หลวงปู่นาม ฐิตธัมโม วัดบ้านหนองโก สารคาม

คอลัมน์ อริยะโลกที่ 6

หลวงปู่นาม ฐิตธัมโม – อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านหนองโก (วัดอัมพวนาราม) ต.แพง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม เป็นพระเกจิอาจารย์ที่เรืองวิทยาคมยุคเก่าของอีสานตอนกลางในช่วงกว่าร้อยปีที่ผ่านมา มีชื่อเสียงโด่งดังมาตั้งแต่ช่วงต้นสมัยรัชกาลที่ 5

เป็นพระที่มีเมตตาธรรมสูง วิทยาคมแก่กล้า ปฏิปทางดงาม และท่านยังมีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านแพทย์แผนโบราณ อุทิศตนใช้วิชาแพทย์รักษาญาติโยมที่ เจ็บป่วยอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

อัตโนประวัติ ไม่เคยมีการบันทึกไว้ แต่จากการสอบถาม นายม่อง สีวาโคตร อายุ 86 ปี ชาวบ้านหนองโก ทราบพอสังเขปว่า เดิมเป็นคนบ้านท่าสองคอน ปัจจุบันคือ ต.ท่าสองคอน อ.เมือง จ.มหาสารคาม เกิดราวปี พ.ศ.2488 ไม่ทราบชื่อบิดา-มารดา ครอบครัวท่านประกอบอาชีพทำไร่ทำนาเหมือนพี่น้องชาวอีสานทั่วๆไป

ในช่วงวัยเด็ก ช่วยงานครอบครัวทำมาหากิน ช่วยเลี้ยงวัว เลี้ยงควาย ทำไร่ไถนาด้วยความขยันขันแข็ง แต่ด้วยความที่เป็นผู้มีจิตใจโน้มเอียงเข้าหาพระธรรมพออายุกว่าสิบปีได้ขอให้บิดา มารดา นำไปบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดประจำหมู่บ้าน

ครั้นเมื่ออายุ 20 ปี ขอให้บิดา-มารดา นำไปอุปสมบทที่วัดบ้านหัวขวาง ปัจจุบัน คือ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม โดยมี พระอาจารย์เจ้าอริยวงษา เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายา ฐิตธัมโม

จำพรรษาปฏิบัติธรรมศึกษาพระธรรมวินัยด้วยความขยัน ขันแข็ง ที่วัดบ้านท่าสองคอน

ต่อมา ตัดสินใจเดินทางเข้าไปยังกรุงเทพฯ ต้องนั่งเกวียนและเดินเท้ารอนแรมด้วยความยากลำบากกว่าจะถึงกรุงเทพฯ เข้าเรียนพระปริยัติธรรม ควบคู่กับการเรียนวิปัสสนากัมมัฏฐาน ที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

เมื่อศึกษาพระสูตรพระวินัยและวิปัสสนากัมมัฏฐานจนแตกฉานแล้ว ด้วยความที่เป็นผู้ใฝ่เรียนรู้ จึงเข้าเรียนวิชาแพทย์แผนโบราณที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามจนจบหลักสูตร ด้วยคาดหวังว่าจะนำความรู้ที่ได้ร่ำเรียน ช่วยเหลือญาติโยมในชนบทอีสานบ้านเกิดที่ห่างไกลด้านสาธารณสุข

หลังกลับมาตุภูมิภาคอีสาน ท่านออกท่องธุดงควัตร ไปจำพรรษาอยู่ตามวัดหลายแห่ง ช่วงเวลาดังกล่าว ท่านยังได้ศึกษาวิทยาคมกับพระเกจิอาจารย์ฝั่งประเทศลาวรูปหนึ่งที่เก่งด้านวิทยาคม รวมทั้งยังเรียนอ่านเขียนอักษรขอม อักษรธรรม ทำให้หลวงปู่นามมีความรู้ในการอ่านเขียนอักขระโบราณอีกแขนงหนึ่ง

หลวงปู่นาม ฐิตธัมโม

หลวงปู่นาม ฐิตธัมโม

พ.ศ.2445 ชาวบ้านหนองโก จึงนิมนต์ให้มาจำพรรษาที่วัด ปีพ.ศ.2457 จึงได้รับการแต่งตั้งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส

ทุ่มเทพัฒนาวัดบ้านหนองโกจนเจริญรุ่งเรือง อีกทั้ง หลวงปู่เป็นคนเจ้าระเบียบพระภิกษุ-สามเณรในปกครองต้องอยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด และให้การสนับสนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม ด้วยเป็นทางเลือกหนึ่งของคนยากคนจนที่เข้ามาบวชเรียนจะได้มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนระดับสูงขึ้น

หากพระภิกษุ-สามเณรรูปใดตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ก็จะส่งเสริมให้เรียนในระดับที่ สูงขึ้น

นอกจากนี้ ยังนำความรู้การแพทย์แผนโบราณ ช่วยสงเคราะห์ญาติโยมที่ยากไร้ โดยปลูกโรงเรือนไว้เป็นที่สำหรับรักษาผู้เจ็บป่วย

ในยุคนั้นจึงเริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ในแต่ละวันจึงมีผู้มากราบนมัสการ รับฟังธรรม และประพรมน้ำพระพุทธมนต์เสริมความเป็นสิริมงคล รวมทั้งขอรับการรักษาโรคอย่างไม่ขาดสาย

สำหรับปัจจัยที่ได้จากการบริจาคจะนำมาพัฒนาวัดให้มีความเจริญรุ่งเรืองทุกด้าน รวมทั้งบริจาคช่วยสาธารณกุศลช่วยชุมชนท้องถิ่นอยู่เนืองๆ ท่านจะยื่นมือเข้าช่วยสนับสนุนทันทีหากเป็นสิ่งที่จะทำให้ชุมชนเจริญรุ่งเรืองและอยู่ดีมีสุข

หลักธรรมคำสอนที่พร่ำสอนเป็นประจำ คือ สรรพสิ่งในโลกที่เกิดขึ้นเมื่อตั้งอยู่ ต่อไปก็จะเสื่อมและดับไป เมื่อปุถุชน ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความจริงเหล่านี้ได้ จะต้องรู้จักการดำเนินชีวิตด้วยความ ไม่ประมาท หมั่นปฏิบัติแต่กรรมดียึดศีล 5 เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตอย่างเคร่งครัดชีวิตก็จะพานพบแต่ความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป

มรณภาพอย่างสงบด้วยโรคชรา ในปี พ.ศ.2482 สิริอายุ 94 ปี พรรษา 74

โดย…เชิด ขันตี ณ พล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน