หลวงปู่ขุ้ย ฐิตธัมโม – วันพุธที่ 26 ส.ค.2563 น้อมรำลึก ครบรอบ 9 ปี มรณกาล “หลวงปู่ขุ้ย ฐิตธัมโม” อดีตเจ้าอาวาสวัดซับตะเคียน ต.ท่าด้วง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ พระเกจิอาจารย์ศิษย์เอกสืบสายวิทยาคม จากพระครูวิชิตพัชราจารย์ หรือหลวงพ่อทบวัดช้างเผือก อดีตพระเกจิชื่อดังเพชรบูรณ์
ถือกำเนิดในสกุลท่อนทอง เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2464 ที่บ้านท่ามะทัน ต.ท่าอีบุญ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ บิดา-มารดา ชื่อนายทองดีและนางทองสุข ท่อนทอง
อายุ 12 ปี บิดาถึงแก่กรรมบวชหน้าไฟให้ด้วยความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาแม้จะเสร็จงานศพบิดา แต่ไม่ยินยอมลาสึก
ต่อมาทราบถึงกิตติศัพท์หลวงพ่อทบ วัดพระพุทธบาท อ.ชนแดน เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีประชาชนเคารพนับถือ จึงเกิดศรัทธา เดินทางไปเพื่อฝากตัวเป็นลูกศิษย์
ด้วยความเมตตาหลวงพ่อทบถ่ายทอดสรรพวิชาคาถา การทำตะกรุดโทน ลงเลขยันต์คาถา ผ้ายันต์ และได้ศึกษาวิปัสสนากัมมัฏฐานและกำหนดจิต มีความรู้แก่กล้าตามลำดับ สามารถเสกข้าวสารให้ไก่กิน และศึกษาเรียนรู้ในการจัดสร้างพระกริ่งหล่อตามประเพณีโบราณ
ครั้นอายุ 22 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ที่วัดศรีมงคล อ.หล่มสัก เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2486 โดยมีพระมหาหยวก เจ้าคณะอำเภอหล่มสัก เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการคำปัน เป็นพระ กรรมวาจาจารย์ และพระอธิการวันดี เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ได้รับฉายาว่า ฐิตธัมโม หมายความว่า ผู้มีจิตใจตั้งมั่นในธรรม
อยู่ปรนนิบัติรับใช้พระอุปัชฌาย์ 2 พรรษา จึงได้กราบลา เดินทางไปจำพรรษายังวัดชนแดน เพื่อศึกษาเล่าเรียนวิทยาคมและปฏิบัติกัมมัฏฐานจากหลวงพ่อทบอีกครั้งหนึ่งเมื่อการปฏิบัติธรรมแก่กล้า ท่านได้กราบลาหลวงพ่อทบ ออกเดินท่องธุดงควัตรไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ
พ.ศ.2486 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะตำบลท่าอีบุญ ปกครองพระสงฆ์-สามเณร ได้ระยะหนึ่ง เกิดความเบื่อหน่ายจึงได้ขอลาออก และออกเดินธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ อาทิ แขวงจำปาสัก ประเทศลาว และกัมพูชา
พ.ศ.2517 เดินธุดงค์ตามแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ มุ่งหน้าขึ้นทิศตะวันออก ในที่สุด หลวงปู่ได้เดินทางมายังบ้านท่าด้วง เล็งเห็นความเจริญที่จะเกิดขึ้นแก่หมู่บ้านนี้ในอนาคตประกอบกับมีป่าไม้ แหล่งน้ำไหลผ่าน ท่านจึงหยุดธุดงค์ และชักชวนชาวบ้านสร้างวัดขึ้นที่หมู่บ้านซับตะเคียน
อยู่จำพรรษาชักชวนชาวบ้านเข้าวัด ฟังธรรม รักษาศีล จนเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของชาวบ้าน รวมทั้งได้รับแต่งตั้งจากคณะสงฆ์ให้เป็นเจ้าอาวาสวัดซับตะเคียนแห่งนี้
สร้างวัตถุมงคลหลายรุ่น ในด้านเมตตามหานิยม และแคล้วคลาด จึงมีผู้ศรัทธาเลื่อมใส ไปขอบูชามามากมายจนชื่อเสียงของท่านโด่งดังไปในหลายจังหวัด
ด้านการเผยแผ่ธรรม ใช้ธรรมะสั่งสอนชาวบ้าน ให้รู้จักทำมาหากินด้วยความสุจริต มีความอดทน ขยันหมั่นเพียรมิให้ลุ่มหลงมัวเมาในอบายมุข ใช้ชีวิตอย่างสมถะ พอเพียงตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
สอนให้ชาวบ้านยึดมั่นในหลักธรรมของพระพุทธเจ้าและปฏิบัติตามศีล 5 ศีล 8 ให้เป็นคนคิดดี ทำดี พูดดี ไม่เบียดเบียนผู้อื่น
มรณภาพเมื่อวันที่ 26 ส.ค.2554 สิริอายุ 90 ปี พรรษา 68