มาตรฐานพระเครื่องที่มีมูลค่ารองรับ

คอลัมน์ ชมรมพระเครื่อง

มาตรฐานพระเครื่องที่มีมูลค่ารองรับ – สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน ในช่วงนี้ตัวผมเองได้รับฟังปัญหาของการพิจารณาพระแท้ไม่แท้ จากท่านผู้นิยมพระเครื่องหลายๆ ท่านก็มีหลากหลายปัญหา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่นิยมสะสมพระเครื่องที่ไม่ใช่เซียนพระ และตัวผมเองก็บังเอิญได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับฟังปัญหาต่างๆ ของสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย จึงได้รับฟังปัญหาต่างๆ อยู่หลายเรื่อง

ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่าผมเองไม่ใช่เซียนพระ และไม่เคยมีอาชีพซื้อขายพระเครื่อง เป็นเพียงผู้นิยมสะสมพระเครื่องคนหนึ่งเท่านั้น แต่ก็พอมีประสบการณ์ในด้านการสะสมอยู่บ้าง ปัญหาที่ได้รับฟังต่างๆ ก็มักจะเป็นเรื่องที่ผู้นำพระเครื่องมาขอออกใบรับรองแล้วผลออกมาว่าไม่แท้ ซึ่งบางครั้งผู้ที่ครอบครองพระนั้นๆ ก็เคยได้รับการบอกกล่าวมาจากหลายที่ว่า พระเครื่ององค์นั้นๆ เป็นพระแท้ของกรุนั้นกรุนี้

เกจิอาจารย์รุ่นนั้นรุ่นนี้ และรับรองว่าเป็นพระแท้ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่ให้การรับรองว่าแท้นั้นก็คือผู้ที่ขายพระเครื่ององค์นั้นๆ ให้แก่ผู้ที่มีปัญหานั้น บางครั้งผู้ที่ขายพระเครื่องให้ก็มีใบประกาศ หรือใบรับรองของพระเครื่ององค์นั้นด้วย แต่พอมาขอออกใบรับรองพระแท้กับทางสมาคมอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

ปรากฏว่าบางครั้งผลออกมาในทางตรงกันข้ามคือไม่แท้ถึงแม้ว่าจะมีการขอรีเช็กอีกครั้งตามกฎเกณฑ์แล้วผลก็ยังออกมาว่าไม่แท้อีก จึงเกิดมีคำถามว่าความจริงเป็นอย่างไร และมีมาตรฐานอะไรในการตัดสินว่า แท้ไม่แท้

ครับผมเองก็ไม่ใช่กรรมการชี้ขาดความแท้ไม่แท้ของพระเครื่อง แต่ก็พอมีความเข้าใจในหลักการพิจารณาของกรรมการตัดสินว่า เขาใช้มาตรฐานที่มูลค่ารองรับ อธิบายขยายความก็คือ การเล่นหาสะสมพระเครื่องนั้นมีการเล่นหาสะสมกันมานานแล้ว และก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าย่อมมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันมานานแล้วเช่นกัน

ซึ่งเหล่าผู้ที่มีอาชีพหรือเชี่ยวชาญในการพระเครื่องต่างๆ ก็ย่อมมีหลักของแต่ละท่านที่กำหนดว่าพระแบบนี้ใช่หรือไม่ มีราคารองรับหรือไม่ ซึ่งพอนำมารวบรวมกันแล้วต่างก็มีมาตรฐานเดียวกันในพระเครื่องชนิดเดียวกัน

มาตรฐานพระเครื่องที่มีมูลค่ารองรับ

เช่น มีแบบพิมพ์แบบนี้ เนื้อหาแบบนี้ ธรรมชาติของการสร้าง ธรรมชาติความเก่าแก่แบบนี้ เป็นต้น ทุกอย่างต้องเป็นแบบนี้เท่านั้นจึงมีมูลค่ารองรับ และก็ยอมรับกันในสังคมพระเครื่อง ซึ่งก็ใช้เป็นมาตรฐานมายาวนานแล้วจากรุ่นสู่รุ่นสืบต่อกันมา

ทีนี้ก็มีปัญหาของผู้ที่เล่นหาเป็นกลุ่มย่อยๆ ที่อาจจะมีความเชื่อหรือมีมาตรฐานไม่เหมือนกับของกลุ่มใหญ่ที่เล่นหาแบบมีมูลค่ารองรับ จึงเกิดความเห็นที่แตกต่างกัน

ปัญหาเหล่านี้ก็เป็นเรื่องของผู้ที่ครอบครองพระเครื่ององค์ที่มีปัญหาอยู่ ว่าจะเลือกเชื่อถือแบบไหนดี ครับถ้าเรามีความประสงค์ว่าจะขอความคิดเห็น หรือขอให้ออกใบรับรองความแท้ไม่แท้พระเครื่องของเรา ก็ควรที่จะเลือกเองครับว่าจะเลือกแบบที่มีมาตรฐานมูลค่ารองรับหรือไม่? ถ้าใช่ก็ไปขอออกใบรับรองกับสถาบันแบบนั้น แต่ถ้าไม่ยอมรับในมาตรฐานมูลค่ารองรับก็ไปเลือกอีกแบบตามที่เราชอบ

และทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรจะยอมรับหลักการและกฎเกณฑ์ของแต่ละสถาบันนั้นๆ ด้วย ไม่ใช่ว่าจะให้สถาบันที่เขามีหลักเกณฑ์ตัดสินแบบมีมาตรฐานมูลค่ารองรับ แล้วพระของเราเองไม่ถูกต้องตามมาตรฐานนั้น แต่จะให้เขายอมรับและออกใบรับรองให้แบบนี้ก็ไม่ถูกต้องนักครับ

ปัญหาอีกอย่างหนึ่งก็คือ พระเครื่องบางองค์ติดรางวัลและมีใบประกาศการประกวดพระเครื่องมาด้วย แต่พอมาขอออกใบรับรองพระแท้ ผลกลับออกมาว่าไม่แท้ อ้าวแล้วจะเชื่อใครดี มาตรฐานอยู่ที่ตรงไหน ทั้งๆ ที่กรรมการในงานประกวดก็อ้างว่าเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ สำคัญเรื่องนี้ผมก็ขออธิบายว่าเรื่องการจัดงานประกวดนั้น ก็มีอยู่หลายอย่างเช่น

งานประกวดที่ขอความร่วมมือผ่านสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย และงานประกวดที่จัดงานกันเองโดยไม่ได้ขอความร่วมมือผ่านทางสมาคม สำหรับงานที่ขอความร่วมมือผ่านทางสมาคม ทางผู้จัดงานก็จะทำหนังสือขอวันเวลาจัดงานเพื่อไม่ให้การจัดงานนั้นซ้ำซ้อนกันในวันเดียว และเพื่อขอเชิญกรรมการของสมาคมไปร่วมตัดสินได้

การเชิญกรรมการนั้นก็แล้วแต่ทางผู้จัดงานจะเลือกเชิญใครไปบ้าง ซึ่งก็เป็นสิทธิของทางผู้จัดงาน ทางสมาคมจะมีหลักเกณฑ์พิจารณาให้ความร่วมมือดังต่อไปนี้ 1. วันเวลาที่จะจัดงานต้องไม่ไปซ้ำซ้อนกับผู้ที่ขอจัดงานไว้ก่อน 2. การจัดงานต้องจัดงานเพื่อหาปัจจัยไปใช้ในการกุศลเท่านั้น หากผู้จัดงานประกวดรายใดปฏิบัติผิดวัตถุประสงค์ และทำให้ทางสมาคมเสื่อมเสียใดๆ

ครั้งต่อไปทางสมาคมก็จะไม่ให้ความร่วมมืออีก ซึ่งก็เคยมีอยู่บ้างเป็นบางราย แต่สำหรับผู้จัดงานที่จัดกันเองโดยไม่ขอความร่วมมือทางสมาคม ก็แล้วแต่เขา สมาคมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งก็เป็นสิทธิ์ของเขาจัดกันเอง

ทีนี้เรามาพูดกันถึงใบประกาศในแต่ละงาน สำหรับงานที่ไม่ได้ผ่านมาทางสมาคม เราคงไม่พูดถึง แต่สำหรับงานที่ผ่านมาทางสมาคมนั้นมีการผิดพลาดบ้างหรือไม่? ก็ต้องยอมรับว่าบางครั้งบางรายก็มีปัญหาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากนัก

เนื่องจากการทำงานนั้นก็ย่อมมีการผิดพลาดกันได้บ้าง แต่ก็คงไม่ได้จงใจเป็นการผิดพลาดจริงๆ ซึ่งก็เคยเห็นอยู่บ้าง ในการประกวดพระเครื่องพระบูชาในปัจจุบันนั้นประกวดกันประมาณ 3,000 รายการ แต่ละรายการก็จะมีรางวัลอยู่ 4 รางวัล

ดังนั้นจำนวนพระที่มีผู้นำส่งประกวดก็จะมีจำนวนมากมาย และก็จะต้องมีผู้ทำงานมากขึ้นเป็นเงาตามตัว เฉพาะกรรมการนั้น จะมีเวลาพิจารณาพระประมาณไม่เกิน 1 .. ในแต่ละโต๊ะตัดสินจะมีประมาณ 30 รายการ แต่ละรายการก็จะมีจำนวนพระที่ส่งเข้ามาเป็นจำนวนมาก

ซึ่งความเป็นจริงมีเวลาน้อยมากในการพิจารณา ซึ่งก็อาจจะมีการผิดพลาดได้บ้างก็ต้องยอมรับครับ แต่ความผิดพลาดนั้นมีน้อยมากในแต่ละงาน หรือบางงานก็ไม่มีเลย การควบคุมการทำงานของผู้จัดงานนั้นยากมากนะครับ เพราะจำนวนคนจำนวนรายการนั้นมากจริงๆ

คำถามต่อมาว่าแล้วทำไมไม่จัดให้มีรายการน้อยๆ ล่ะ? เรื่องนี้ก็ตอบได้เลยว่า ค่าใช้จ่ายของการจัดงานแต่ละงานในปัจจุบันนั้นสูงมาก ทั้งเรื่องค่าสถานที่จัดงาน ค่าถ่ายรูปพระทำใบประกาศ ค่าของรางวัล ค่าอาหารเลี้ยงกรรมการและเจ้าหน้าที่ ค่าที่พักกรรมการที่มาจากต่างจังหวัด และอื่นๆ อีกมากมาย

นี่ค่าตัวกรรมการยังไม่มีนะ กรรมการต่างล้วนมาทำงานให้โดยไม่มีค่าตัวทั้งสิ้น รวมๆ แล้วค่าใช้จ่ายในแต่ละงานในปัจจุบันก็ประมาณไม่ต่ำกว่าสามล้านหกถึงสี่ล้านขึ้นไป ดังนั้นจึงต้องมีรายการประกวดมากรายการเพื่อให้มีเงินเหลือหักค่าใช้จ่ายไปทำการกุศล

ครับความจริงการพิจารณาพระเครื่องนั้นถ้าไม่เกี่ยวกับการประกวด แต่เป็นการซื้อพระเข้า แต่ละคนจะมีเวลาในการพิจารณาพอสมควรและไม่มีเงื่อนไขเวลามาบีบ ก็จะมีความผิดพลาดได้น้อยมาก แต่เมื่อไรที่มีเงื่อนไขเวลามาเกี่ยวข้อง ความผิดพลาดก็ย่อมมีมากขึ้นนี้คือความจริงครับ ก็คุยกันมาเยอะเรื่องปัญหาต่างๆ ของพระแท้ไม่แท้ และมาตรฐานมูลค่ารองรับ

ซึ่งการออกใบรับรองพระแท้ของสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยก็ใช้มาตรฐานการพิจารณาแบบที่มีมูลค่ารองรับตามแบบสากลนิยมครับ จึงนำมาเล่าสู่กันฟังเพื่อความเข้าใจไปในทางเดียวกันครับ

วันนี้ผมก็นำรูปพระนางพญา พิมพ์เข่าโค้ง กรุวัดนางพญา พิษณุโลก ที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากลมีมูลค่ารองรับจากหนังสือ อมตพระกรุอันล้ำค่าของไทย มาให้ชมครับ

ด้วยความจริงใจ

แทน ท่าพระจันทร์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน