วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2569 นางอุดมพร เอกเอี่ยม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ประเคนสุพรรณบัฏและเครื่องประกอบสมณศักดิ์ สมเด็จพระราชาคณะ ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานถวายแด่ สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี เนื่องในพิธีสมโภชสุพรรณบัฏ ณ ที่พำนักสงฆ์ บ้านไร่ทอสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

สดจากหน้าพระ

โดยมีคณะผู้บริหารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา พร้อมทั้งข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ร่วมพิธี และปฏิบัติภารกิจสนองงานคณะสงฆ์ พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง

สดจากหน้าพระ

สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี (ฌอน ไมเคิล ชิเวอร์ตัน ชยสาโร) เป็นพระฝรั่งศิษย์พระโพธิญาณเถร หรือหลวงพ่อชา สุภัทโท แห่งวัดหนองป่าพง พระวิปัสสนาจารย์ชื่อดัง

มีนามเดิมว่า ฌอน ไมเคิล ชิเวอร์ตัน (Shaun Michael Chiverton) เกิดที่ประเทศอังกฤษ เมื่อพ.ศ.2501

ช่วงวัยเยาว์มีสุขภาพไม่ดี แต่ก็ได้ใช้เวลาในการศึกษาด้วยตนเอง มีผลการเรียนที่ดีเยี่ยม จนบิดามีความหวังให้เข้าสอบชิงทุน เพื่อเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในสหราชอาณาจักร

ขณะศึกษาอยู่ได้มีโอกาสอ่านหนังสือมากมาย กระทั่งพบคำสอนสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เกิดความเลื่อมใสศรัทธาว่าเป็น “สัจธรรมความจริง” ที่กำลังแสวงหาอยู่ จึงสนใจการฝึกจิตและศึกษาหาความรู้ทางพุทธศาสนาตั้งแต่อยู่ในวัยรุ่น

สดจากหน้าพระ

ทำงานเก็บเงินระหว่างที่กำลังเรียน และออกเดินทางหาประสบการณ์ในประเทศต่างๆ ตั้งแต่อายุ 17 ปี ใช้เวลา 2 ปี จนแน่ใจว่าการศึกษาและปฏิบัติธรรมเป็นหนทางที่ต้องการแทนการเรียนต่อในมหาวิทยาลัย

สดจากหน้าพระ

พ.ศ.2521 ได้พบและเริ่มปฏิบัติธรรมกับอาจารย์สุเมโธ (ต่อมาได้รับสถาปนาสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีนามจารึกในหิรัญบัฏว่าพระพรหมวชิรญาณ) พระชาวต่างชาติรูปแรกที่เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อชา ที่วิหารแฮมป์สเตด ประเทศอังกฤษ

จากนั้นถือเพศอนาคาริก (ผ้าขาว) อยู่กับพระอาจารย์สุเมโธ ถือศีล 10 เป็นเวลา 1 ปี แล้วเดินทางมายังประเทศไทย

พ.ศ.2522 บรรพชาที่วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

พ.ศ.2523 เข้าพิธีอุปสมบท โดยมี พระโพธิญาณเถร เป็นพระอุปัชฌาย์

สดจากหน้าพระ

ทั้งนี้ ก่อนเดินทางมาประเทศไทยตั้งใจว่าจะอยู่ที่วัดหนองป่าพงให้ครบ 5 ปีโดยไม่มีเงื่อนไข เพื่อศึกษาปฏิบัติธรรม ครั้นเมื่อพบหลวงพ่อชาเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในปฏิปทาและความเป็นครู ที่มีทั้งเมตตา และปัญญาในการสอนอย่างลึกซึ้ง จึงสามารถทนต่อความยากลำบากในการปรับตัวให้เข้ากับการใช้ชีวิตแบบพระวัดป่าที่เข้มงวดในวินัยและการฝึกปฏิบัติตามรอยพระพุทธเจ้า และการอยู่ร่วมกับคณะสงฆ์ชาวไทยจนเกิดความก้าวหน้า

สดจากหน้าพระ

แม้ว่าจะเป็นชาวต่างชาติ แต่เรื่องภาษาไม่ใช่อุปสรรค ด้วยเชื่อว่าภาษาพื้นฐานคือ บาลี สันสกฤต ซึ่งทั้งคนไทยและต่างชาติต้องเริ่มเรียนรู้เหมือนกัน ภาษามีความยากพอกัน จึงต้องพยายามและขยันมาก โดยใช้วิธีการท่องตัวอักษรจนกระทั่งอ่านได้ จากนั้นอ่านศัพท์ในดิกชันนารี อีกทั้งอยู่กับครูบาอาจารย์ ปฏิบัติธรรมไปด้วย พิสูจน์ไปด้วย

พ.ศ.2563 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้แปลงสัญชาติเป็นไทยเป็นกรณีพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค.2563

ลำดับสมณศักดิ์ วันที่ 28 ก.ค.2562 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ พระราชพัชรมานิต

วันที่ 17 ก.ค.2563 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ พระเทพพัชรญาณมุนี

สดจากหน้าพระ

วันที่ 7 ก.ค.2564 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ พระธรรมพัชรญาณมุนี

วันที่ 13 พ.ค.2567 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ พระพรหมพัชรญาณมุนี

ล่าสุดวันที่ 14 ก.ค.2569 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี

กล่าวได้ว่า เป็นพระฝรั่งผู้แตกฉานในพระพุทธศาสนา ถ่ายทอดหลักธรรมเป็นภาษาไทยอย่างลึกซึ้ง เข้าใจง่าย และเป็นที่ประทับใจต่อพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี ได้รับนิมนต์ให้ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา เรื่อง “ทศบารมีกถา ว่าด้วยบารมี 10 ประการ” ณ เบื้องพระพักตร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน