เทียนพรรษาอุบลราชธานี – การจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาของจังหวัดอุบลราชธานี เป็นงานประเพณีใหญ่ระดับโลก โดยในปีพ.ศ.2563 ถือเป็นปีที่ 119 ของงานประเพณีดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในปีพ.ศ.2563 ยังเป็นปีที่ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ การระบาดของโควิด-19 ด้วยสถานการณ์ ดังกล่าวจังหวัดอุบลราชธานีจึงยกเลิกการ จัดขบวนแห่เทียนพรรษาที่ยิ่งใหญ่อลังการ ซึ่งปีหนึ่งมีขบวนต้นเทียนเข้าพรรษาเข้าร่วมเกือบ 100 ขบวน

แต่ยังคงจัดงานประเพณีภายใต้ชื่อ งาน “อนุรักษ์เทียนพรรษา มุทิตาหลวงปู่มั่น” จัดขึ้นเมื่อช่วงวันที่ 3-7 ก.ค.2563 ที่ บริเวณมณฑลพิธีทุ่งศรีเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
โดยนำต้นเทียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ทั้งประเภทแกะสลักขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ต้นเทียนประเภทติดพิมพ์ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และต้นเทียนโบราณที่มีความสวยงามให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชมอย่างใกล้ชิด พร้อมกับมีการจัดกิจกรรมอุโมงค์เทียน ถนนคนทำเทียน ตลาดคนทำเทียน การจัดนาทีทองแกะเทียนกับช่างเทียน ระหว่างนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมเยือน ชุมชนคนทำเทียน
อย่างไรก็ตาม จังหวัดได้รักษามาตรการการทิ้งระยะห่างทางสังคม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 โดยนักท่องเที่ยว ที่เข้าร่วมงานทุกคนต้องสวมหน้ากากระหว่างเข้ามาท่องเที่ยวตาม ชุมชนและในบริเวณการจัดงาน พร้อมต้องเว้นระยะห่างระหว่างกัน มีเจ้าหน้าที่คอย จัดระเบียบตลอดช่วงที่มีการจัดงาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยว จะไม่รับการแพร่เชื้อโควิด-19 ระหว่างที่มาเที่ยวงานอย่างแน่นอน

สำหรับบรรยากาศการจัดแสดงต้นเทียนพรรษา ประจำปี 2563 ที่มณฑลพิธี สนามทุ่งศรีเมืองอุบลราชธานี มีต้นเทียนจาก 5 คุ้มวัด คือ ต้นเทียนแกะสลักขนาดใหญ่ จากวัดผาสุการาม, ต้นเทียนแกะสลักขนาดกลาง วัดเลียบ, ต้นเทียนติดพิมพ์ขนาดใหญ่ วัดพลแพน, ต้นเทียนติดพิมพ์ ขนาดกลาง วัดมหาวนาราม และต้นเทียนโบราณวัดเลียบ
ต้นเทียนแกะสลักขนาดใหญ่ วัดผาสุการาม ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดต้นเทียนพรรษา เมื่อปีพ.ศ.2562 เป็นพญาต้นเทียนมีความยาว 15 เมตร กว้าง 3 เมตร และสูงจากพื้นถึงยอดเทียน 6.20 เมตร ด้านหน้าเป็นครุฑพ่าห์ สัญลักษณ์แห่งอำนาจและบารมี สื่อแทนสถาบันกษัตริย์ และพระแม่ธรณีบีบมวยผม แทนน้ำ ที่เป็นตัวแทนของอำเภอวารินชำราบ ตอนกลางเป็นช้างชูดอกบัว คือเมืองอุบลราชธานี

ส่วนท้ายต้นเทียนเป็นพระนอน สื่อแทนพระเจ้าใหญ่พุทธไสยาสน์ พระพุทธรูปที่ประดิษฐานในอุโบสถวัดผาสุการาม ซึ่งเป็นที่เคารพของชาวเมืองวารินชำราบและในจังหวัด โดยวัดผาสุการามนอกจากเป็นแชมป์ต้นเทียนแกะสลักขนาดใหญ่ประจำปี 2562 ก็ยังเป็นแชมป์ประจำปี 2557 ได้รับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จ พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี
สำหรับต้นเทียนติดพิมพ์ขนาดใหญ่ วัดพลแพน เป็นอีก 1 คุ้มวัดที่ได้รับเกียรติให้นำมาแสดงในงานประเพณีต้นเทียนพรรษา ของจังหวัดปีนี้ โดยต้นเทียนวัดพลแพนเล่าเรื่องราวพุทธประวัติไว้ 3 ช่วง คือ ตอนพระพุทธเจ้าประสูติ ออกผนวช และตรัสรู้
ซึ่งต้นเทียนติดพิมพ์ขนาดใหญ่วัดพลแพน นอกจากเป็นแชมป์ในปีที่ ผ่านมา ยังเป็นแชมป์ประจำปี 2559 ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
นอกจากนี้ ยังเป็นตัวแทนจังหวัดอุบลราชธานี นำต้นเทียนภูมิปัญญาชาวอุบลราชธานีไปร่วมแสดงในงานประเพณีชักพระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถึง 2 ปีติดต่อกัน คือ พ.ศ.2561 และพ.ศ.2562 สำหรับงานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานีในปีนี้ วัดพลแพนลงทุนจัดทำต้นเทียนขึ้นใหม่ทั้งหมด เพื่อนำมาตั้งโชว์ ให้นักท่องเที่ยวได้ชม

ด้านต้นเทียนแกะสลักขนาดกลางของวัดเลียบ ด้านหน้าต้นเทียนจัดเป็นภาพเหล่ากินรี และการจัดแสดงเป็นภาพพุทธประวัติ เมื่อพระพุทธเจ้าประทับนั่งสมาธิ ภายใต้ต้นอัชปาลนิโครธ ต้นไทร เป็นเวลา 7 วัน ทรงขับไล่พญามารไปแล้วในสัปดาห์ที่ 6 ได้เสด็จ นั่งสมาธิเสวยวิมุตติสุข
ในขณะนั้นเกิดพายุฝนตก พญานาคนามว่ามุจลินทนาคราช ผู้เป็นราชาแห่งนาคพิภพ ขนดกายแล้วแผ่พังพานปกคลุมพระเศียรถวายพระพุทธองค์ ด้วยประสงค์ป้องกันลมฝน
อีกทั้งยังได้จัดทำต้นเทียนแบบโบราณ ซึ่งเป็นต้นเทียนในอดีต เมื่อ 119 ปี ที่ช่างทำต้นเทียนพรรษาของจังหวัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกนำมาให้นักท่องเที่ยวได้ชมอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมรำลึกถึงการ จัดประเพณีแห่เทียนพรรษาของจังหวัดอุบลราชธานีตั้งแต่อดีต
โดย พงษ์สันต์ เตชะเสน