วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับวัดปทุมวนาราม

สำนักงานเขตปทุมวัน จัดกิจกรรม “ประเพณีถวายปราสาทผึ้งเพื่อเป็นพุทธบูชา ประจำปี พ.ศ.2569” เพื่อสืบสานภูมิปัญญาและวัฒนธรรมอันงดงามของชาวอีสาน-ล้านช้าง ในเทศกาลออกพรรษา และเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่ หลวงพ่อพระเสริม พระแสน และพระสายน์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง

โดยได้รับความเมตตาจาก สมเด็จพระญาณวชิโรดม (อมร ญาโณทโย) กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้ นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยนายนรเทพ ชูพูล ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน ผู้บริหารกรมการศาสนา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ณ วัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

ภายในงานมีกิจกรรมสำคัญ ประกอบด้วย พิธีถวายต้นผึ้ง มาลัยดอกผึ้ง และขันหมากเบ็ง เพื่อเป็นพุทธบูชา การแสดงดนตรีและมหรสพ การจัดริ้วขบวนและขบวนแห่ปราสาทผึ้งจาก หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครไปยังวัดปทุมวนาราม

จากนั้นแห่ปราสาทผึ้งเวียนรอบพระอุโบสถ พระเจดีย์ พระวิหาร และโพธิ์พระ จำนวน 3 รอบ ก่อนเข้าสู่พระวิหาร พร้อมประกอบพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ถวายสักการะแด่เจ้าอาวาส กล่าวคำถวายปราสาทผึ้งและประกอบพิธีถวายปราสาทผึ้ง โดยมี พระสงฆ์ร่วมอนุโมทนาและเจริญพระพุทธมนต์ ปิดท้ายด้วยการแสดงมหรสพ ณ เวทีกลางบริเวณหน้าลานวัดปทุมวนาราม

ทั้งนี้ สมเด็จพระญาณวชิโรดม เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม ได้กล่าวสัมโมทนียกถา อนุโมทนาการจัดกิจกรรมอันเป็นมงคลนี้ ว่า เป็นการสืบสานคุณค่าทางวัฒนธรรมและศาสนาให้คงอยู่คู่สังคมไทย พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกแห่งความกตัญญู ความสามัคคี และการอนุรักษ์ประเพณีท้องถิ่นให้สืบทอดต่อไป

วันออกพรรษา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดการจำพรรษาของพระสงฆ์ และถือเป็นช่วงเวลาที่พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศประกอบกิจกรรมทางศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคล การจัดงานประเพณีถวายปราสาทผึ้ง ณ วัดปทุมวนารามครั้งนี้ จึงนับเป็นกิจกรรมสำคัญที่กรมการศาสนาให้การสนับสนุน เพื่อเผยแพร่และสืบสานมรดกทางศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่นของภาคอีสาน ล้านช้าง ซึ่งมีเอกลักษณ์โดดเด่น ทั้งในด้านศิลปกรรม ประเพณี และจารีตความเชื่ออันเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา

แม้วัดปทุมวนาราม จะตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร แต่ยังคงอนุรักษ์และ ส่งเสริมประเพณีสำคัญของชาวอีสาน ไว้ได้อย่างงดงามกลมกลืน การจัดงานใน ครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการเชื่อมโยง รากเหง้าทางวัฒนธรรมจากภูมิภาคเข้าสู่มหานคร เป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่าให้คนเมืองและเยาวชน รุ่นใหม่ได้เรียนรู้ เข้าใจ และภาคภูมิใจในมรดกภูมิปัญญาของบรรพชน อีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังคุณธรรม ความศรัทธา และความสามัคคีของประชาชนในสังคม

กรมการศาสนา มุ่งมั่นส่งเสริมและ ขับเคลื่อนกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อหล่อหลอมความศรัทธาและคุณธรรมในจิตใจของประชาชน ควบคู่กับการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า และยังเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการสืบทอดประเพณีและวิถีวัฒนธรรมไทย เพื่อธำรง ไว้ซึ่งคุณค่าและอัตลักษณ์ของความเป็นไทย ให้คงอยู่คู่สังคมไทยอย่างยั่งยืนสืบไป