วันที่ 21 ต.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศพระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนาพระพรหมวัชรเมธี ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระวชิรโกวิทเมธี ปูชนียสถานพัฒนาทร คุณากรธรรมานุสิฐ วิจิตรธรรมปฏิภาณ ไพศาลศาสนกิจดิลก ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี สถิต ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 10 รูป
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.2569 ประกาศ ณ วันที่ 21 ต.ค.2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน
สำหรับปีนี้จะมีพระราชพิธีสำคัญต้องจารึกเป็นประวัติศาสตร์ ได้แก่ พระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประจำปีพ.ศ.2569 ในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569
สมเด็จพระวชิรโกวิทเมธี (สมเกียรติ โกวิโท) เป็นพระเถระนักปฏิบัติที่มีปฏิปทาน่าเลื่อมใสเป็นที่เคารพสักการะ สร้างคุณูปการในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นอเนกประการ
ปัจจุบันสิริอายุ 83 ปี พรรษา 61 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ, ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 และกรรมการมหาเถรสมาคม
มีนามเดิมว่า สมเกียรติ พัตตพักตร์ เกิดเมื่อวันที่ 6 ก.ย.2486 ที่บ้านเลขที่ 93 หมู่ที่ 4 ต.เลิงแฝก อ.บรบือ จ.มหาสารคาม บิดา-มารดาชื่อ นายทองสี และนางอุ่ย พัตตพักตร์
อายุ 13 ปี เข้าพิธีบรรพชาที่วัดอัมพวันห้วยแคน อ.บรบือ จ.มหาสารคาม มีพระครูพิพัฒน์ศีลคุณ วัดบ้านกุดรัง อ.บรบือ จ.มหาสารคาม เป็นพระอุปัชฌาย์
ต่อมาเข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 10 พ.ค.2508 ที่วัดนาโพธิ์ อ.บรบือ จ.มหาสารคาม มีพระครูชยธรรมานันท์ เป็นพระอุปัชฌาย์
ศึกษาพระปริยัติธรรม สอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ สังกัดสำนักเรียนคณะจังหวัดมหาสารคาม
จากนั้นมุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลีอย่างจริงจัง แต่ด้วยวัดในต่างจังหวัดยังไม่พร้อมหลายด้าน จึงตัดสินใจมุ่งหน้าเข้าเมืองหลวงศึกษาที่สำนักเรียนวัดราชสิทธาราม กรุงเทพฯ
พ.ศ.2514 สำเร็จจากร.ร.บาลีเตรียมอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ.2519 สอบได้ประโยคครูพิเศษมัธยม (พ.ม.) กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2525 สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค สำนักเรียนวัดราชสิทธาราม
พ.ศ.2549 ได้รับปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ.2555 ได้รับปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาพระพุทธศาสนา จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

สร้างคุณูปการแก่คณะสงฆ์เป็นอเนกประการ อาทิ งานด้านการศึกษา พ.ศ.2495-2510 พ.ศ.2509-2517 เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี สำนักเรียนวัดพิชยญาติการาม กรุงเทพฯ พ.ศ.2509 เป็นกรรมการตรวจธรรมสนามหลวง
งานเผยแผ่ เป็นพระวิทยากรอบรมศีลธรรมเป็นประจำ และสนับสนุนการแสดงธรรมเทศนาในวันธรรมสวนะ ที่วัดอรุณราชวราราม
จัดพิมพ์เอกสารความรู้ทางพระพุทธศาสนามอบให้แก่ผู้สนใจทั่วไปทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้ความร่วมมือกับคณะสงฆ์และทางราชการในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในทุกระดับ
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2539 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญในราชทินนามที่ พระเมธีวราภรณ์ พ.ศ.2544 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชรัตนสุธี
พ.ศ.2549 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพเมธี
พ.ศ.2562 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมรัตนดิลก
วันที่ 7 ก.ค.2564 พระบรมราชโองการโปรดสถาปนาขึ้นเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมวัชรเมธี
ล่าสุด วันที่ 21 ต.ค.2569 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระวชิรโกวิทเมธี
ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2526 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม พระอารามหลวง พ.ศ.2539 เป็นพระอุปัชฌาย์วิสามัญ พ.ศ.2541 เป็นรองเจ้าคณะภาค 10
พ.ศ.2561 เป็นเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร พ.ศ.2564 เป็นเจ้าคณะภาค 9 พ.ศ.2568 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9
พ.ศ.2568 ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม
สมเด็จพระวชิรโกวิทเมธีได้มอบหมายให้กองงานคณะสงฆ์วัดอรุณฯ จัดเตรียมสถานที่ ติดตามความเรียบร้อยของพื้นที่และการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณต่างๆ รอบพระอาราม ตลอดจนหารือแนวทางการดำเนินงาน
เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับงานพระราชพิธีขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สมพระเกียรติยศในโอกาสสำคัญอีกครั้งในประวัติศาสตร์ของชาติ