หลวงพ่อฮวด ปัญญาวุฑโฒ วัดดอนโพธิ์ทอง สุพรรณบุรี – วันเสาร์ที่ 15 ส.ค.2563 น้อมรำลึกครบรอบ 24 ปี มรณกาล “พระครูปรีชาวุฒิคุณ” หรือ “หลวงพ่อฮวด ปัญญาวุฑโฒ” อดีตเจ้าอาวาสวัดดอนโพธิ์ทองต.ดอนโพธิ์ทอง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี พระเกจิชื่อดังแห่งเมืองสุพรรณบุรีเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาวิทยาคม และวิปัสสนากัมมัฏฐาน
เกิดที่บ้านดอนโพธิ์ทอง หมู่ที่ 1 ต.ดอนโพธิ์ทอง อ.เมืองสุพรรณบุรี ตรงกับวันศุกร์ที่ 23 มิ.ย.2454 บิดา-มารดาชื่อ นายเกลี้ยงและนางพุก ปุริสพันธุ์ มีพี่น้องรวม 7 คน
อายุเพียง 3 ขวบ ต้องกำพร้าทั้งบิดา-มารดา และอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของพี่สาวและพี่เขย
อายุ 12 ปี พี่ชายพาไปฝากเป็นลูกศิษย์พระอาจารย์หริ่ม กัลยาโณ วัดวังยายหุ่นต.ดอนกำยาน อ.เมืองสุพรรณบุรี
เริ่มเรียนหนังสือมูลบทบรรพกิจและเรียนอักษรขอมกับพระอาจารย์ชม พันธุ์เถื่อน ญาติข้างพ่อ จนสามารถอ่านหนังสือขอมเรื่องพระมาลัยได้ภายในเวลา 5 เดือน
อายุ 15 ปี เป็นศิษย์เจ้าอาวาสวัดโคกโคเฒ่า อ.เมืองสุพรรณบุรี เรียนมูลกัจจายน์ ซึ่งเป็นตำราไวยากรณ์ภาษาบาลี ก่อนกลับมาวัดกุฎีทองสมัครเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อเจิมเรียนมูลกัจจายน์ โดยไปเรียนกับกำนันหยดอินทรมุข (บิดาขุนธานินทร์ สรรพสามิตจ.สุพรรณบุรีในสมัยนั้น)
จากนั้นกลับมาบ้านดอนโพธิ์ทอง ช่วยพี่สาวและพี่เขยทำไร่ไถ่นาและประกอบอาชีพ
อายุ 19 ปี บรรพชาที่วัดวังยายหุ่น เพียง8 เดือนก็ท่องบ่นสวดมนต์เจ็ดตำนาน สิบสองตำนาน ภาณต้น ภาณยักษ์ นวโกวาท สูตรนักธรรมตรีได้อย่างเชี่ยวชาญ
อายุ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดวังพระนอน มีหลวงพ่อสอน เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์เป็นพระอุปัชฌาย์, พระใบฎีกาลี วัดป่าเลไลยก์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระทองอยู่ วัดแก้ว เป็นพระอนุสาวนาจารย์ได้รับฉายา ปัญญาวุฑโฒ
จากนั้นย้ายไปอยู่จำพรรษากับพระมหาต่วน วัดมเหยงคณ์ ต.ท่าระหัด อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
ช่วงนั้นวัดมเหยงคณ์มีสภาพใกล้จะเป็นวัดร้าง จึงช่วยพัฒนาวัด รวมทั้งศึกษาพระธรรมวินัยจากพระมหาต่วน และเข้าสอบนักธรรมสนามหลวงได้นักธรรมตรี-โท-เอก ตามลำดับ
จากนั้นได้ไปเรียนวิชาแพทย์แผนโบราณกับพระอาจารย์มั่น แพงพันธุ์ วัดใหม่รัตนเจดีย์ (วัดหัวไม้ซุง) อ.เมืองสุพรรณบุรี และเรียนวิปัสสนากัมมัฏฐานกับพระอาจารย์โอ-พระอาจารย์ขวด วัดเขาดีสลัก อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี
ราวปี พ.ศ.2480 ชาวบ้านดอนโพธิ์ทองดำริสร้างวัดขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมใจและประกอบพิธีทางศาสนาจึงอาราธนามาเป็นผู้สร้าง
ช่วงที่ไปสร้างวัดดอนโพธิ์ทองนั้น หลวงพ่อฮวดมีอายุเพียง 20 เศษ แต่ได้ใช้ความสามารถช่วยชาวบ้านด้วยความแข็งขันจนสำเร็จลุล่วง
ด้วยฝีมือและความสามารถ ชาวบ้านจึงให้ความเคารพนับถือเช่นเดียวกับที่ได้รับความไว้วางใจจากคณะสงฆ์ พ.ศ.2484 เป็นเจ้าคณะตำบลสวนแตง พ.ศ.2494 เป็นพระอุปัชฌาย์
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2500 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่ “พระครูปรีชาวุฒิคุณ” พ.ศ.2510 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโทและพ.ศ.2523 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอกในราชทินนามเดิม
ปฏิปทาดำเนินชีวิตด้วยความเรียบง่าย ไม่มีพิธีรีตอง แต่เป็นคนมีระเบียบ มีสัมมาวาจา พูดช้าชัดถ้อยชัดคำ
ถือเคร่งในวัตรปฏิบัติมาก ตื่นจำวัดเวลาตี 4 ทุกวัน หลังออกบิณฑบาตและเสร็จจากฉันเช้าจะกวาดลานวัดจนสะอาด จากนั้นจะคอยต้อนรับชาวบ้านที่มาพบและให้รักษาไข้
หลังทำวัตรเย็นเสร็จจะปฏิบัติและเป็นผู้สอนวิปัสสนากัมมัฏฐานให้กับพระภิกษุ-สามเณร
เน้นย้ำอบรมบ่มนิสัยชาวบ้านให้เป็นคนดีมีศีลธรรม ซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรม สิ่งที่ท่านไม่ชอบคือการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต และคนดื่มสุรา
สิ่งที่ให้การสนับสนุนและเป็นห่วงมากคือการศึกษา มักจะให้คำตักเตือนแก่ครูอาจารย์เสมอๆ ว่า “ครูเป็นแม่พิมพ์ของชาติ ขอให้ทำตนเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็ก หากแม่พิมพ์บูดๆ เบี้ยวๆ อีกร้อยปีประเทศชาติก็ไม่เจริญ”
เอาใจใส่อย่างมากกับโรงเรียนประชาบาล ด้วยเห็นว่านี่คือจุดเริ่มต้นแห่งการพัฒนาบุคคล
อีกทั้งยังตั้งมูลนิธิ นำดอกผลมาช่วยการศึกษาของนักเรียนที่ยากจน
มรณภาพเมื่อวันที่ 15 ส.ค.2539 สิริอายุ 86 ปี