สมเด็จพระพุฒาจารย์(นวม) – วันอังคารที่ 14 ก.ค.2563 น้อมรำลึกครบรอบ 156 ปี ชาตกาล สมเด็จ พระพุฒาจารย์ (นวม) วัดอนงคาราม ฝั่งธนบุรี พระเถระนักประชาธิปไตยรูปหนึ่งมีความเฉียบแหลมในการดำเนินนโยบายอันเหมาะสมทันสมัย หรือทันเหตุการณ์เสมอ
มีนามเดิมว่า นวม เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 14 ก.ค.2407 เป็นบุตรหมื่นนรา (อินทร์) กับนางใย มีพี่น้อง 8 คน ภูมิลำเนาอยู่บ้านวังแม่ลูกอ่อน อ.สรรพยา จ.ชัยนาท
ศึกษาที่วัดโคกเข็ม จ.ชัยนาท อายุ 13 ปีย้ายมาศึกษาที่วัดอนงคาราม บวชเป็นสามเณรในปี พ.ศ.2424ศึกษาต่อจนถึงปี
พ.ศ.2428 เข้าพิธีอุปสมบท ที่วัดพระบรมธาตุวรวิหาร โดยมีพระครูเมธังกร เจ้าคณะอำเภอเมืองในขณะนั้น เป็นพระอุปัชฌาย์ พระวินัยธรวันและพระสมุห์เปรม เป็นคู่พระกรรมวาจาจารย์ ได้ฉายาว่า พุทฺธสโร หลังอุปสมบท กลับมาอยู่จำพรรษาวัด อนงคาราม เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรมต่อ
ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นพระอาจารย์สยามปริยัติ ครูโรงเรียนวัดอนงคาราม ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้รั้งตำแแหน่งเจ้าคณะมณฑลพิษณุโลก จนถึงวันที่ 9 ก.ย.2470 จึงได้รับโปรดเกล้าฯ ตั้งให้เป็นเจ้าคณะมณฑลพิษณุโลก
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2449 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระธรรมธราจารย์ พ.ศ.2463 เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระรัชมงคล มุนี พ.ศ.2468 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระมงคลเทพมุนี พ.ศ.2472 เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระโพธิวงศาจารย์
พ.ศ.2484 เลื่อนเป็นพระราชาคณะเทียบชั้นเจ้าคณะรองฝ่ายอรัญญวาสีที่ พระมหาโพธิวงศาจารย์
พ.ศ.2488 สถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์
สมเด็จพระพุฒาจารย์(นวม) มีฝีมือใน ทางศิลปะ ได้รับแต่งตั้ง เป็นกรรมการผู้กำกับ การบูรณะพระพุทธบาท จ.สระบุรี และแม้แต่การซ่อมสร้างในบริเวณวัดพระศรีรัตนศาสดารามทุกครั้ง สมเด็จฯ จะมีส่วนร่วมเป็นกรรมการด้วย ในปี 2484 ภายหลังที่ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ประกาศใช้แล้ว สมเด็จได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสังฆสภา และยังเป็นสังฆมนตรีว่าการสาธารณูปการ
ในปี พ.ศ.2432 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การศึกษาของไทยยังถูกทอดทิ้งให้เล่าเรียนกัน ตามวัด พออ่านออกเขียนได้และบวกเลข เป็นก็สามารถที่จะออกมาประกอบอาชีพ ส่วนตัว หรือเข้ารับราชการได้นั้น
เปิดโรงเรียนขึ้นที่กุฏิของท่านที่วัดอนงคาราม ขณะที่ยังเป็นพระอันดับ เรียกกันว่าท่านอาจารย์นวม โดยเป็นครูคนเดียวในโรงเรียน มีลูกศิษย์ทั้งสิ้น 9 คน ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้ จะเรียกเป็นโรงเรียนราษฎร์แห่งแรกของประเทศไทยก็ว่าได้
หลักสูตรที่สอนในขณะนั้น นอกจากการศึกษาภาษาไทยเป็นพื้นทั่วไปแล้ว ก็มีวิชาคำนวณและจรรยามารยาทของผู้ดีรวมอยู่ด้วยที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับตัวท่านอาจารย์ใหญ่และลูกศิษย์ลูกหา ก็คือ วิชาลูกคิด ซึ่งเป็นเลิศโดยศึกษามาตั้งแต่ยังไม่ได้บวชเป็นเณร
หลังเรียนจบหลักสูตร ศิษย์รุ่นแรกจากโรงเรียนราษฎร์แห่งแรกนี้ ได้เป็นข้าราชการตามกระทรวงหมด จึงมีผู้เห็นผลจากการศึกษาที่โรงเรียนของท่านอาจารย์นวม
รัชกาลที่ 5 เมื่อทรงทราบว่ามีนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนราษฎร์ของท่านอาจารย์นวม ก็นิมนต์ให้มาเฝ้าฯ เพื่ออยากจะทอดพระเนตรตัวจริง ทรงชมเชยว่า ท่านอาจารย์มีคุณูปการแก่ชาติ
มรณภาพเมื่อวันที่ 28 ก.ย.2499 สิริอายุ 92 ปี พรรษา 72