ถูกหลอกให้เช่าพระปลอมฟ้องร้องได้หรือไม่?

คอลัมน์ ชมรมพระเครื่อง

ถูกหลอกให้เช่าพระปลอมฟ้องร้องได้หรือไม่? – สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน เมื่อวันก่อนมีผู้มาขอคำแนะนำที่สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยว่า เขาถูกหลอกให้เช่าพระปลอมจากคนที่รู้จัก ซึ่งมีอาชีพซื้อ-ขายพระเครื่อง และมารู้ภายหลังว่าเป็นพระปลอมเมื่อนำพระไปคืนผู้ขายก็บ่ายเบี่ยง ต้องทำอย่างไรดี

เรื่องนี้มีผู้เสียหายได้เล่าให้ฟังว่า เขาได้เช่าพระปลอมมาจากญาติห่างๆ กัน และมีอาชีพขายพระ ซึ่งผู้เสียหายเองก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องพระเครื่องเลย แต่ผู้ขายมาขอความช่วยเหลือว่าลูกเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ไม่มีเงินไปจ่ายค่าเทอม จึงนำพระเครื่องมาให้เช่าเพื่อนำเงินไปจ่ายค่าเทอม ผู้เสียหายก็สงสารและช่วยเหลือโดยเช่าพระเครื่องไว้

และผู้ขายก็ยืนยันว่าพระเครื่องที่นำมาให้เช่าเป็นพระแท้ของวัดนั้นวัดนี้ รวมๆ แล้วก็มีราคาสูงพอสมควร เก็บรักษาไว้อยู่ 3-4 ปี ก็ไม่ได้นำไปให้ใครดู พอดีวันหนึ่งเพื่อนของผู้เสียหายที่ชอบสะสมพระมาหาก็เลยนำพระมาอวดกัน เพื่อนของผู้เสียหายก็พอดูพระเป็นอยู่บ้างจึงทักว่า

พระองค์นั้นองค์นี้ไม่แท้นะ ผู้เสียหายก็เริ่มสงสัยจึงนำพระไปเข้าประกวดในงานแห่งหนึ่งก็ไม่ได้หวังรางวัลแต่อย่างไร เพียงอยากจะรู้ว่าพระที่ตนเองครอบครองนั้นแท้หรือไม่ ปรากฏว่ากรรมการการประกวดไม่รับพระนั้นๆ จึงเริ่มไม่แน่ใจจึงนำพระเครื่องมาส่งตรวจสอบ ออกใบรับรองที่สมาคม ผลที่ออกมาก็คือไม่แท้ทั้งหมด

ต่อมาก็นำพระไปคืนผู้ขาย แต่ก็ถูกบ่ายเบี่ยงยังไม่ยอมคืนเงิน จึงไปแจ้งความดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ก็ขอหลักฐานยืนยันว่าพระทั้งหมดเป็นพระปลอม โดยผู้เสียหายก็นำผลการตรวจสอบของสมาคมไปแสดง เจ้าหน้าที่ได้เรียกผู้ขายให้ไปพบ แต่ผู้ขายก็ยังบ่ายเบี่ยงอีกเช่นเคย

แต่ก็ยอมรับว่าพระทั้งหมดตนเองเป็นผู้ขายให้กับผู้เสียหาย และยังยืนยันว่าพระของตนเองที่ขายให้นั้นเป็นพระแท้ ทีนี้เจ้าหน้าที่ก็ส่งเรื่องไปให้อัยการสั่งฟ้อง แต่ก็ยังต้องการสอบสวนเพิ่มเติมว่า พระที่ผู้ขายขายไปนั้นปลอมอย่างไร และพระแท้เป็นอย่างไร ผู้เสียหายจึงมาขอคำชี้แนะจากสมาคม

ครับเรื่องนี้เป็นเรื่องยากที่จะอธิบาย ผู้ที่ไม่มีความรู้เรื่องพระเครื่องเลยว่าพระแท้ผิดกับพระปลอมอย่างไร เนื่องจากในปัจจุบันการทำปลอมพระเครื่องนั้นมีพัฒนาการในการทำปลอมได้ดีมากๆ ถ้าเปรียบเทียบกับการถ่ายเอกสารก็คล้ายๆ แบบนั้นครับ จะคล้ายมากๆ ครับ

เนื่องจากเขาถอดแบบพิมพ์จากพระแท้ออกมา และถอดพิมพ์ออกมาได้ดีทีเดียว ดังนั้นรายละเอียดก็จะคล้ายมากๆ สิ่งที่แตกต่างกันนั้นสำหรับผู้ที่มีความรู้เรื่องพระเครื่องเขาก็จะวิเคราะห์ออก เนื่องจากธรรมชาติของการผลิตที่จะทิ้งร่องรอยไว้ในพระเครื่องนั้นๆ

ซึ่งถ้าเป็นการทำปลอมหรือทำขึ้นทีหลัง ร่องรอยของธรรมชาติเหล่านี้จะไม่เหมือนกัน และทำอย่างไรก็ไม่เหมือนครับ แต่ถ้าจะให้อธิบายสั้นๆ ให้เข้าใจในแต่ละองค์นั้นทำได้ยากครับ

ผมจะขอยกตัวอย่างพระเครื่องที่เป็นเหรียญพระในปัจจุบันเขาทำปลอมได้ใกล้เคียง 80-90% เลยทีเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าหรือ ด้านหลัง ยิ่งเหรียญที่เลี่ยมจับขอบทองไว้ โอกาสที่จะผิดพลาดในการเช่าหาได้สูงมากครับ พวกที่หลอกขายเขามักจะเลี่ยมจับขอบมาบอกขาย ประการแรกพระที่เลี่ยมตัวพลาสติกที่หุ้มอยู่จะหลอกตาได้ส่วนหนึ่ง ที่สำคัญก็คือปกปิดขอบตัดด้านข้างเหรียญ

ขอบตัดด้านข้างเหรียญนี้สำคัญมากครับ เนื่องจากกรรมวิธีการสร้างเหรียญปั๊มนั้น เมื่อปั๊มขึ้นรูปเสร็จก็จะมีขอบเกินที่ด้านข้างเหรียญ ทีนี้ทางโรงงานก็จะต้องปั๊มตัดขอบเหรียญที่เกินออกมาให้เรียบร้อย ตัวตัดขอบข้างเหรียญที่โรงงานทำขึ้นมานั้นก็จะเป็นการเฉพาะของเหรียญรุ่นนั้นๆ ครับ ร่องรอยธรรมชาติของการผลิต

ที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือร่องรอยของตัวตัดขอบข้างเหรียญนี่แหละครับ เนื่องจากเป็นร่องรอยที่เกิดขึ้นเองของขอบตัดตัวนั้นๆ ซึ่งร่องรอยของตัวตัดจะไม่มีเหมือนกันเลยเช่นเดียวกับลายมือคนครับ และในปัจจุบันก็ยังไม่สามารถทำปลอมได้เลย จึงเป็นส่วนสำคัญในการพิจารณาพิสูจน์ความแท้-ปลอม ได้เป็นอย่างดีของพระประเภทเหรียญและเป็นข้อยุติได้ครับ

สำหรับผู้ที่ชำนาญการเขาก็ต้องศึกษาร่องรอยของขอบตัวตัดนั้นๆ ของเหรียญแต่ละรุ่นจนชำนาญและถ่องแท้ จึงทำให้เขาสามารถแยกแยะ ได้ แต่ถ้าจะอธิบายอย่างย่อๆ และสั้นๆ นั้นทำได้ยาก ต้องอาศัยการฝึกฝนจนเกิดความชำนาญครับ

ปัญหาก็คือเจ้าหน้าที่เขาก็ต้องการให้อธิบายในเรื่องนี้เพื่อทำสำนวนในการประกอบคดีก็เป็นเรื่องน่าปวดหัวพอสมควรนะครับ ก็เพียงอธิบายได้เพียงคร่าวๆ ว่าขอบตัวตัดผิด อีกเรื่องก็คือถ้าเป็นคดีความที่ต้องขึ้นศาลก็ต้องเบิกพยานในศาล

ทีนี้คนที่เขาชี้ขาดพระองค์นั้นว่าปลอมก็ต้องไปขึ้นศาลด้วยในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ความเป็นจริงคงไม่มีใครอยากจะไปขึ้นศาลเพื่อเป็นพยาน อีกอย่างจำเลยก็คงไม่พอใจผู้ที่ไปเป็นพยานชี้ขาดด้วย และก็มีความแค้นฝังอยู่ในใจ ผู้ที่เป็นพยานฐานะผู้เชี่ยวชาญก็จะไม่ปลอดภัยในภายหลังได้ อีกอย่างหนึ่งการไปเป็นพยานในเรื่องพระปลอมนั้น

ตามหลักการแล้วทั้งจำเลยและโจทย์ต้องยอมรับทั้งสองฝ่ายด้วย ถ้าไม่ก็ยังใช้เป็นพยานผู้ชี้ขาดไม่ได้อีก เรื่องนี้ก็ยุ่งยากอีก แต่ก็มีอีกสิ่งหนึ่งที่ชี้ขาดได้ด้วยเหตุและผล ที่ผมเคยพูดมาหลายครั้งแล้วก็คือ พระที่นิยมเล่นหา กันอยู่นั้น ส่วนใหญ่จะมีมูลค่ารองรับ พูดง่ายๆ ก็คือ ขายได้ในสถานที่ ที่มีการซื้อ-ขายที่มีมาตรฐาน

เช่น ศูนย์พระเครื่องต่างๆ ถ้านำไปเสนอขายแล้วไม่มีใครรับซื้อเลยก็น่าเชื่อได้ว่าเป็นพระปลอม

เจ้าทุกข์ก็ควรจะหาพยานหรือเจ้าหน้าที่เป็นพยานในการนำ พระเครื่องนั้นๆ ไปเสนอขาย ก็พอจะนำไปใช้ในศาลได้ครับ การหลอกขายพระปลอมโดยการยืนยันให้หลงเชื่อว่าเป็นพระเครื่องรุ่นนั้นๆ สามารถฟ้องร้องได้ครับ แต่ก็ต้องหาข้อมูลยืนยันที่จะใช้ในศาลให้ดี และคดีนี้เป็นความอาญาข้อหาฉ้อโกงมีโทษจำคุกครับ แต่ก็เป็นคดีอาญาที่สามารถยอมความกันได้ ถ้าจำเลยยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์

ครับก็นำเรื่องราวเกี่ยวกับการหลอกขายพระปลอมที่เคยเป็นคดีความมาแล้วมาเล่าให้ฟังว่าสามารถนำไปฟ้องร้องกันได้ ในวันนี้ก็ไม่มีรูปอะไรมาให้ชมนะครับ

ด้วยความจริงใจ

โดย แทน ท่าพระจันทร์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน