ครูบาสร้อย ขันติสาโร – วันจันทร์ที่ 28 ก.ย.2563 น้อมรำลึกครบรอบ 91 ปี ชาตกาล “พระครูนิมมานการโสภณ” หรือ “ครูบาสร้อย ขันติสาโร” วัดมงคลคีรีเขตร์ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก พระเกจิที่ได้รับการขนานนามว่า เทพเจ้าแห่งท่าสองยาง
ชาวกะเหรี่ยง พม่า และชนเผ่าต่างๆ นับถือกันมาก
เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 28 ก.ย.2472 ตรงกับวันขึ้น 7 ค่ำ เดือน 10 ปีมะเส็ง ที่ตำบลละหานทราย อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์
เมื่ออายุ 7 ขวบ มารดาถึงแก่กรรม จึงอยู่ในความดูแลของยายที่ชอบเข้าวัดฟังธรรม และมักพาไปด้วยเสมอ ทำให้ใกล้ชิดกับวัด
จวบจนอายุ 22 ปี จึงอุปสมบท มีหลวงพ่อมั่น เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อสุข วัดโพธิ์ทรายทอง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่อสุต เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ได้รับฉายา ขันติสาโร
หลังบวช หลวงพ่อสุขชักชวนไปอยู่ด้วย ซึ่งส่วนตัวมีความเลื่อมใสและประสงค์ขอเรียนวิทยาคมด้วยอยู่แล้ว
ในช่วงต้นหลวงพ่อสุขเน้นหนักในเรื่องการปฏิบัติกัมมัฏฐาน ในพรรษาถัดมา หลวงพ่อมั่น ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์มรณภาพ จึงกลับไปจัดงาน เสร็จสิ้นแล้วจึงกลับมายังวัด
หลวงพ่อสุขได้เริ่มสอนวิชาต่างๆ คือ การตรวจดูบุญวาสนา เพื่อช่วยในการรักษาโรคภัยต่างๆ
พ.ศ.2497 ขอลาหลวงปู่สุขเข้าสู่กรุงเทพ มหานคร โดยจุดหมายคือ วัดมหาธาตุฯ ด้วยขณะนั้นขึ้นชื่อในเรื่องการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ท่านได้อยู่ศึกษาเป็นเวลา 7 เดือน จึงลาพระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทธิ) ผู้สอน กลับคืนยังบุรีรัมย์ เมื่อญาติโยมได้รู้ข่าวการกลับมา จึงได้ต้อนรับและนิมนต์ให้อยู่ที่วัดกลางนา
แต่หลังจากออกพรรษาตัดสินใจออกธุดงค์ ถือรุกขมูลลัดเลาะไปตามจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ ต่อไปยังอุบลราชธานี จนยาวไปถึงนครพนม ข้ามไปยังฝั่งลาวแล้วข้ามกลับมายังมุกดาหาร ต่อเรื่อยไปจนเข้าสู่เทือกเขาภูพาน เขตสกลนคร เรื่อยไปจนเข้าหล่มสักเข้าพิษณุโลก ซึ่งช่วงนี้ท่านหลงป่าอยู่ จนทะลุออกมายังอุตรดิตถ์
จากการหลงป่าครั้งนี้ จึงเปลี่ยนมาเดินโดยใช้เส้นทางรถไฟช่วย ล่วงได้ 7 วัน ก็ถึงดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ได้มีโอกาสพบหลวงปู่แหวน สุจิณโณ พระสายปฏิบัติชื่อดัง และได้ขอศึกษาข้อธรรมต่างๆ
หลวงปู่แหวนเน้นไปทางอสุภกัมมัฏฐาน ซึ่งช่วงนี้จึงพบกับหลักธรรมที่ลึกซึ้งมากขึ้น จากนั้นกราบลาหลวงปู่แหวน ออกธุดงค์ถือรุกขมูลไปจนถึงแม่สะเรียง พักที่วัดศรีบุญเรือง
ตั้งใจจะไปที่แม่ฮ่องสอน แต่ด้วยติดกาลพรรษา จึงได้อยู่จำพรรษาที่วัดศรีบุญเรือง จนล่วงกาลพรรษา จะออกเดินทางต่อ ได้ทราบจากญาติโยมว่าที่ท่าสองยางมีวัดร้างอยู่
จึงได้ไปดูสถานที่แห่งนั้น พบว่าเงียบสงบเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม จึงได้ตกลงใจสร้างวัดมงคลคีรีเขตร์
ครูบาสร้อยได้พัฒนาวัดมงคลคีรีเขตร์ จนเจริญรุ่งเรืองเป็นที่รู้จักของญาติโยมและคณะศรัทธา
ละสังขารอย่างสงบ เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2541
สิริอายุ 69 พรรษา 49