หลวงปู่ธง ถิรสุทโธ พระเกจิดังเมืองอุบล
คอลัมน์ อริยะโลกที่ 6
หลวงปู่ธง ถิรสุทโธ – “พระครูสุทธิมงคลคุณ” หรือ หลวงปู่ธง ถิรสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้าน ตาโมวราราม บ้านตาโม หมู่ 4 ต.โซง อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี พระเกจิสายวิปัสสนากัมมัฏฐาน ที่ชาว อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี และชาว จ.เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ให้ความเลื่อมใสศรัทธา
เป็นศิษย์สืบสายธรรมหลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน พระเกจิชื่อดังกัมพูชา และหลวงพ่อคูณ เขมิโย วัดโคกโพน อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ
ชาติภูมิมีนามเดิมว่า ธง จันคะนา เกิดเมื่อวันที่ 7 พ.ย.2477 เป็นชาวบ้านตาโกย หมู่ 3 ต.ตาเกา อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 บิดา–มารดา ชื่อ นายนันท์ และนางทอง จันคะนา เป็นบุตรคนสุดท้อง ในจำนวนพี่น้องร่วมอุทร 5 คน ครอบครัวประกอบอาชีพทำไร่ทำนา
เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ในวัย 62 ปี เมื่อวันที่ 4 เม.ย.2536 ที่พัทธสีมาวัดโคกสะอาด ต.โคกสะอาด อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี โดยมีพระอธิการสุบิน โสธโน เป็นพระอุปัชฌาย์, พระปลัดวิเชียร สุจิตโต เป็นพระกรรมวาจาจารย์
หลังบิดาเสียชีวิตลง ที่ ต.ขี้เหล็ก อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี ท่านปวารณาบวชโดยไม่คิดจะลาสิกขาอีกเลย
ออกเดินธุดงควัตรไปกับพระอธิการ สุบิน เจ้าคณะอำเภอหนองดุ่น อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี ตามแนวตะเข็บชายแดนด้าน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นาน 1 ปี
ต่อมาจึงเดินจาริกธุดงค์ไปนั่งวิปัสสนากัมมัฏฐานที่ช่องอานม้า ติดชายแดนกัมพูชาด้าน อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี นาน 3 เดือน
แต่ด้วยสังขารที่ร่วงโรยจึงเดินทางกลับมาสู่มาตุภูมิ ที่วัดบ้านตาโมวราราม จากนั้นเริ่มต้นพัฒนาวัด ถากถางป่าและที่นาที่มีผู้มีจิตศรัทธาถวายที่ดิน เนื้อที่ 28 ไร่ ให้ตั้งวัดในขณะนั้น
หลวงปู่ธงมีความตั้งใจที่จะสร้างวัดขึ้นในบริเวณดังกล่าว จึงขอความร่วมมือจากญาติโยมในการสร้างวัด จนแล้วเสร็จ วัดแห่งนี้ชื่อ “วัดบ้านตาโมวราราม”
หลังจากนั้นจึงค่อยเริ่มพัฒนาเสนาสนะ ตั้งแต่ปี 2536-2545 นาน 9 ปี สร้างศาลาการเปรียญ กุฏิหลังใหม่ และอุโบสถ สร้างนาน 1 ปี ใช้งบจากญาติโยมและผู้มีจิตศรัทธาบริจาค
ในห้วงก่อนดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส เมื่อปีพ.ศ.2541 ได้ไปร่ำเรียนวิทยาคมกับหลวงพ่อคูณ วัดโคกโพน อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ทั้งยังได้ร่ำเรียนวิชาทำตะกรุดกับหลวงปู่เจีย บ้านจันหอม ต.ภูผาหมอก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หลังได้สรรพวิชาแล้วยังได้ทำตะกรุดแจกทหารกล้า ที่ช่องอานม้า ไว้คุ้มครองกาย
นอกจากนี้ ยังทำตะกรุดสีผึ้ง และตะกรุดโทน แจกจ่ายญาติโยมและลูกศิษย์ที่แวะมาทำบุญที่วัด มีพุทธคุณโดดเด่นรอบด้าน
สำหรับหลักธรรมที่ใช้อบรมสั่งสอนญาติโยม คือ มุ่งเน้นการปฏิบัติเป็นหลัก ด้วยเชื่อว่าการฝึกวิปัสสนากัมมัฏฐานจะสามารถสร้างสติกำลังใจให้เกิดความเข้มแข็งได้
ด้วยความที่เป็นพระที่มีวัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ท่านจึงมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว ในแต่ละวันจะมีญาติโยมจากทั่วสารทิศเดินทางมากราบนมัสการรับฟังธรรมและประพรมน้ำพระพุทธมนต์
แม้อายุจะย่างเข้าสู่ปัจฉิมวัย แต่สายตายังดี พร่ามัวเล็กน้อย หูตึง 1 ข้าง ต้องตะโกนใกล้ๆ เดินไม่ค่อยคล่องตัวนัก จึงงดรับกิจนิมนต์ในบางครั้งตามคำแนะนำของลูกศิษย์
ในปีพ.ศ.2535 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ที่พระครูสุทธิมงคลคุณ
ทุกวันนี้ยังดำรงชีวิตอยู่ในวัย 85 ปี พรรษา 26
โดย – ชนะ วสุรักคะ