♦“พวกที่ได้ชื่อว่าชาวพุทธ แต่ไม่ทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น ก็ไม่ใช่ชาวพุทธ”สารธรรมมงคล หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี …•

♦“หลวงพ่อนก ธัมมโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดนาคราช (วัดสังกะสี) อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ศิษย์หลวงพ่อปาน อัคคปัญโญ วัดบางเหี้ย ซึ่งถ่ายทอดวิชาการทำเสือ ถึงขนาดที่ว่าหลวงพ่อปาน ทึ่งในความมานะอดทนฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ พร้อมกับชมเชยว่าทำได้ขลังจริง อย่างไรก็ตาม หลวงพ่อนก สร้างวัตถุมงคลไว้ให้แก่ศิษย์และชาวบ้านอยู่หลายอย่าง แต่ที่นิยมสูงสุดคือ เขี้ยวเสือ เป็นการแกะแบบเต็มเขี้ยวและลงอักขระเต็มตลอดตัวเสือ หลวงพ่อนกจะนำเขี้ยวเสือที่แกะแล้วไปปลุกเสกในอุโบสถ ร่ำลือกันว่า ท่านปลุกเสกจนเขี้ยวเสือหมุนได้อยู่ในบาตร จึงเป็นอันเสร็จพิธี แล้วจึงนำมาแจกให้อีกทีหนึ่ง พุทธคุณเด่นรอบด้าน ปัจจุบัน หาเขี้ยวเสือหลวงพ่อนกของแท้ยาก …•

♦“หลวงพ่อแล ทิตัพโพ” วัดพระทรง อ.เมือง จ.เพชรบุรี อดีตพระเกจิชื่อดังแห่งเมืองเพชร เหรียญวัตถุมงคลอีกรุ่นหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากบรรดานักสะสมพระเครื่อง คงต้องยกให้ “เหรียญพัดยศ หลวงพ่อแล” จัดสร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2539 เป็นโลหะรูปทรงหยดน้ำ มีหูห่วง ด้านหน้าเป็นรูปหลวงปู่แลนั่งขัดสมาธิเต็มองค์ ใต้ฐานเขียนชื่อ “พระครูธรรมธรแล” และตัวเลข “๒๕๓๙” ด้านข้างซ้ายเขียนคำว่า “วัดพระทรง” ส่วนด้านข้างขวาเขียนคำว่า “จ.เพชรบุรี” …•
♦ขอบด้านนอกเป็นลายกนก ถัดมาเป็นอักขระภาษาขอม ด้านในสุดล้อมรอบด้วยจุดไข่ปลา ส่วนรอบองค์หลวงปู่แลเป็นยันต์หัวใจพระราม ซึ่งเป็นยันต์ประจำตัวหลวงปู่แล ด้านหลังบริเวณขอบเป็นลวดลายกนกเหมือนด้านหน้า ตรงกลางจะเป็นพานและหนังสือวางอยู่ด้านบน ใต้พานจะมีพญานาคคู่รอบรับอยู่ และตอกโค้ดด้วยตัว “ล” ตรงฝั่งขวาด้านล่าง เป็นเหรียญที่ได้รับความนิยม …•

♦พระสมเด็จวัดมฤคทายวัน สร้างในราวปี พ.ศ.2462 โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้หลวงปู่นาคเป็นเจ้าพิธีในการสร้าง เพื่อพระราชทานให้กับข้าราชบริพารและชาวบ้าน ในโอกาสเสด็จฯ ประทับแรม ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นพระเนื้อผงทรงสี่เหลี่ยม คล้ายพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ปรกโพธิ์ของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) มีการจัดสร้างด้วยกันกว่า 20 พิมพ์ ซึ่งทุกพิมพ์จะมีเอกลักษณ์เฉพาะ ทั้งนี้ พระสมเด็จวัดมฤคทายวัน พิมพ์ปรกโพธิ์ ลักษณะแม่พิมพ์ด้านหน้า องค์พระประธานประทับนั่ง แสดงปางสมาธิอยู่เหนืออาสนะ ด้านหลังองค์พระประธานเป็นโพธิบัลลังก์ ภายในซุ้มเรือนแก้ว ส่วนแม่พิมพ์ด้านหลังเป็นยันต์ตรีนิสิงเห เป็นพระพิมพ์ที่มีความงดงาม …•

♦หลวงพ่อโบสถ์น้อย เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สมัยสุโขทัย ปางมารวิชัย ประดิษฐานภายในพระอุโบสถน้อย วัดอมรินทรารามวรวิหาร เขตบางกอกน้อย ในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา (พ.ศ.2484-2488) เครื่องบินข้าศึกเข้ามาทิ้งระเบิดเพลิงตามจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ รวมถึงพื้นที่เขตบางกอกน้อย ทำให้พระอุโบสถซึ่งเป็นที่ประดิษฐานได้รับความเสียหาย …•
♦เมื่อสงครามยุติลงในปี พ.ศ.2488 วัดเริ่มดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ปูชนียวัตถุและเสนาสนสถานต่างๆ ในการนี้ วัดอมรินทราราม จัดสร้างเหรียญหลวงพ่อโบสถ์น้อย พ.ศ.2488 ลักษณะเป็นเหรียญรูปไข่ หูเชื่อม ยกขอบแบบเส้นลวดแบนทั้งหน้าและหลัง ด้านหน้าตรงกลางเป็นรูปจำลองหลวงพ่อโบสถ์น้อย มีอักขระขอมโดยรอบ คั่นกลางด้วยวงกลมซ้อนกัน 2 วง ด้านหลังตรงกลางเป็น “ยันต์เฑาะว์สมาธิ” โดยรอบมีอักษรไทยแบ่งครึ่งด้วยวงกลมเช่นกัน ด้านบนจารึกพระนาม “หลวงพ่อโบสถ์น้อย” ด้านล่างเป็นชื่อวัด “วัดอมรินทราราม (บางว้า)” ได้รับยกย่องให้เป็นเหรียญพระพุทธยอดนิยม …•