สงฆ์ภาค9ติวพระสังฆาธิการ
อบรมพัฒนาศักยภาพ‘เจ้าอาวาส’
สงฆ์ภาค9ติวพระสังฆาธิการ – เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ห้องประชุมศาลากลางน้ำ วัดขุนพรหมดำริ ต.ท่าสองคอน อ.เมือง จ.มหาสารคาม พระธรรมรัตนดิลก (สมเกียรติ โกวิโท) กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้รักษาการเจ้าคณะภาค 9 มอบหมายให้ พระเทพสิทธาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานพิธีเปิด โครงการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพพระสังฆาธิการระดับวัด รุ่นที่ 1 ประจำปี 2563 ระยะเวลาการอบรมรวม 5 วัน
มีพระสังฆาธิการซึ่งจะได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ในเขตปกครองคณะสงฆ์ ภาค 9 เข้ารับการอบรมจาก 4 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ขอนแก่น จำนวน 25 รูป, จ.มหาสารคาม จำนวน 26 รูป, จ.กาฬสินธุ์ จำนวน 26 รูป และ จ.ร้อยเอ็ด จำนวน 25 รูป รวมทั้งสิ้นจำนวน 102 รูป
พิธีเปิด นายเกียรติศักดิ์ จันทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธี


พระเทพสิทธาจารย์กล่าวว่า โครงการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพพระสังฆาธิการระดับวัด เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส จัดขึ้นเป็นรุ่นที่ 1 เป็นการเพิ่มพูนความรู้ความสามารถด้านพระธรรมวินัยกฎหมาย พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ กฎระเบียบคำสั่ง ประกาศมติมหาเถรสมาคม
รวมไปถึงศาสนพิธีต่างๆ และเพิ่มพูนแนวความคิดทัศนคติความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ในภารกิจทั้ง 5 ด้าน เพิ่มพูนทักษะและแนวความคิดในส่วนจริยาพระสังฆาธิการให้มากยิ่งขึ้น และสามารถนำเทคนิคต่างๆ มาแก้ไขปัญหาการบริหารกิจการคณะสงฆ์ภายในวัด มีความรู้ความเข้าใจและความรับผิดชอบเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่
มีความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่เข้าใจถึงรายละเอียดและวิธีปฏิบัติงานพระศาสนาสามารถปฏิบัติหน้าที่สนองงานพระศาสนาได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ และเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันอันจะส่งผลให้เกิดความสามัคคีในหมู่คณะมากยิ่งขึ้น


พระเทพสิทธาจารย์กล่าวต่อว่า จะเห็นว่าการปกครองคณะสงฆ์ไทย ตำแหน่งหน้าที่เจ้าอาวาสนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากภาระงานในหน้าที่เจ้าอาวาสมิได้มีเฉพาะในวัดอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ยังต้องมีความเกี่ยวข้องและเกี่ยวเนื่องกับประชาชนรวมไปถึงหน่วยงานต่างๆ เป็นจำนวนมาก
โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบัน สังคมมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น มีปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นอย่างมากมาย เจ้าอาวาสในฐานะผู้อยู่ใกล้ชิดกับประชาชน ก็มีส่วนสำคัญที่จะต้องให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือรับภาระร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
ดังนั้น พระภิกษุผู้จะได้รับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส จึงต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ เฉลียวฉลาดในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ และบริหารงานที่เกี่ยวข้องอย่างทันสมัย อีกทั้งต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ อันจะเป็นเหตุให้สามารถรักษาพระพุทธศาสนาไว้ได้
โครงการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพ พระสังฆาธิการระดับวัด เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส จัดขึ้นเป็นรุ่นที่ 1 มีวัตถุประสงค์ ดังนี้

เพิ่มพูนความรู้ความสามารถด้านพระธรรมวินัยกฎหมาย พระราชบัญญัติ คณะสงฆ์ กฎ ระเบียบ คำสั่ง ประกาศ มติ มหาเถรสมาคม รวมไปถึงศาสนพิธีต่างๆ และเพิ่มพูนแนวความคิด ทัศนคติ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ในภารกิจทั้ง 6 ด้าน
เพิ่มพูนทักษะและแนวความคิดในส่วนจริยาพระสังฆาธิการให้มากยิ่งขึ้น และสามารถนำเทคนิคต่างๆ มาแก้ไขปัญหาการบริหารกิจการคณะสงฆ์ภายในวัด
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจและความรับผิดชอบเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่
เพื่อให้มีความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ เข้าใจถึงรายละเอียดและวิธีปฏิบัติงานพระศาสนา สามารถปฏิบัติหน้าที่สนองงานพระศาสนาได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน อันจะส่งผลให้เกิดความสามัคคีในหมู่คณะมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ในช่วงเย็นของทุกวัน นอกจากจะมีการทำวัตรเย็นแล้ว ยังร่วมรับฟังวิธีการเทศนา วิธีการอนุโมทนา การฝึกสมาธิ อภิธรรม ฝึกเจริญพุทธมนต์ ฝึกสวดพระพุทธมนต์
วันสุดท้ายของการอบรม มีการทดสอบข้อเขียน หัวข้อ หน้าที่และอำนาจเจ้าอาวาส กฎหมายมหาเถรสมาคมที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังทดสอบภาคปฏิบัติเป็นรายบุคคล เกี่ยวกับศาสนพิธี การสวดมนต์ อนุโมทนา การเทศนาธรรม เป็นต้น
จะเห็นว่าการอบรมพระสังฆาธิการดังกล่าว เป็นไปอย่างเข้มข้น เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำความรู้เทคนิคต่างๆ มาแก้ไขปัญหาการบริหารกิจการคณะสงฆ์ภายในวัดที่ปกครองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เชิด ขันตี ณ พล