แทน ท่าพระจันทร์

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน พระกริ่งเก่าแบบหนึ่งที่ในสมัยก่อนมักเรียกกันว่า “พระกริ่งอุบาเก็ง” ส่วนมากก็จะหมายถึงพระกริ่งนอก ทำไมถึงเรียกกันว่า พระกริ่งอุบาเก็งก็ไม่ทราบได้ ผมเองก็ไม่ค่อยมีความรู้หรือสะสมพระกริ่งนัก แต่ก็สนใจในชื่อของพระที่เขาเรียกกัน พอเห็นพระกริ่งที่ว่าชื่อพระกริ่งอุบาเก็งก็นึกชอบในรูปร่างลักษณะขององค์พระ ดูสวยน่ารักดี ก็เลยติดตามศึกษาที่มาที่ไปของพระ

ในสมัยนั้นก็ขอความรู้จากผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคมพระเครื่อง ท่านก็กรุณาบอกว่าเป็นพระกริ่งที่พบในประเทศกัมพูชาที่เขาพนมบาเก็ง ที่ในประเทศไทยก็พบบ้างเหมือนกัน ที่วัดเก่าๆ ในพระนครศรีอยุธยา และที่เมืองกาญจนบุรี เป็นต้น แต่ก็พบไม่มากนัก ตามประวัติที่เล่าบอกต่อกันมาว่า พระกริ่งแบบนี้พบที่โบราณสถานเขาพนมบาเก็งในกัมพูชาเป็นแห่งแรก และพบจำนวนพอสมควร

จึงเรียกชื่อตามที่ขุดพบว่า “พระกริ่งอุบาเก็ง” ในสมัยนั้นผมเองก็ยังสงสัยต่อว่า พระกริ่งแบบนี้ทำไมจึงมีคำว่า “อุ” อยู่ด้วย คืออุบาเก็งทำไมไม่เป็นพระกริ่งบาเก็ง ก็งงๆ เหมือนกันว่า คำว่า “อุ” นั้นมาจากไหน แต่ปัจจุบันก็เรียกสั้นๆ ว่า “พระกริ่งบาเก็ง” ตามชื่อของเขาพนมบาเก็ง ความเป็นมาของพระกริ่งบาเก็งนอกนั้น ก็ว่ากันว่า คนจีนคงจะสร้างมาบรรจุไว้ที่เขาพนมบาเก็ง เนื่องจากศิลปะของพระกริ่งเป็นแบบศิลปะจีน ซึ่งแตกต่างจากศิลปะของขอมมาก ก็เป็นข้อสันนิษฐานที่ยึดถือกันมาตามนั้น

ในสมัยก่อนผมเองชอบพระกริ่งบาเก็งนอกมาก แต่ก็จนใจ เนื่องจากสนนราคานั้นสูงมาก และก็หายากมาก ไม่มีปัญญาเช่าหาแต่ก็เก็บความชอบไว้ในใจตลอดมา ระหว่างที่ศึกษาเรื่องราวของพระกริ่งบาเก็งนอก ก็ได้ทราบว่าพระกริ่งรูปแบบพระกริ่งบาเก็งนั้น ท่านเจ้าคุณศรี (สนธิ์) วัดสุทัศน์ ท่านก็ได้ถอดแบบสร้างไว้เช่นกัน ก็เริ่มเสาะหาสอบถามดู จึงรู้ว่าท่านเจ้าคุณศรีฯ สร้างไว้หลายรุ่น

โดยการถอดพิมพ์จากพระกริ่งบาเก็งนอกมาสร้าง สังเกตรูปแบบองค์พระก็เหมือนกับพระกริ่งบาเก็งนอก สวยงามน่ารัก กรรมวิธีการสร้างก็พิถีพิถันมากตามแบบของพระกริ่งสายวัดสุทัศน์ จึงเริ่มศึกษาและเสาะหา จึงทราบว่าพระกริ่งบาเก็งรุ่น 1 ท่านเจ้าคุณศรีฯ ได้สร้างโดยมีส่วนผสมของเงินบัวยันต์ แล้วเงินบัวยันต์นั้นเป็นอย่างไร? ชักเริ่มสนุกในการค้นคว้าต่อ และทราบว่าเงินบัวยันต์ก็คือเงินกลมหรือเงินพดด้วงของเก่า ซึ่งเลือกเอาเฉพาะอันที่ตอกตราดอกบัว และตรายันต์เท่านั้น ต่อมาลูกศิษย์ของท่านจึงเล่ากันต่อมาว่า มีส่วนผสมเงินบัวยันต์

พระกริ่งบาเก็งรุ่น 1 นั้น ท่านเจ้าคุณศรีฯ ตั้งชื่อว่า “พระกริ่งหลักชัย” สร้างเมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ.2487 โดยท่านเจ้าคุณศรีฯ ได้นิมนต์อาราธนาเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช (แพ) เป็นองค์ประธานด้วย ในการผสมเนื้อโลหะก็ใช้ชนวนโลหะพระกริ่งรุ่นเก่าๆ ของสมเด็จพระสังฆราชฯ มาผสมกับเงินบัวยันต์ จำนวนที่เทมีทั้งสิ้น 162 องค์ การบรรจุเม็ดกริ่งแบบกริ่งในตัว 2 รู วรรณะของเนื้อในแดงออกชมพูกลับเทาขึ้นประกายเงิน พระกริ่งรุ่นนี้ มีบางองค์ตอกโค้ดมีไส้ และโค้ดไม่มีไส้ ใต้ฐานลงเหล็กจารโดยท่านเจ้าคุณศรีฯ ส่วนบางองค์ก็มีที่ไม่ได้ตอกโค้ด

ในปีเดียวกันก็ยังมีพระกริ่งบาเก็ง ของท่านเจ้าคุณศรีฯ สร้างอีกครั้งเมื่อ 9 พฤษภาคม พ.ศ.2487 สร้างจำนวน 202 องค์ พิมพ์เดียวกับพระกริ่งรุ่น 1 เนื้อหาก็คล้ายกับรุ่น 1 มาก เพราะใช้ทองชนวนที่เหลือจากการเทรุ่นแรกมาเท แต่มีการตกแต่งที่ใต้ฐานเพื่อให้แยกออกได้ง่ายขึ้น คือมีการปาดใต้ฐานเว้าเข้าไปที่ด้านหลังเล็กน้อย เป็นที่สังเกตในการแยกรุ่นได้ง่ายขึ้น หลังจากนั้นก็ยังมีการเทพระกริ่งบาเก็งโดยท่านเจ้าคุณศรีฯ อีกหลายรุ่นครับ

พระกริ่งบาเก็งของท่านเจ้าคุณศรีฯ โดยส่วนตัวผมชอบมาก ทั้งในด้านรูปร่างลักษณะของพระ ซึ่งมีขนาดกะทัดรัดน่ารัก กรรมวิธีการสร้างดี เนื้อหาโลหะเข้มข้น อีกทั้งศรัทธาในเจ้าประคุณสมเด็จฯ และท่านเจ้าคุณศรีฯ เป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงชอบมากครับ

ในวันนี้ผมได้นำรูปพระกริ่งบาเก็งรุ่น 1 (พระกริ่งหลักชัย) ของท่านเจ้าคุณศรีฯ วัดสุทัศน์มาให้ชมครับ

ด้วยความจริงใจ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน