พระราชสุทธาจารย์ – วันพฤหัสบดีที่ 3 ก.ย.2563 น้อมรำลึกครบรอบ 113 ปี ชาตกาล “พระราชสุทธาจารย์” หรือ “หลวงปู่พรหมา โชติโก” อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครพนม (ธ) และอดีตเจ้าอาวาสวัดศรีเทพประดิษฐาราม อ.เมือง จ.นครพนม พระเถระที่ชาวนครพนมให้ความเลื่อมใสศรัทธา

มีนามเดิมว่า พรหมา มิฆวาฬ เกิดเมื่อ วันอังคารที่ 3 ก.ย.2450

ชาติภูมิเป็นชาวบ้านหนองหอยทุ่ง หมู่ 10 ต.พระกลางทุ่ง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม

ชีวิตในวัยเยาว์ ด้วยครอบครัวเป็นโยมอุปัฏฐากวัด จึงคลุกคลีผูกพันอยู่กับวัด เรียนหนังสือกับน้าชาย สอนให้อ่านหนังสือไทยน้อย หรือหนังสือลาว จากวรรณคดีอีสาน

ครั้นเมื่ออายุ 16 ปี เข้าพิธีบรรพชา เมื่อวันที่ 15 ก.ค.2466 ที่วัดศิลามงคล ต.พระกลางทุ่ง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม โดยมีพระสีหา เป็นพระอุปัชฌาย์

กระทั่งอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2470 ที่วัดโพนแก้ว อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม มีพระเทพสิทธาจารย์ หรือหลวงปู่จันทร์ เขมิโย เป็นพระอุปัชฌาย์, พระธรรมเจดีย์ (จูม พันธุโล) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูมานะชัยมุณี เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ศึกษาพระปริยัติธรรม ที่สำนักเรียนวัดศรีเทพฯ ก่อนย้ายไปเรียนที่วัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี

พ.ศ.2472 ย้ายไปเรียนที่วัดพระธาตุพนม อ.ธาตุพนม แต่เกิด น้ำท่วมใหญ่ ไม่ได้สอบ จึงกลับมาที่วัดศิลามงคลตามเดิม เพื่อช่วยสร้างโบสถ์จนแล้วเสร็จ พ.ศ.2474 และสอบได้นักธรรม ชั้นเอก พ.ศ.2481 สอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค จากนั้นสอบเทียบได้ ม.3 เมื่อปี พ.ศ.2484

ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2486 ได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าคณะวินัยธร เขต 6 ภาค 3

พ.ศ.2493 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ในคณะธรรมยุต พ.ศ.2494 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอศรีสงคราม (ธ) พ.ศ.2509 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะจังหวัดนครพนม (ธ)

พ.ศ.2517 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีเทพประดิษฐาราม

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2486 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูวิจิตรวินัยการ พ.ศ.2497 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามที่ พระวินัยโศภณ

พ.ศ.2517 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นเป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ พระราชสุทธาจารย์

ชอบค้นคว้าตำราเรียน ทั้งหนังสือขอม และวิชาความรู้ทางโลกหลายอย่าง อาทิ ช่างโยธา ช่างไม้ ช่างก่อสร้าง เป็นต้น และเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม แผนกบาลี ที่มีฝีมือชำนาญด้านช่างแกะสลักไม้ลวดลายต่างๆ

ผลงานด้านสาธารณูปโภค ได้สร้างโรงเรียนนักธรรมและบาลีขึ้น ปัจจุบัน คือ ตึกสารภาณนุสรณ์และยังปรับปรุงเสนาสนะซ่อมแซมโรงเรียนพระปริยัติธรรม ศาลาการเปรียญ และศาลาเทพสิทธาคม 1-3 ซ่อมแซมอุโบสถ กุฏิ ซุ้มกำแพงแก้ว กำแพงรอบวัด เมรุ

ด้านการศึกษา เป็นกรรมการตรวจธรรมสนามหลวงชั้นตรีส่วนภูมิภาค (ธ)

ส่วนงานด้านเผยแผ่ เป็นผู้ให้การอบรมภิกษุสามเณร อบรมกัมมัฏฐาน อบรมจิตตภาวนาตลอดทั้งปี ซึ่งท่านยังเป็นนักแสดงธรรมที่เทศนาอบรมญาติโยม ชุมชน ครอบครัว และเยาวชน ให้เห็นโทษภัยของยาเสพติด

อีกทั้งยังสนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองตามลำดับ หลังจากขยายการศึกษาพระปริยัติธรรมไปในสำนักเรียนตามวัดในอำเภอต่างๆ

ในช่วงชีวิตแม้ท่านไม่เคยเจ็บป่วยด้วยโรคภัยร้ายแรง แต่ด้วยสังขารที่ร่วงโรยตามวัย ต่อมาท่านได้อาพาธนานกว่า 1 เดือน

จนกระทั่งวาระสุดท้าย เมื่อวันที่ 14 เม.ย.2545 มรณภาพอย่างสงบ ภายในกุฏิตึกสารภาณนุสรณ์

สิริอายุ 95 ปี พรรษา 75

โดย ชนะ วสุรักคะ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน