่องมาโดยลำดับ

การเดินทางมาเยี่ยมชมวัดทุ่งเซียดของคณะสงฆ์วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสอันดีในการเยี่ยมเยียนระหว่างคณะสงฆ์ ศึกษาประวัติศาสตร์ ศิลปสถาปัตยกรรม ตลอดจนแลกเปลี่ยนแนวทางในการอนุรักษ์ศาสนสถานและสืบทอดมรดกทางพระพุทธศาสนา อันเป็นสมบัติอันทรงคุณค่าที่บรรพชนได้สร้างและรักษาสืบต่อกันมา

โบสถ์กลางน้ำวัดทุ่งเซียด จึงมิได้เป็นเพียงศาสนสถานอันงดงามที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสายน้ำ หากยังเปรียบประดุจนาวาแห่งศรัทธา ที่บรรทุกพระธรรมคำสอน ประวัติศาสตร์ และศรัทธาของบรรพชน ส่งต่อจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง เพื่อร่วมกันธำรงรักษาพระบวรพุทธศาสนาให้มั่นคงสถาพรสืบไป